[Trans INTERVIEW] สัมภาษณ์คิมจุนซูจากนิตยสาร Marie Claire ฉบับเดือนกรกฎาคม

0p84

เสียงเพลงประกอบในวันนั้นเริ่มต้นด้วยเพลงของมิกกาตามมาด้วยบรูโน่ มาร์ส ไทโอ ครูซ ฟูไฟท์เตอร์ แคลวิน แฮร์ริส อะเดล เจสัน มราซ เดอะว้อทเต็ต และเคลลี เชน ลิสเพลงถูกเลือกด้วยดาราของการถ่ายแบบในวันนั้น น้ำเสียงทุ้มพร่าอันเป็นเอกลักษณ์ของเขาที่จดจำได้ง่ายแม้จะอยู่ห่างไปเป็นไมล์ได้ยินมาถึงหูของเราท่ามกลางเสียงเพลง ผู้ชายคนนั้นฮัมเพลงเรื่อยๆ ในขณะที่เขาดื่มน้ำและหัวเราะเล่นตลอดการถ่ายแบบกว่าครึ่งวัน เขาคือคิมจุนซูแห่ง JYJ คิมจุนซูคนที่จะกลับมากับอัลบั้มเดี่ยวอัลบั้มที่สองเร็วๆ นี้อยู่บนหน้าปกของนิตยสาร Marie Claire
เขางานยุ่ง ในช่วงเวลานี้ของปีที่แล้ว อัลบั้มเดี่ยวอัลบั้มแรกของคิมจุนซูได้เผยให้เห็นถึงสีสันอันแตกต่างจากจุนซูแห่ง JYJ และขึ้นอันดับสูงบนชาร์ตต่างๆ รวมถึงชาร์ตบิลบอร์ดและชาร์ต iTunes ของญี่ปุ่น เขามุ่งหน้าออกไปยังเวิร์ลทัวร์ที่เริ่มต้นในกรุงโซลและเดินทางไปแสดงในอินโดนีเซีย ประเทศไทย จีน ฮ่องกง นิวยอร์ค ยุโรป ชิลี บราซิลและเม็กซิโก นอกจากนั้นเขายังทุ่มเทพลังให้กับมิวสิคัล หลังจากพิสูจน์ให้เห็นถึงพลังการขายบัตรและพรสวรรค์ผ่านมิวสิคัลเรื่องดัง คิมจุนซูกลายเป็นคนที่การันตีว่าเรื่องนั้นจะกลายเป็นเรื่องฮิตที่ทำเงินในวงการมิวสิคัล มันน่าประทับใจที่การเดบิวต์ในวงการมิวสิคัลของเขากลายเป็นจุดเริ่มต้นของการแผ่ขยายของวงการมิวสิคัลเกาหลีไปยังตลาดต่างประเทศ มันแทบเป็นไปไม่ได้ที่จะค้นอะไรที่ดูธรรมดาเกี่ยวกับเรื่องราวเหล่านี้ เขาเป็นดาราหลังจากเดบิวต์และยังคงเป็นดาราดัง ในขณะเดียวกัน เขาเป็นชายหนุ่มที่น่ามหัศจรรย์ผู้เลือกทางเดินของตัวเองและมุ่งมั่นจะรับผิดชอบต่อสิ่งนั้น เรากำลังตั้งตารอคอยหนทางที่ผู้ชายคนนี้เลือกจะเดินไปและ “ผลงาน” หรือ “ปรากฎการณ์” ที่เขาจะสร้างในปีนี้ อย่างแรกเลย เรารู้ว่าหลายต่อหลายคนกำลังอยากรู้เกี่ยวกับอัลบั้มเดี่ยวที่กำลังจะออก แต่เราจะได้รับคำถามราวหนึ่งเดือนหลังจากนี้ สำหรับตอนนี้คุณจะได้คำบอกใบ้เล็กๆ น้อยๆ จากสัมภาษณ์ข้างล่างนี้
Q: คุณจะกลับมามีผลงานในเร็วๆ นี้ ตอนนี้รู้สึกยังไงบ้าง?
A: ตอนที่ผมออก Tarantallegra อัลบั้มเดี่ยวอัลบั้มแรก ผมอยู่ภายใต้แรงกดดันมากมาย มันเป็นครั้งแรกสำหรับผมด้วยและมันเป็นอัลบั้มเดี่ยวอัลบั้มแรกของเมมเบอร์วง JYJ ดังนั้นผมอยากเริ่มต้นให้เหมาะสำหรับเมมเบอร์ด้วย การออกอัลบั้มและมีเวิร์ลทัวร์ทำให้ผมมองโลกในแง้่บวกและทำให้ผมมีพลังอย่างไม่สิ้นสุด ผมมีความมั่นใจจากงานนนั้น สิ่งที่ผมต้องการตอนที่ออกอัลบั้มเดี่ยวอัลบั้มแรกคือความกล้าหาญ แต่ครั้งนี้ผมมีความปรารถนาอย่างมาก – ความปรารถนาที่จะสร้างอัลบั้มที่เทียบเคียงได้กับอัลบั้มแรกหรือดีกว่านั้น สิ่งที่ผมบอกได้อย่างแน่นอน ณ จุดนี้คืออัลบั้มที่สองจะแตกต่างจากอัลบั้มแรกอย่างสิ้นเชิง – แน่นอนว่าแตกต่างจากซิงเกิ้ล Uncommitted ด้วยครับ
Q: ช่วยบอกใบ้เรื่องอัลบั้มของคุณหน่อยสิคะ
A: ผมเสียใจที่ตัวเองยังพูดเรื่องรายละเอียดของอัลบั้มไม่ได้ครับ โดยรวมแล้ว ผมใส่เพลงแนวหลากหลายเหมือนอย่างที่ผมเคยทำมาตลอด แต่อัลบั้มจะมีแนวเพลง R&B และฮิปฮอปมากขึ้นกว่าอัลบั้มแรก อีกอย่างหนึ่งคือผมวางแผนจะทำเพลงแนวสวิงหรือออกแนวแจ็ซซ์ด้วยครับ ผมได้รับความคิดเห็นจากคนหลายๆ คนเกี่ยวกับเพลงไตเติ้ลแล้วค่อยตัดสินใจครั้งสุดท้าย ผมได้เพลงนี้มาพักนึงแล้วและเทิดทูนมันเหมือนกับอัญมณีเลย ตอนนี้ผมเตรียมตัวจะทำงานกับอัลบั้มนี้ ผมรู้สึกอยากฟังเพลงขึ้นมากะทันหัน พอผมได้ฟัง ผมก็ตัดสินใจตอนนั้นเลย ผมชอบเพลงนี้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้มา แต่ชอบมันมากขึ้นในวันนั้น มันเหมาะกับหน้าร้อนมากๆ อัลบั้มนี้จะให้ความรู้สึกเหมือนกับปาร์ตี้ในวันที่ร้อนแรงของฤดูร้อน มันจะมืดมนน้อยกว่าอัลบั้มแรก แต่มันก็จะไม่ใช่เป็นแบบเบาๆ และบรรยากาศสดใสไปเสียหมดเหมือนกัน ผมคิดว่าสิ่งที่สำคัญคือการหาความสมดุลระหว่างแสงสว่างและความมืด
Q: เทียบกับอัลบั้มแรกที่คุณเตรียมตัวมานาน อัลบั้มที่สองจะออกอย่างรวดเร็ว มีช่วงเวลาที่ได้พักผ่อนให้ตัวเองได้สดชื่นรึเปล่า?
A: โชคดีที่ผมเวลาทำงานและผมเวลาผ่อนคลายแยกออกจากกันได้อย่างสิ้นเชิง ผมมีเวลาพักนานสามเดือน ระหว่างที่พัก ผมแต่งเพลงและไปเที่ยวที่มัลดีฟส์ แก๊งค์ผู้ชาย 4 คนครับ!
Q: ฉันไม่ค่อยอิจฉาเท่าไหร่หรอกนะคะ (หัวเราะ)
A: แต่มันเยี่ยมมากเลย ถึงจะมีแค่พวกเราผู้ชายก็เถอะครับ ผมแทบจะใช้ชีวิตอยู่ในน้ำ สีของท้องทะเลดูเหมือนไม่ใช่ของจริงเลย ผมชอบการไปเที่ยวรีสอร์ทมากกว่าเที่ยวในเมือง ผมชอบฉากธรรมชาติกับท้องทะเล พระอาทิตย์ตกและต้นมะพร้าว
Q: ดูเหมือนว่าอัลบั้มที่สองของคิมจุนซูนั้นเหมาะกับการฟังตอนไปเที่ยวรีสอร์ทมากกว่าอยู่ในเมืองนะคะ
A: ใช่เลยครับ ดนตรีเหมาะกับการมีความสุขอยู่บนชายหาดในขณะที่จิบค็อกเทล
Q: แฟนๆ จากประเทศเขตร้อนน่าจะรักอัลบั้มนี้
A: เพราะว่ามันเป็นเพลงที่ร้อนแรงครับ!
Q: คุณเลือกเพลงประกอบการถ่ายแบบวันนี้ด้วยตัวเอง อย่างทีคุณบอกตอนแรก ตอนที่เพลง ‘Lover’s Concerto’ ของจินฮเยริม (เคลลี่ เชน) ดังขึ้นมาว่ามันน่าสนใจ
A: มันเป็นเพลงที่คุณต้องฟังเวลาอยู่ในรถในวันที่ฝนตก ตอนที่คุณรู้สึกดีมากๆ ในวันที่ฝนตก ไม่ใช่แค่ในรถนะครับแต่ต้องไปเป็นในรถแท็กซี่ มีคนขับรถรถแท็กซี่ที่เป็นชาวต่างชาตินั่งอยู่เบาะหน้าด้วย (หัวเราะ) ตอนที่ฝนกำลังตกและคุณมองเห็นพระอาทิตย์ระหว่างตึกในใจกลางเมืองและเพลงนั้นกำลังเล่นอยู่ เมื่อไหร่ก็ตามที่ผมฟังเพลงนี้ ผมมองเห็นยุโรป ผมเริ่มวาดภาพในหัว ผมอยู่บนถนนกว้างแปดเลนหน้าข้างประตูชัยที่ปารีสและถนนแน่นขนัด ด้านหนึ่งของถนนเป็นสีแดงไปหมดเพราะไฟท้ายของรถที่กันชนอยู่แนบติดกัน ผมมองภาพนั้นจากข้างหลัง พระอาทิตย์กำลังจะตกอย่างช้าๆ มันดูดีและเศร้าด้วย และมันกลายเป็นความรู้สึกที่ทำให้ผมตื่นเต้นอีกเหมือนกัน
Q: มันเจาะจงมากเลยค่ะ (หัวเราะ) วิธีการเข้าถึงเพลงของคุณน่าสนใจ เวลาคุณตีความเพลงของตัวเอง คุณวาดภาพแบบนั้นด้วยรึเปล่าคะ?
A: ตอนที่ผมฟังเพลง Uncommitted เป็นครั้งแรก ความรู้สึกถึงสายลมพัดผ่านเข้ามา ส่วนเพลง Tarantallegra เป็นความรู้สึกเหมือนไฟ ผมคิดถึงภาพทิวทัศน์แบบแฟนตาซี
Q: คุณคิดว่าอะไรคือพลังของนักร้องคิมจุนซู?
A: ถ้ามีทักษะการดนตรีมีเรื่องระดับเสียง (pitch) คุณภาพของเสียง (timbre) เทคนิคการร้อง การเต้น การเข้าถึงจังหวะ ฯลฯ งั้นจากทั้งหมดนั่น ผมคิดว่าพลังของผมคือการเข้าถึงจังหวะ ถ้าผมพูดแบบนี้มันอาจจะดูเหมือนผมกำลังโอ้อวดแต่ผมคิดว่าการเข้าถึงจังหวะของผมค่อนข้างดีนะครับ (หัวเราะ) ในจังหวะๆ หนึ่งมันมีอะไรแบบที่ต้องทั้งผลักทั้งดึง ผมก็มักจะทั้งผลักทั้งดึงไปด้วยตามธรรมชาติแบบไม่รู้ตัว เวลาผมทำเพลงที่สามารถเอาความเข้าถึงจังหวะออกมาได้ มันสนุกและง่ายครับ อย่างเมื่อวานนนี้ ระหว่างที่ซ้อมอยู่ ผมค้นพบจังหวะที่ร่างกายผมไม่คุ้น ถึงผมจะพูดว่า “จังหวะแบบนี้มันแปลกไปหน่อยนะ” แต่มันก็สนุกครับ มันเป็น ‘จังหวะที่ผมเจอเป็นครั้งแรก’
Q: เมื่อคุณใช้ชีวิตไปเรื่อยๆ ยามที่คุณอายุมากขึ้น ความอ่อนไหวและอารมณ์ก็หายไปง่ายกว่าที่คิด ดูเหมือนว่าศิลปินต้องการอะไรซักอย่างเพื่อกระตุ้นอารมณ์ อะไรคือสิ่งที่ช่วยให้อารมณ์ของคุณตื่นตัวและมีอยู่เสมอคะ?
A: ถูกครับ เมื่อคุณอายุมากขึ้น คุณกลายเป็นคนมองโลกตามความเป็นจริง และเพราะเรื่องนั้นคุณอาจจะสูญเสียจินตนาการหรือความรู้สึกอยากท้าทายไป นั่นเป็นเรื่องคอขาดบาดตายสำหรับศิลปินเลยล่ะ แต่เป็นเรื่องน่าขันที่ประสบการณ์ซึ่งผมได้รับมาขณะที่อายุมากขึ้นช่วยรักษาความอ่อนไหวของผมเอาไว้ในตอนนี้ เวลาที่พูดถึงดนตรี เรื่องราวของตัวผมเองก็โผล่ขึ้นมา การร้องเพลงและการแสดงมันเหมือนกันครับ คุณต้องหลุ่มหลงลงไปและทำมัน ถ้ามันเป็นเพลงที่มีเนื้อร้องเกี่ยวกับการคบกับใครซักคน ผมคิดว่าคุณก็ต้องร้องมันด้วยความตั้งใจที่จะยั่วยวนใครซักคนจริงๆ
Q: มิวสิคัลมีความหมายยังไงกับคิมจุนซูคะ?
A: “Mozart!” มีความหมายของการเป็นผลงานที่ให้โอกาสผมได้ยืนบนเวทีอีกครั้ง ในขณะที่เผชิญกับความยากลำบากในปี 2009 เพราะส่วนตัวผมเจ็บปวดมามาก ผมหวาดกลัวโลกใบนี้มากกว่าหวาดกลัวเวที ผมหงุดหงิดและเศร้า แต่ด้วยผลงานนี้ ผมได้รู้ว่าที่ที่ผมจะยืนได้อีกครั้งคือบนเวที อีกอย่างนึงคือบทเพลงทั้งหมดในมิวสิคัลดูเหมือนจะพูดแทนใจของผมและการแสดงเรื่องราวที่มืดมนของโมสาร์ท นักดนตรีอัจฉริยะที่ครองใจคนทั้งโลก กลายเป็นโอกาสที่ดีสำหรับผมในฐานะศิลปิน
Q: เราสงสัยเกี่ยวกับวิธีการสวมบทที่อ่อนวัยและเซ็กซี่ของตัวละคร “เดธ” ในเรื่อง “Elisabeth”
A: บอกตามตรงว่าหลังจากแสดง “Mozart!” ผมหลงรักมิวสิคัลจริงๆ และเที่ยวดูไปทุกเรื่องเลย ระหว่างนั้นความคิดของผมก็กว้างมากขึ้น การแสดงในมิวสิคัล นักแสดงทุกคนควรจะสวมบทตัวละครนั้นจริงๆ และมุ่งมั่นพลังของตัวเองให้กับการแสดงตัวละครนั้น วิธีที่ผมเลือกคือการทุ่มเทให้กับการซ้อมในขณะที่หาคำตอบ ผมมองอย่างตั้งใจว่าคนอื่นๆ สร้างตัวละครของเขาขึ้นมายังไง ในขณะที่ทำความเข้าใจกับตัวละครทั้งหมดในเรื่อง ผมก็สร้างตัวละครของตัวเองขึ้นมา มันเป็นผลงานที่เต็มไปด้วยความรักและสนุก เดือนสิงหาคมนี้ผมจะแสดงบนเวทีอังกอร์ของ “Elisabeth” อีกครั้ง ตั้งแต่ได้รับรางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยม บอกตรงๆ ว่าผมรู้สึกต้องรับผิดชอบ รู้สึกกังวลและมองหาผลงานทุกอย่าง แต่ไม่มีงานมากนักที่นักแสดงวัย 20 กว่าจะทำได้ ดังนั้นผมอยากจะอายุ 30 กว่าเร็วๆ ผมคิดว่าถ้าผมแสดงมิวสิคัลอีกครั้ง ผมต้องสร้างตัวละครที่ดียิ่งกว่าการแสดงครั้งแรก และแม้ว่าครั้งนี้ช่วงเวลาจะซ้อนทับกันกับงานอัลบั้มเดี่ยวของผม เพราะผมมีความมั่นใจ ผมจะลองแสดงตัวละคร “เดธ” ในเรื่อง “Elisabeth” อีกครั้งครับ
Q: ในช่วงเวลาสิบปีที่ผ่านมา มีทั้งประสบการณ์ที่ดีและไม่ดี มีสิ่งที่เรารู้และไม่รู้ คุณคิดว่าประสบการณ์ทั้งหมดมีความหมายไหม?
A: ผมอายุแค่ 28 แต่ผมอยากจะคิดว่าประสบการณ์แย่ๆ ทั้งหมดของผมเกิดในช่วงอายุ 20 ต้นๆ นะครับ (หัวเราะ) แต่ดูเหมือนว่าจะไม่มีประสบการณ์ไหนที่ไม่มีประโยชน์ ผมคิดว่าถ้ามันมีแต่ช่วงเวลาที่ดีๆ ผมคงจะไม่พร้อมสำหรับการใช้ชีวิต มีเรื่องราวหลากหลายและผมได้เรียนรู้เยอะเลย มีเวลาอีก 2 ปีจนกว่าผมจะอายุ 30 แต่สำหรับผมแล้ว ไม่ว่าผมจะชอบมันหรือไม่ก็ตาม ช่วงวัยอายุ 20 กว่าคือ 10 ปีแห่งการเรียนรู้ ผมคิดว่ามันคือ 10 ปีที่เป็นตัวกำหนดทิศทางที่ชีวิตของผมตอนวัย 30 กว่า 40 กว่า และชีวิตที่เหลือของผมจะดำเนินไป
Q: คุณดูเหมือนจะเข้มแข็งมากระหว่าง 10 ปีที่ผ่านมา
A: แต่ผมไม่แน่ใจว่าเพราะผมเด็กสุดในทีมรึเปล่า แฟนๆ ถึงรู้จักผมในแบบที่มีบรรยากาศน่ารักๆ (หัวเราะ) ดูเหมือนว่าคุณต้องมีความเข้าถึงตัวเองที่พร้อมจะเปลี่ยนแปลง ถ้าคุณทำถามคำพูดของคนรอบตัว คุณอาจจะสูญเสียโฟกัสไปได้ ในขณะเดียวกัน ถ้าคุณคิดว่า ‘มีแต่สิ่งที่ฉันคิดเท่านั้นที่คือคำตอบ’ ก็จะไม่มีการเติบโต สิ่งที่ผมอยากจะพูดก็คือการเติบโตอย่างช้าๆ บนพื้นฐานที่พร้อมจะยืดหยุ่น อา ผมฟังเพลง ‘Bounce’ ของโชยองพิลและประหลาดใจจริงๆ ที่ผมคิดอีกครั้ง แม้กระทั่งตอนที่ผมยังคงเป็นตัวเองและอายุมากขึ้น ผมอยากจะกลายเป็นนักร้องที่ทำเพลงที่เป็นที่ต้องการของสมัยนั้น
Q: ช่วงนี้ได้เห็นชินฮวากลับมาทำงานอีกครั้ง ฉันคิดว่าพวกเขาสนุกสนานและเป็นผู้ชายที่เท่ในคราวเดียวกัน JYJ สามคนดูเหมือนจะมีความสัมพันธ์ที่สนิทสนมแบบที่พูดคุยกันไดจริงๆ คุณเคยคิดรึเปล่าคะว่า JYJ จะเป็นยังไงให้อีก 10 ปี?
A: ผมจำได้ว่าได้ยินอะไรแบบนี้จากพวกเขา ว่าเวลาพวกเขาอยู่คนเดียวพวกเขาก็สมกับที่เป็นวัย 30 กลางๆ หรือต้นๆ แต่ตอนที่พวกเขามารวมตัวกันเป็นชินฮวา พวกเขาเป็นเหมือนเด็กมัธยมปลายเลย มันเป็นเพราะพวกเขาโตมาด้วยกันตั้งแต่ต้น JYJ ก็เป็นแบบนั้นเหมือนกันครับ เวลาเราไม่ได้อยู่ด้วยกัน เราไม่เป็นแบบนั้นเลย แต่พอเราสามคนอยู่ด้วยกัน เรากลายเป็นเด็กน้อย (หัวเราะ) มุขตลกของเรากลายเป็นมีเหลือเฟือและในขณะที่ความรู้สึกอยากหัวเราะพลุ่งพล่านขึ้นมา เราก็จบลงด้วยการทำอะไรประหลาดๆ และเสียงของเราสามคนก็ดังขึ้น อีก 10 ปีเหรอครับ? ผมหวังว่ามันจะเป็นเหมือนเดิมนะ ในขณะที่ฟังเรื่องวงบอมยูรัมกอลกโยในรายการ “Radio Star” ผมคิดว่ามันคงจะดีถ้า JYJ เป็นแบบนั้นเหมือนกัน ดูอย่างวง Gospellers วงอะแคปเปล่าญี่ปุ่น เมมเบอร์แต่งงานกันหมดแล้ว พวกเขามีภรรยาและลูกๆ และยังคงอยู่ด้วยกัน แม้แต่ครอบครัวของพวกเขาก็สนิทกันด้วย เวลาผมเห็นภาพนั้น ผมคิดว่าผมอยากจะแก่ตัวไปเป็นแบบนั้นเหมือนกันครับ
Q: รู้สึกยังไงเวลาเห็นแฟนๆ มากมายรอคุณอยู่เวลาคุณไปถึงที่สนามบินต่างประเทศ?
A: มันสุดยอดจริงๆ ครับ มันสุดยอดที่พวกเขารู้จักเรา แต่สิ่งที่สุดยอดกว่านั้นคือพวกเขาร้องเพลงที่มีเนื้อเพลงเป็นภาษาเกาหลีที่คอนเสิร์ต โดยเฉพาะเพลงของ JYJ ที่ยากที่จะออกทีวี คุณต้องดาวน์โหลดเพลงของเรา เวลาผมได้เห็นแฟนๆ ที่ร้องเพลงของเราในอีกฟากนึงของโลกที่คุณเดินทางไปไม่ได้ง่ายๆ ผมระลึกถึงความตั้งใจของตัวเองที่จะไม่ท้อถอยครับ
Q: คุณบอกในการให้สัมภาษณ์สองสามครั้งที่ผ่านมาว่า “ผมอยากจะเปลี่ยนแปลงมุมมองของผู้คนต่อไอดอลแทนที่จะฉีกออกมาจากภาพลักษณ์ของไอดอล” คุณยังเชื่อแบบนั้นอยู่รึเปล่า?
A: ครับ ไอดอลคือนักร้องที่ทำเพลงที่ฮอตและนำเทรนด์ที่สุดในยุคนั้นและนำสมัยด้วยเพลง การนำเต้นและการแสดงที่วางแผนมาอย่างเฉียบคม แต่เพราะว่าคุณอายุน้อยไม่ได้หมายความว่าคุณเป็นไอดอลนะครับ และแค่เพราะคุณอายุมากขึ้นก็ไม่ได้หมายความว่าคุณไม่ได้เป็นไอดอลแล้วเหมือนกัน กระแสเกาหลีดังทั่วโลกและเป็นที่รักมาก หมายความว่าเพลงปีอปของเรามีพลัง ด้วยสิ่งนี้ ผมคิดว่าวงไอดอลแทนที่จะถูกใช้และถูกกลืนหายไป ควรจะรักษาความเชื่อมั่นในตัวเองในฐานะศิลปินและพัฒนาต่อไป นักร้องไอดอลคนอื่นๆ และผมมีความรับผิดชอบที่ต้องทำแบบนั้นแน่นอน
Q: คอนเสิร์ตในโตเกียวโดมเมื่อต้นปีนี้ดูจะมีความหมายมาก เพราะว่ามันไม่ง่ายเลยที่จะไปที่นั่น
A: มันเป็นงานอย่างเป็นทางการครั้งแรกที่ญี่ปุ่นในรอบ 3 ปีและเป็นการกลับไปโตเกียวโดมครั้งแรก หลังจากมันเป็นไปไม่ได้ที่จะเช่าโตเกียวโดม เราจัดคอนเสิร์ตกลางแจ้งในเมืองที่ห่างจากโตเกียวไป 3 ชั่วโมง เราซาบซึ้งใจมากที่แฟนๆ เดินทางมาไกลขนาดนั้นและได้รับกำลังใจจากพวกเขา ในขณะเดียวกัน เราก็รู้สึกเสียใจที่ต้องทำให้พวกเขาไปถึงที่นั่น เราไม่แน่ใจว่าเราจะได้ยืนบนเวทีโตเกียวโดมอีกครั้งหรือไม่ แต่ในที่สุดทุกอย่างก็ลงตัว บอกตามตรงว่าผมคิดว่าคอนเสิร์ตที่โตเกียวโดมครั้งนั้นอาจจะถูกยกเลิกเมื่อไหร่ก็ได้ตอนที่ทำงานอยู่ บางครั้งผมก็คิดว่าผมควรจะเตรียมตัวสำหรับสถานการณ์ที่แย่ที่สุด เพราะถ้าไม่ทำแบบนั้น แล้วเกิดมีอะไรผิดพลาดก็จะยิ่งช็อคเข้าไปใหญ่ แต่โชคดีที่เราได้ยืนบนเวทีโตเกียวโดมอีกครั้ง ผมประทับใจจริงๆ ผมร้องไห้ในวันสุดท้ายด้วยครับ
Q: คุณมีความกลัวอะไรรึเปล่าในตอนนี้?
A: ผมไม่มีความกลัวครับ แต่ผมสงสัยนิดหน่อยว่าผมจะทำเพลงและได้รับความรักมากมายอย่างทุกวันนี้ไปจนถึงเมื่อไหร่ สำหรับเวลาสามสี่ปีที่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เกิดขึ้นกับเรา เราได้รับความรักมากมายจากแฟนๆ ดังนั้นผมเชื่อว่าตอนนี้มันเป็นโอกาสที่เราจะตอบแทนความรักของพวกเขาแทนที่จะไปคาดหวังว่าจะโด่งดังและได้ทำงานเพลง
Q: ถ้านักดนตรีอื่นๆ หรือไอดอลคนอื่นพูดเหมือนกันอาจจะไม่มีใครสนใจก็ได้ แต่ว่าพอคิมจุนซูหรือ JYJ เป็นคนพูด มันฟังดูต่างออกไปนิดหน่อยนะคะ
A: ผมมีบทบาทที่หลากหลาย ผมคือคิมจุนซู คือ XIA คือ จุนซูแห่งวง JYJ เป็นลูกชายของพ่อแม่ผม เป็นนักบอลที่มีเบอร์ 12 อยู่กลางหลัง และผมแยกแต่ละบทบาทออกจากกันไม่ได้ครับ ทั้งหมดคือสิ่งเดียวกัน คือผม ตัวผมเอง ผมไม่ชอบการเสแสร้งครับ ไม่ว่าจะในสถานการณ์ใดๆ ผมพยายามจะซื่อตรงและทำดีที่สุดของผมแบบมองโลกในแง้ดี ในฐานะนักดนตรีคิมจุนซู ในฐานะ XIA ผมโอเคที่จะเสียสละตัวเองเพราะแฟนๆ มากมายกำลังมอบความรักให้กับผม ผมไม่อยากจะคิดอะไรบนเวทีนอกจากเพียงแต่ร้องเพลงออกมาจากหัวใจที่จริงใจเท่านั้นครับ
Translated by: XiahPress
แปลไทย: ลูกแก้วใสกิ๊งระริ๊ง
ข้อความนี้ถูกเขียนใน JYJ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

3 ตอบกลับที่ [Trans INTERVIEW] สัมภาษณ์คิมจุนซูจากนิตยสาร Marie Claire ฉบับเดือนกรกฎาคม

  1. @25032547 พูดว่า:

    ตื่นเต้น..และดีใจที่ได้รู้ว่าจุนจังจะออกอัลบั้มเดี่ยวอีกครั้ง..และคงจะไม่ทำให้ผิดหวังแน่นอน..เราเชื่ออย่างนั้น.เพราะอัลบั้มแรกเราว่ามันสุดยอดมากๆเลยทั้งๆที่ช่วงเวลานั้นมันเต็มไปด้วยความกดดันรอบด้าน..แต่จุนจังก็ยังทำออกมาได้ดีมากๆ..สุดยอดอ่ะ..เราขอออกตัวก่อนเลยว่าเราไม่ใช้ฟค.ดงบังตั้งแต่เริ่มแรก..เรามาเริ่มติดตามก็ตั้งแต่JYJแยกตัวออกมา..ด้วยเพราะอยากรู้ว่าเทพทั้ง5ผิดใจกันด้วยเรื่องอะไร..และก็ได้สัมผัสถึงความรัก..ความเข้มแข็ง..จริงใจ..จริงจัง.ไม่เสแสร้ง.และความสามารถที่เปี่ยมล้นทั้ง3คน..มันทำให้เราตกหลุมรักเลยละ ^^ ทุกวันนี้..เราก็ยังไม่เข้าใจว่า..วงการบันเทิงของเกาหลี..ทำไมถึงยังกีดกันเค้าทั้ง3คน..และในตอนนี้เราไม่แคร์วงการบันเทิงเกาหลีที่ไม่ค่อยต้อนรับพวกเค้าอีกต่อไปแล้ว..เพราะพวกเค้ามีที่ยืนที่กว้างใหญ่กว่าในประเทศบ้านเกิดของตัวเองมากมายนัก..

    และไม่ว่าจุนจังจะเป็นอะไร…(เป็นลูกที่น่ารักของพ่อแม่..เป็นน้องที่น่ารักของพี่ๆ..เป็นนักร้อง..นักแสดง..นักกีฬา..) จุนจังทำได้ดีในทุกด้าน..เป็นแบบอย่างให้รุ่นน้องได้เดินตาม

    เรารู้สึกเป็นเกียร์ตดีใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้รู้จักผู้ชายคนที่และได้รักเธอ XIA..คิมจุนซู..แห่งวงJYJ
    su su na XIA Fighting (=^-^=)

  2. m&o พูดว่า:

    อ่านแล้วรู้สึกฮึกเหิมมากอ่ะ จุนซู
    ตอนนี้ก็โตขึ้นเยอะเลยเนอะ .. ประสบการณ์ที่ผ่านมามันทำให้นายเข้มแข็งขึ้น
    ชอบที่นายพูดว่า ‘ตอนนี้ผมไม่มีความกลัวใดๆ ผมแค่ต้องการตอบแทนความรักของแฟนเท่านั้นครับ ‘
    … แน่นอน เราก็ไม่เคยกลัวที่จะรักนายเช่นกัน❤
    โลมาน้อย เป็นผู้ใหญ่แล้ว ^^

    ขอบคุณสำหรับคำแปลค่ะ

  3. poojj พูดว่า:

    ขอบคุณที่นำมาแบ่งปันค่ะ
    รักพวกนายทุกคนมากมาย

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s