[แปล] สัมภาษณ์ยูชอนจากไกด์บุคเรื่อง Rooptop Prince ฉบับภาษาญี่ปุ่น

Rooftop Prince Japanese Guidebook
สัมภาษณ์ยูชอนจากไกด์บุคเรื่อง Rooptop Prince ฉบับภาษาญี่ปุ่น

หมายเหตุ: แปลครบคำถามทั้งหมด 25 คำถามแล้วค่ะ
Q: ตอนที่เลือกโปรเจคเล่นละคร ทางเราได้ยินว่าคุณสนใจเรื่อง Rooptop Prince ทันทีหลังจากที่ได้อ่านบทเป็นครั้งแรก จริงหรือเปล่าคะ?
A: ถ้าคุณอยากจะลองเปรียบเทียบกันกับเรื่องอื่นๆ บทของเรื่อง Rooptop Prince ดึงดูดความสนใจของผลมากที่สุดในละครสามเรื่องที่ผ่านมา ตอนที่อ่านบทเรื่องบัณฑิตหน้าใสหัวใจว้าวุ่น (Sungkyunkwan Scandal) ตอนนั้นมีบทละครแล้วถึงสี่ตอน ในขณะที่เรื่อง มิสริปลีย์ (Miss Ripley) นั้น ผมอ่านบทอยู่พักหนึ่ง แต่กับเรื่อง Rooptop Prince หลังจากอ่านบทไปแค่สองตอนผมก็ตัดสินใจรับละครเรื่องนี้เลยครับ
Q: อะไรที่คุณชอบที่สุดในบทเรื่องนี้?
A: การเดินทางข้ามเวลาระหว่างภพอดีตและอนาคต กับการที่มีสองบทบาทนั้นน่าสนใจมากครับ และบทของอีกักเองนั้นก็มีเสน่ห์มาก ๆ อยู่แล้วด้วย ในตอนแรกอีกักเป็นองค์ชายรัชทายาทที่มีอำนาจ (เพราะท้ายที่สุดของคือคนที่จะครองบัลลังก์ต่อจากพระราชา) แต่เมื่อเขาเดินทางมาที่กรุงโซลในศตวรรษที่ 21 ทุกสิ่งทุกอย่าง (ที่เขามี) ก็มลายหายไป นี่คือจุดที่ผมชอบมากที่สุดครับ และในบทละครนี้บอกว่าละครเรื่องนี้จะไม่จบแบบละครรักโรแมนติคใส ๆ ทั่วไป ดังนั้น ผมจึงมุ่งมันตั้งใจที่จะรับเล่นละครเรื่องนี้ครับ
Q: ในการออกอากาศตอนแรก ละครเรื่องนี้ได้ถูกจัดให้เป็นละครเรื่องหนึ่งที่น่าสนใจ คุณคาดหวังว่าจะเป็นเช่นนี้หรือเปล่า?
A: ตอนแรกที่ผมได้อ่านบทละคร ผมรู้สึกว่าละครมันก็น่าสนใจอยู่แล้วต้องเป็นละครดังแน่นอน แต่พอตอนที่ผมเริ่มฝึกซ้อมการแสดงผมกลับรู้สึกว่าถ้าผมรู้สึกว่ามีแค่ผมคนเดียวที่สนใจแล้วละก็มันก็คงจะแย่ไม่นัอย บทละครและภาพที่ได้จากการถ่ายทำนั้นแตกต่างกันมากมาย ไม่ใช่แค่ผมที่กังวลทั้งผู้กำกับและหนุ่ม ๆ อีกทั้งสามคนต่างก็พากันกังวล ดังนั้น..ตอนที่อีกักและทั้งสามคนเดินทางข้ามเวลามาที่กรุงโซลในศตวรรษที่ 21 พวกเราพยายามไม่ทำให้มันดูโอเว่อร์เกินไป ผมคิดว่าผมจะทำให้ดีที่สุดในการแสดงและให้ผู้ชมคิดเอาเองว่ามันน่าสนใจ ถึงแม้ในสถานการณ์ที่ขบขันอีกักก็จะยังคงแสดงสิหน้าที่จริงจัง ซึ่งทำให้ผู้ชมหัวเราะ
Q: ถ้าให้เปรียบเทียบระหว่างองค์ชายรัชทายาทจากโชซอนกับยงแทยังล่ะ?
A: ผมจะยกตัวอย่างนะครับ อีกักจะเป็นเหมือนศิลปิน แทยังจะเหมือนใครที่กระโดดออกมาจากชีวิตของศิลปิน อีกักจะเป็นจุดสนใจเสมอ ทุกคนจะคอยจับตามองว่าเขากำลังพยายามจะทำอะไร ในขณะที่แทยังคือคนที่พยายามอยากจะมีชีวิตของเขาเองและตามหาความฝันของเขาโดยต้องการชีวิตที่มีอิสระเสรี
Q: จากตอนที่ตัดสินใจรับบทนี้จนเริ่มถ่ายทำ คุณมีเวลาทบทวนเกี่ยวกับการเข้าถึงบทอีกักไหม?
A: เรื่องที่ยากที่สุดของอีกักคือการควบคุมเสียงของเขา โทนเสียงนั้นไม่แค่เป็นการกำหนดว่า “ผมจะต้องทำแบบนี้” ในการตัดสินใจเข้าถึงบทนี้และแสดงออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ ในสถานการณ์ที่ผมยังไม่เข้าถึงบทของอีกัก ผมมักจะเครียดเกี่ยวกับโทนเสียงของอีกัด ผมมักจะคิดว่าผมไม่สื่อให้เห็นอำนาจขององค์รัชทายาทออกมาได้ ผลก็เลยผมพยายามมากขึ้นในการแสดงในส่วนนี้ เช่น เวลาที่ออกคำสังผู้ติดตามทั้งสามผมจะใช้สายตาของผมในการแสดงอำนาจ หรือใช้สายตาของผมสื่อว่า “ผมจะไม่ยอมให้ผู้ร้ายออกมาเดินเพ่นพ่าน” ผมจะเน้นรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ เล่านี้ให้มากขึ้น
Q: แค่การแสดงออก และเสียงที่คุณเป็นคนคิดเอง?
A: ช่วงเวลาในการเตรียมตัวนั้นไม่ค่อยพอครับ ในตอนแรกผมไม่คุ้นเคยกับความเร็วในการพูด กริยา และท่าทาง แต่หลังจากสักพักหนึ่งร่างกายของผมก็เริ่มเคยชินกับมันครับ และค่อย ๆ ทำไปโดยอัตโนมัติ ผมชินกับการไพล่มือไว้ด้านหลังมาก ๆ แม้กระทั่งตอนที่ละครจบไปแล้วผมก็ยังคงสลัดนิสัยแย่แบบนั้นทิ้งไม่ได้และยังคงเอามือไพล่หลังโดยไม่รู้ตัว (หัวเราะ) ตอนนี้ผมต้องคอยเตือนตัวเองไม่ให้เอามือไพล่หลังครับ
Q: ในตอนครึ่งหลังของละคร คุณต้องแสดงเป็นตัวละครสองตัว อีกักและแทยัง คุณสับสนในบทบาทบ้างหรือไม่
A: ผมไม่สับสนนะครับ ออกแนวว่ากับอีกักแล้วผมแสดง(จนเป็น)ตามธรรมชาติ ในยุคโชซอนผมแค่ต้องแสดงความเจ็บปวดและโกรธเกรี้ยวที่สูญเสียองค์หญิงรัชทายาทเท่านั้น ในขณะที่ยุคศตวรรษที่ 21 เมื่อลองสวมความรู้สึกของอีกักในสถานการณ์แบบนั้นดูแล้ว ผมจะต้องแสดงความรู้สึกออกมาทุกแบบ แต่ในช่วงท้ายของละครมันค่อนข้างยากสำหรับผมเพราะผมต้องแสดงเป็นแทยังตัวจริง ผมมีเวลาในการเตรียมตัวน้อยและผมยังชินกับบทของอีกัก ผมสามารถเริ่มพูดภาษาของยุคปัจจับันได้ หลังจากที่อีกักต้องเปลี่ยนตัวเป็นแทยังแบบกระทันหันผมคิดว่าผมทำได้ไม่ดีนักในส่วนของรายละเอียดต่าง ๆ ซึ่งทำให้ผมรู้สึกเสียใจภายหลังเกียวกับเรื่องนี้ จู่ ๆ ผมก็นึกถึงแว่นขึ้นมา เวลาใส่แว่นคือแทยัง ไม่มีแว่นคืออีกัก ผมแบ่งความแตกต่างด้วยวิธีนี้ครับ
Q: ในครึ่งแรกของละคร องค์หญิงรัชทายาทถูกฆาตกรรม และการมีจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ ในเรื่องของอารมณ์ความรู้สึกของคุณนั้น คุณสามารถปรับเปลี่ยนได้เร็วแค่ไหน?
A: ในละครตอนแรกนั้น มันมีการแสดงที่ออกมาจากความรู้สึกจากข้างในอยู่บ้างแล้ว การดำเนินเรื่องของละครนั้นรวดเร็วมากจนการถ่ายทำนั้นยากลำบากสำหรับผม ในการที่จะตัดสลับบทในสองสามตอนนั้นผมต้องแสดงอารมณ์และก็เก็บมันไว้ และมันก็มีฉากที่อีกักระลึกถึงอดีตสมัยโชซอนด้วย บอกตามตรงนะครับมันทำให้ผมเครียดมาก ๆ ตอนที่ผมต้องเตรียมตัวเล่นฉากสนุกสนานนั้นในเวลาเดียวกันผมก็ต้องถ่ายฉากที่ผมพบศพขององค์หญิงรัชทายาทในทันที
Q: หลังจากการถ่ายทำและการปรับอารมณ์ของคุณนั้นเป็นควาท้าทายที่ยิ่งใหญ่ใช่หรือไม่?
A: มันเป็นแบบนี้ครับ อารมณ์มันไม่ได้มาแล้วก็ไปง่าย ๆ ดังนั้นปกติแล้วหลังจากการถ่ายทำผมจะทานแซนวิช ปล่อยให้ตัวผมสงบลงหรือดื่ม milkis (น้ำอัดลม) เพื่อปรับอารมณ์ของผม การฟังเพลง การอ่านทวนบทละคร หรือ ผมอาจจะคิดเรื่องนั้นเรื่องนี้ อะไรแบบนี้ล่ะครับ เพราะว่ามันก็มีเวลาไม่มากด้วยครับ
Q: คุณช่วยเล่าเรื่องเบื้องหลังในการถ่ายทำฉากนอกสถานที่ให้เราฟังอีกหน่อยได้ไหม?
A: ในตอนที่หนึ่งนั้น ผมต้องกำลังเดินเล่นกับองค์หญิงรัชทายาท และที่นี่คือที่ที่ศพขององค์หญิงถูกพบ ตอนแรกทั้งหมดนี้น่าจะถ่ายทำได้เสร็จภายในวันเดียว แต่เพราะว่าฝนตกลงมาในตอนบ่ายทุกอย่างก็เลยล่าช้าไปทั้งหมด บางฉากของอีกักกับพูยองเลยถูกเลื่อนไปวันถัดไป แต่หลังจากฝนตกแล้วดวงอาทิตย์ก็ส่องแดงสวยงามมากครับ
ระหว่างการถ่ายทำที่สวนสนุก เพราะการสูดเอามากเกินไปและคุณเลยรู้สึกเวียนหัว
Q: ในตอนที่สาม อีกักและปาร์คฮาไปสวนสนุกและเล่นกับก๊าซฮีเลียม มันเป็นเรื่องสนุกมาก ตอนถ่ายทำเป็นอย่างไรบ้าง?
A: มันเป็นการถ่ายที่ยากมากครับ มันมีหลายฉากที่เราต้องถ่ายทำและท้องฟ้าก็ค่อย ๆ มืดลงเรื่อย ๆ ดังนั้นผมเลยสูดเอาก๊าซฮีเลียมไปเต็มปากเต็มคำ เพื่อจะต้องพูดกับปาร์คฮาว่า “เธอ เธอไร้มรรยาท” และประโยคอื่น ๆ อีก ซึ่งทั้งสองประโยคในบทจะต้องพูดต้องเนื่องกัน ดังนั้นเพื่อที่จะให้เป็นเสียงแบบเดียวกันทั้งหมด ผมจึงต้องสูดเข้าไปให้มากกว่าเดิม ซึ่งการทำสูดมันเข้าไปจำนวนมากทำให้ผมเวียนหัวและไม่สามารถพูดสิ่งที่ผมต้องพูดได้ สายตาผมเริ่มเบลอแล้วก็มืด รุ่นพี่จีมินตกใจมากและบอกผมว่าริมฝึปากกลายเป็นสีม่วง เพราะว่าผมในหัวผมคิดแค่ว่าต้องการให้สูดก๊าซแล้วถ่ายฉากนี้ให้เสร็จไว ๆ แค่นั้น
Q: มีฉากไหนบ้างไหมที่ที่ทุกคนคิดว่ามันน่าสนใจ แต่พอตอนถ่ายทำจริงแล้วมันกลับยากมาก?
A: มีฉากที่ผมและทั้งสามคนกำลังพยายามเรียนรู้วิธีการแปรงฟันจากปาร์คฮา ผมต้องกลืนยาสีฟันสองสามครั้ง จองซกวอนเอาแต่หัวเราะดังนั้นจึงมีถ่ายเสียเยอะมาก แล้วตอนนั้นรุ่นพี่จีมินก็ต้องแปรงฟันไปด้วยบีบยาสีฟันไปด้วยและเธอดูน่าสงสารมากครับ (หัวเราะ) ถ้าการถ่ายทำน่าเบื่อ ความสัมพันธ์ระหว่างนักแสดงก็จะแย่ไปด้วย สำหรับพวกเราความสัมพันธ์ของพวกเราดีมากครับ พวกเราสามารถหัวเราะได้แม้หลังจากกลืนยาสีฟันลงไป แต่การกลืนยาสีฟันมากไปก็แย่ครับ มันทำให้ผมเวียนหัว เรอไม่หยุด และท้องไส้ปั่นป่วนด้วยครับ
Q: ในการถ่ายทำ มีความลับอะไรในการมีบรรยากาศที่ดี(ในการถ่ายทำ)บ้าง?
A: ในการสร้างบรรยากาศให้ดีขึ้น มันขึ้นอยู่กับนักแสดงหญิงค่อนข้างมากครับ โดยปกติแล้วจะมีนักแสดงชายมากกว่านักแสดงหญิง สำหรับนักแสดงชายนั้นการไม่อาบน้ำสองสามวันเป็นเรื่องที่รับได้ครับ แต่สำหรับนักแสดงหญิงแล้วพวกเธอทำแบบนั้นไม่ได้ พวกเธอต้องดูดีและดูแลผิวพรรณให้ดี เพราะอย่างนี้ถ้านักแสดงหญิงอารมณ์ไม่ดีก็จะส่งผลถึงบรรยากาศ(การถ่ายทำ)ด้วย แต่หนนี้รุ่นพี่จีมินนั้นสดใสร่าเริงยิ่งกว่าใคร ๆ ที่นี่ ทีมงานทุกคนทำงานได้ดีและทุกอย่างก็ราบรื่น จองยูมิก็เหมือนกันครับ เวลาที่คุณเหนื่อยการยิ้มแย้มเวลารับประทานหรือพูดคุยนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แต่ไม่ว่ารุ่นพี่จีมินจะเหนื่อยยังไงเธอจะทักทายทุกคนด้วยความสดใสร่าเริงของเธอ เพราะว่าเธอทุกคนเลยสดชื่นขึ้นและถ่ายทำได้จนเสร็จ
Q: คุณไม่เคยคิดบ้างหรือว่าเพราะคุณหน้าตาดีจึงเป็นที่รักของทุกคน? เพื่อนร่วมงานของคุณบอกว่ายูชอนไม่เคยปล่อยให้คนอื่นได้เห็นใบหน้าที่เหน็ดเหนื่อยเลย
A: ผมก็เป็นคนธรรมดานะครับ ถ้าผมเหนื่อยมันก็จะแสดงออกที่สีหน้าผมเหมือนกันแหละครับ (หัวเราะ) บางครั้งผมก็ทะเลาะกับผู้จัดการของผมบ้าง แต่วิธีการแสดงออกของคุณนั่นแหละที่สำคัญมาก อย่างเช่น กับผู้จัดการของผมนั้นผมจะไม่ทำเสียงงุ่นง่านใส่ แต่ผมจะพูดอะไรแบบ “ในฐานะมนุษย์ พวกเราควรจะได้นอนอย่างน้อยวันละหนึ่งชั่วโมงไม่ใช่หรอครับ? แม้แต่พี่ก็เหนื่อยใช่ไหมล่ะ?” ถ้าคนรอบ ๆ ตัวผมเห็นผมเหนื่อยละก็ มันก็จะยิ่งทำให้ทุกคนเหนื่อยมากยิ่งขึ้นไปอีกไม่ใช่หรอครับ? ที่จริงแล้วตอนที่ผมเดบิ้วใหม่ ๆ ผมรู้สึกเหนื่อยมากและรู้สึกอึดอัดว่า ทำไมผมต้องทำงานนี้ด้วย ผมไม่รู้ว่าอะไรสำคัญมากกว่าอะไรและผมแค่ทำงานไปตามหน้าที่ แต่ตอนนี้ผมรู้สึกเข้าใจชัดเจนแล้วว่าผมกำลังทำอะไรอยู่และงานนั้น ๆ มันสำคัญแค่ไหน ดังนั้นผมจึงทำมันด้วยความสุขครับ แต่การควบคุมความรู้สึกหงุดหงิดงุ่นง่านของผมก็ยังทำได้ยากมากอยู่ดีนะครับ (หัวเราะ)
Q: หลังจากเสรฺ็จสิ้นการถ่ายทำแล้ว คุณยังคงติดต่อกับนักแสดงคนอื่น ๆ อยู่อีกหรือไม่?
A: ติดต่อครับ หลังจากที่การถ่ายทำเสร็จสิ้น พี่อีแทซังกับยูมิมาเล่นที่บ้านผมด้วยครับ รุ่นพี่จีมินมาไม่ได้เพราะว่าเธอไม่สบายและให้น้ำเกลืออยู่ที่โรงพยาบาลครับ พวกเราดื่มเบียร์และพูดคุยเกี่ยวกับทุกเรื่อง แล้วพวกเราก็ออกไปร้านอาหารใกล้ ๆ บ้านผม และดื่มโซจูกันก่อนแยกย้ายกันกลับ ที่จริงแล้วยูอาอินกับซงจุงกิที่ผมร่วมแสดงด้วยในเรื่อง Sungkyunkwan Scandal ก็อบอุ่นและเป็นมิตรมากครับ พวกเขาทำให้ผมประทับใจมากในฐานะนักแสดง แต่กับทีมงานเรื่อง Rooftop Prince จะเป็นเหมือนเพื่อนมากกว่านักแสดงและพวกเราก็สนิทกันโดยธรรมชาติ นี่คือครั้งแรกที่ผมมีประสบการณ์แบบนี้ ดังนั้นมันไม่น่าเชื่อเลยครับ แต่มันก็ดีจริงๆ
Q: อีมินโฮ ชอยอูชิก และจองซกวอน ผู้ที่เล่นเป็นสามหนุ่มรับใช้ พวกเขาเล่นเข้าขากันได้ตั้งแต่แรกเลยหรือไม่?
A: ตอนเริ่มถ่ายทำ เราไม่มีเวลาปรึกษาพูดคุยกันมากนักครับ แต่เราก็เข้าขากันได้ดี ทั้งสามคนต่างก็เป็นเพื่อนที่ดีครับ และผมก็สามารถเข้าร่วมวงและร่วมแสดงได้อย่างผ่อนคลาย ผมคิดว่ามันเป็นเพราะทั้งสามคนต่างเตรียมตัวกันมาอย่างกระตือรือล้น แม้กระทั่งเรื่องรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ถูกเตรียมมา นั่นทำให้พวกเราสามารถเล่นสดกันได้ โดยเฉพาะชอยอูชิกเขาฉลาดมากครับ เขามีมุกใหม่ ๆ มาอยู่เรื่อย ๆ เลย
Q: พูดถึงการเล่นสดแล้ว “omurice” (โอมุไรซ์) ถูกแยกออกเป็นคำ ๆ และออกเสียงว่า “โอ-มุ-ไร-สึ” นั้น ก็มาจากความคิดของคุณใช่หรือไม่?
A: คนเกาหลีสมัยนี้ออกเสียงคำนี้ว่า “omurice” แต่ในยุคโชซอนนั้นยังไม่มีคำภาษาต่างประเทศ ดังนั้นการออกเสียงไม่น่าจะทำได้ชัดนัก ผมคิดว่า “บางทีผมน่าจะพูดแยกกันทีละพยางค์” ดังนั้นผมก็เลยทำแบบนั้น ส่วนพยางค์สุดท้ายนั้นผมคิดว่ามันจะดูสมจริงมากกว่าถ้าออกเสียงแบบปากกลม “สุ” (수) มากกว่าแบบปากเส้นตรงอย่าง “สึ” (스) การออกเสียงแบบนี้ทำให้มันน่าสนใจและได้รับการตอบรับที่ดี ส่วนสามหนุ่มที่ทำเลียนแบบผมนั้นก็ออกเสียงแบบเดียวกัน และหลังจากนั้นแม้กระทั่งในบทละครก็ยังเขียนเป็นแบบนั้น (หัวเราะ) มันไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องทำตามแบบนั้น แต่แค่การคิดในฐานะอีกักแล้วคำพูดและการกระทำที่ต่างไปจากบทละครมันก็ออกมาเองโดยธรรมชาติครับ
Q: ยูชอนมีรูปร่างหน้าตาที่สามารถเอาชนะใจสาว ๆ ได้
A: (ตอบทันที) ไม่เลยครับ ผมไม่คิดแบบนั้นนะ พูดถึงเรื่องหล่อเนี่ย ผมคิดว่าผมยังขาดอีกมาก ผมคิดว่าเพราะว่าผมไม่สมบูรณ์แบบคือเหตุผลที่ทำให้คนรักผมครับ (หัวเราะ)
Q: แต่ว่ายูชอนคนที่ดูดีเป็นปกติและทันสมัย (หัวเราะ) ไว้ผมยาวและแต่งตัวประหลาด ๆ อย่างชุดวอร์มสีแดง และแจ็กเก็ตยีนส์ในละครนั้น รู้สึกอย่างไรบ้างที่ได้ใส่อะไรแบบนี้?
A: ส่วนตัวแล้วผมชอบมันมากครับ ที่จริงผมมชอบใส่ชุดแบบนั้นนะ มันไม่เหมือนใครดีไม่ใช่หรอ? ชุดยีนส์กับรองเท้าหิมะ จะมีใครใส่แบบนั้นไหม? แล้วก็รวบผมขึ้น (หัวเราะ) การแต่งตัวแบบนี้ ถ้ามันไม่อยู่ในละครแล้วล่ะก็คงทำให้คนรู้สึกแปลกน่าดู แต่มันก็เข้ากับอีกักได้ดี คนที่มาจากยุคโขซอน 300 ปีก่อน ที่มีการกระทำแปลกประหลาดและน่ากระอักกระอ่วนใจ น่าเสียดายที่วิกผมยังไม่ค่อยเข้ากับผมเท่าไหร่ในช่วงแรก ๆ มันเลยดูแปลก ๆ แต่ระหว่างที่ถ่ายทำไปมันก็ดีขึ้นจนในที่สุดมันก็เข้ากับรูปทรงของหัวผมแต่หลังจากนั้นตามท้องเรื่องผมก็ต้องตัดผมซะแล้ว (หัวเราะ)
Q: ความรักที่มีต่อปาร์คฮานั้นลึกซึ้งและทำให้ต้องเจ็บปวดอย่างมาก คุณมีความคิดอย่างไรในการแสดงให้เห็นความรักที่ส่งผ่านกาลเวลากับปาร์คฮา?
A: ผมคิดว่ามันก็เหมือนกับการแสดงอื่น ๆ แต่ในละครที่มีการเดินทางข้ามเวลา ถ้าคุณไม่สามารถเข้าถึงบทตัวละครของคุณได้ ความรู้สึกของความรักมันก็จะไม่แสดงออกมา ถ้าคุณไม่จริงจังในการแสดงและมันไม่สมจริง มันจะทำให้ผู้ชมรู้สึกว่ามันเป็นแค่เรื่องคิดไปเองหรือไม่ก็ให้ความรู้สึกว่ามันไม่ใช่ ในทางกลับกันถ้าคุณอินเข้าถึงบทบาทและเข้าใจความรักที่เดินทางข้ามเวลา เมื่อคุณแสดงมันออกมา อารมณ์ของคุณจะเริ่มหดหู่ ผมร้องไห้หลายครั้งมากตอนที่ถ่ายละครเรื่องนี้ รุ่นพีจีมินก็เหมือนกัน เมื่อคุณได้ตกหลุมลงไปในความรักที่สุดที่จะคิดคำนึงได้นี้นั้นคุณจะไม่สามารถดึงตัวเองให้หลุดออกมาได้เลย นี่คือความรักที่เจ็บปวดที่คงอยู่ไปจนจบการถ่ายทำ และดังนั้นผมเลยกลัวละครแนวข้ามเวลาหรือแฟนตาซีมากๆ ครับ
Q: ฉากรักไหนที่คุณยังคงจดจำมันได้อย่างชัดเจน?
A: ในตอนที่ 19 ฉากแต่งงาน และฉากที่อีกักและปาร์คฮานอนอยู่บนเตียงและพูดว่าขอบคุณ แต่ว่าฉากที่ตราตรึงในความทรงจำของผมมากที่สุดไม่ใช่ฉากเหล่านี้ แต่เป็นฉากที่่ถ่ายสำหรับตอนที่ 19 แต่ไม่ได้ฉายเพราะว่าปัจจัยด้านเวลา อีกักได้กลับไปที่ยุคโชซอนแล้ว ปาร์คฮาอยู่คนเดียวและกลับไปที่ม้านั่งที่ทั้งสองคนเคยนั่งด้วยกัน และร่ำไห้รำลึกถึงอดีตของพวกเขา เพราะว่าเธอเศร้ามากเธอจึงจินตนาการเห็นอีกักยิ้มให้แล้วก็หายไป การที่รู้ว่าทั้งสองคนรู้สึกต่อกันอย่างไรและการที่ได้เห็นปาร์คฮาร้องไห้ แต่ผมกลับต้องยิ้ม มันทำให้เจ็บปวดมากครับ อ้อ ใช่แล้ว! ผมยังชอบฉากที่ผมใส่สร้อยให้ปาร์คฮาด้วย การที่รู้ว่าเราจะต้องจากกันในไม่นานนี้ การใส่สร้อยให้ปาร์คฮา เธอสัมผัสเสื้อผ้าของผม แล้วจู่ ๆ ผมก็รู้สึกถึงกระแสความเจ็บปวดทะลักขึ้นมา อ่าา ความรู้สึกนั้นมันแปลกจริง ๆ ความรู้สึกของผมวุ่นวายไปหมดและผมก็คิดว่า “ผมจะทำยังไงดี” ตอนที่ซ้อมฉากแต่งงานผมร้องไห้เยอะมาก รุ่นพี่จีมินก็ร้องห่มร้องไห้มากมากจริงๆ เป็นครั้งแรกของผมที่ได้เจอการร้องไห้ขนาดนี้
Q: คุณร้องไห้ในฉากจูบด้วย มันเขียนไว้ในบทหรือเปล่า?
A: ไม่ครับ ในละครเรื่องนี้ผมร้องไห้สองสามหนเพราะว่าผมห้ามมันไม่ได้ ฉากจูบนั้นเป็นหนึ่งในนั้น โดยเฉพาะจูบแรกกับปาร์คฮา มันไม่ใช่แค่การสารภาพรัก แต่มันยังหมายถึงว่าอีกักได้ตัดสินใจที่จะไม่กลับโชซอนแล้ว หลังจากที่เขารู้ความรู้สึกของตัวเองที่มีต่อปาร์คฮาแล้วนั่นทำให้เขาต้องล้มเลิกภารกิจไขปริศนาการเสียชีวิตขององค์หญิงรัชทายาท และล้มเลิกการกลับไปโชซอนกับทั้งสามคนไม่ใช่หรือ? ผมคิดแบบนี้แล้วผมก็อดไม่ได้ที่จะเสียน้ำตา
Q: ตอนที่ถ่ายทำฉากจูบคุณรู้สึกอึดอัดบ้างไหม?
A: เหมือนอย่างที่ผมเพิ่งตอบไปน่ะครับ รุ่นพี่จีมินเป็นคนที่สดใสร่าเริงและตรงไปตรงมา เราถ่ายทำด้วยกันเป็นเวลา 4 เดือน ผมรู้สึกเหมือนรู้จักเป็นเพื่อนกันกับเธอมาประหนึ่ง 10 ปี ดังนั้นแม้ว่ามันจะเป็นฉากจูบจริง ๆ ครั้งแรก เมื่อเทียบกับการประกบริมฝึปากเบา ๆ ใน ‘Sungkyunkwan Scandal’ แล้ว แต่มันก็ถ่ายทำได้ง่ายกว่ามากเลยครับ
Q: ในฉากสุดท้ายตอนที่จับมือปาร์คฮา คนนั้นคืออีกักหรือแทยัง ผู้ชมต่างก็มีความเห็นที่แตกต่างกันออกไป คุณเห็นว่าอย่างไร?
A: ผมคิดว่าเป็นแทยัง 100% ครับ การที่จับมือปารฺ์คฮาแล้วกลายเป็นอีกักนั้น ไม่ได้หมายความว่าอีกักได้กลับมาในโลกยุคปัจจุบัน มันคือการแสดงถึงความรักระหว่างคนสองคนที่ไม่สามารถพบเจอกันได้ ภาพที่เห็นคือภาพในจินตนาการ แต่เราก็อยากจะถ่ายทอดความเป็นจริงให้กับผู้ชม ถึงแม้ว่ายองแทยังจะเป็นอีกักกลับชาติมาเกิด เขาก็ไม่ได้มีความทรงจำจากในอดีตชาติของเขาแต่อย่างใด ดังนั้นในบทละคร ตอนที่แทยังไปที่ร้านของปาร์คฮา ในบทเขียนบอกไว้ว่า ตอนที่เขาเห็นปาร์คฮาเขาไม่ได้รู้สึกอะไรเลย แต่พอมาคิดดูว่าปาร์คฮาถูกทิ้งให้อยู่ตัวคนเดียวในโลกยุคปัจจุบันใบนี้แล้วมันช่างน่าสงสารมาก พวกเราเลยปรับปรุงให้แทยังเอาแต่มองปาร์คฮาเหมือนกับว่าเขารู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่าง และก็ยิ้มให้อย่างอ่อนโยน
Q: คุณได้เรียนรู้อะไรจากงานชิ้นนี้บ้าง?
A: ทักษะการแสดงของผมกว้างขึ้นครับ ความอยากเล่นละครก็มีมากขึ้น ไม่ใช่ “ผมอยากทำให้ดีกว่าเดิม” แต่เป็นการถ่ายทำเป็นสิ่งที่มีความสุขมากขึ้น แทนที่จะบอกว่าการเล่นละครนั้นเป็นการกดดัน ผมคิดว่ามันดูน่าสนใจมากกว่าน่ากดดัน มันมีการแสดงที่ผมเล่นไปหลังจากเศร้าจากการวิเคราะห์ตัวละคร มีการแสดงที่ผมเล่นออกมาโดยธรรมชาติเพราะการเข้าถึงตัวละคร ในเรื่อง ‘Rooftop Prince’ ผมได้แสดงความรู้สึกและอารมณ์ที่ไม่มีอยู่ในบท และผมได้เข้าใจความรู้สึกปีติยินดีแบบนี้ ดังนั้นจากนี้เป็นต้นไป ผมอยากจะท้าทายตัวเองในบทที่แตกต่างออกไป ผมหวังว่าสักวันหนึ่งผมจะกลายเป็นนักแสดงที่ไม่ต้องพึ่งการแต่งหน้า แสงไฟ หรือมุมกล้อง แต่ใช้แค่การแสดงอย่างเดียวเท่านั้นเพื่อให้แสดงออกมาดีที่สุด แน่นอนว่ามันคงมีบางเวลาที่ผมต้องเผชิญกับขีดจำกัดของผมบ้าง แต่ผมจะไม่เป็นแบบตอนถ่ายทำเรื่อง ‘Miss Ripley’ ตอนนั้นผมมีความคิดแค่ว่าผมต้องแสดงให้ได้ดีและก็รู้สึกดดันเป้นอย่างมาก แต่เพราะ ‘Rooftop Prince’ ผมจึงเปลี่ยนความคิดที่เกี่ยวกับการถ่ายทำละคะ จากนี้ต่อไปผมจะถ่ายละครทุกเรื่องอย่างมีความสุขครับ

Source: Rooftop Prince Japanese Guidebook
Scaned by: Micky Baidu Bar
Chinese translation: 橘lei&未然

English Trans: @SIXZEROZEROTWO, melodysky
Thai Trans: 3rebelangels
เรื่องนี้ถูกเขียนใน Drama, Interview, Yuchun และติดป้ายกำกับ , , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

4 ตอบกลับที่ [แปล] สัมภาษณ์ยูชอนจากไกด์บุคเรื่อง Rooptop Prince ฉบับภาษาญี่ปุ่น

  1. ying พูดว่า:

    ขอบคุณมากค้าา ^^

  2. p พูดว่า:

    น่ารักอะ พออ่านแล้วก็อยากกลับไปดูอีก ^^

  3. meaw พูดว่า:

    กรี้ดดดด น่ารักมาก คิดถึงกั้กฮา ขอบคุณ รบอจ จ้า>o<

  4. JaeLuv พูดว่า:

    กรี้ดดด ตอนสุดท้ายเป็นแทยังได้ไงคร่าาา
    อ่านบทจูบมาเพลินๆ เจอเพ่ปาร์คตบหน้าเข้าให้ T^T
    กักฮาของเค้า งือออออ

    ปล.ขอบคุณรบอจ.สำหนับคำแปลด้วยค่ะ จุใจมากๆ ญี่ปุ่นสัมภาษณ์ดีจังเลย ^^

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s