[Trans INTERVIEW] 130318 บทสัมภาษณ์เต็มสำหรับนิตยสาร Singles ฉบับเดือนเมษายน: ปาร์คยูชอนกับเรื่องการร้องเพลง การแสดงและชีวิตส่วนตัว

FULL INTERVIEW FOR SINGLES APRIL ISSUE: PARK YUCHUN ON SINGING, ACTING, AND PERSONAL LIFE
[Trans INTERVIEW] 130318 บทสัมภาษณ์เต็มสำหรับนิตยสาร Singles ฉบับเดือนเมษายน: ปาร์คยูชอนกับเรื่องการร้องเพลง การแสดงและชีวิตส่วนตัว

Q: เราได้ยินมาว่า JYJ จะมีคอนเสิร์ตที่โตเกียวโดมในเดือนเมษายน ความคาดหวังจากแฟนๆ มีสูงเพราะนี่เป็นการเริ่มต้นงานในญี่ปุ่นอีกครั้ง คุณกำลังเตรียมตัวยังไงบ้าง?
ยูชอน: เราเห็นว่ามันเป็นเรื่องใหญ่ครับ ผมอยากจะแสดงหลายๆ อย่างถ้าทำได้ แต่มันมีข้อจำกัดในการใส่หลายๆ สิ่งลงไปในการแสดง ในภายข้อกำหนดนั้น เราอยากจะทำให้มันยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่จะทำได้และทำให้แฟนๆ พึงพอใจ ผมอยากจะทำด้วยความตั้งใจว่า ‘นี่เป็นการแสดงครั้งสุดท้ายจริงๆ’ ผมเคยแสดงในญี่ปุ่นมาก่อน แต่ตอนนั้นผมไม่ได้คิดว่า ‘แสดงให้เหมือนการแสดงนี้เป็นครั้งสุดท้ายนะ’ พอผมนึกถึงมันตอนนี้ ผมคิดว่า ‘อ้า ผมควรจะทำให้ดีกว่านั้นนะ’
Q: สิ่งที่คุณพูดมีความหมายมากมาย ในขณะที่คุณเผชิญกับการถูกจำกัดด้านการทำงานหรือความยากลำบาก เราคิดว่าคุณคงรู้สึกว่าแฟนๆ มีคุณค่ามากกว่าแต่ก่อน
ยูชอน: ผมคิดว่าคงอย่างนั้นครับ มันเป็นสถานการณ์ที่แตกต่างออกไปจากกรณีที่ผมเคยรู้สึกนิดหน่อยว่า ‘ผมจะจับไมค์แสดงไปได้นานอีกแค่ไหนกัน? ผมจะทำได้อีกนานแค่ไหนพอผมแก่ตัวแล้ว?’ ด้วยความคิดแบบนี้ ผมรู้สึกขอโทษมากกว่าขอบคุณ เกี่ยวกับงานในญี่ปุ่น ผมพูดเสมอว่า ‘ถ้าเราทำแล้ว เราจะทำในแบบที่น่าสนใจมากๆ’ แต่นั่นก็ไม่ใช่แบบนั้น ผมรู้สึกอัดอึดในใจส่วนหนึ่งและผมขอโทษพวกเขาด้วย เมื่อไหร่ที่มีงานในเกาหลี แฟนๆ จากญี่ปุ่นก็มาที่นี่ ผมรู้สึกขอโทษและขอบคุณในคราวเดียวกันครับ
Q: คุณมีความรู้สึกว่าคุณกำลัง ‘เริ่มต้นใหม่ตั้งแต่นี้ไป’ รึเปล่า?
ยูชอน: ครับ ผมอยากจะทำงานในญี่ปุ่นจริงๆ บอกตามตรงว่าโตเกียวโดมมีช่วงเวลาที่ว่างให้ในครั้งนี้ แต่ทุกอย่างยังไม่ได้มาง่ายๆ แม้แต่กระทั่งตอนนี้ Avex ก็วางแผนที่จะแทรกแซงอีกครั้ง ผมรู้สึกจากใจว่า ‘มันคงดีพอแล้วที่มีโอกาสได้แสดงในครั้งนี้’ ดังนั้น ผมอยากจะแสดงให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ยามเมื่อมีโอกาส
Q: อัลบั้มเดี่ยวของคุณจะออกมาเมื่อไหร่?
ยูชอน: ผมคิดว่ามันน่าจะดีถ้าผมทำเสร็จทันเวลาสำหรับคอนเสิร์ตที่จะถึง แต่ผมอยากอวดความรู้สึกแบบโทนสีพาสเทลผ่านอัลบั้มของผมและแร็ป พอคิดแบบนี้ ผมรู้สึกสับสนในตัวเองในขณะที่แต่งเพลง เวลาผมแต่งเพลงโทนแบบนี้ ผมรู้สึกว่า ‘อ้า ผมอยากจะแสดงแนวเพลงแบบนี้จัง’ จากนั้นผมเติมสิ่งต่างๆ ลงไปและไม่สามารถรักษาสมดุลของตัวเองเอาไว้ได้ ถ้าอัลบั้มของผมออกมาในสภาพนั้น ผมคงจะไม่พอใจกับมัน ถึงผมจะรู้ว่าแฟนๆ กำลังรออยู่ ผมคิดว่ามันน่าจะดีกว่าถ้าได้อวดพวกเขาตอนที่เรื่องราวทุกๆ อย่างค่อยๆ เสร็จสมบูรณ์ถึงแม้จะมาช้าก็ตาม
Q: เรามีความคาดหวังสูงสำหรับโทนแบบพาสเทลนะคะ มีแฟนๆ มากมายที่อยากจะได้ยินอัลบั้มบัลลาดในสีสันของปาร์คยูชอน
ยูชอน: ผมลำบากกับการเขียนเนื้อเพลงมากเลยครับ ก่อนหน้านี้ผมเขียนเนื้อเพลงก่อนและใส่ทำนองที่โผล่เข้ามาในหัวตอนที่อ่านเนื้อเพลง แต่ผมทำงานแบบต่างออกไปในครั้งนี้ ผมพิจารณาเรื่องช่วงเพลงหรือความลื่นไหลของทำนองว่ามีความสำคัญมากกว่าดังนั้นผมไม่สามารถหาเนื้อเพลงที่ลงตัวได้หลังจากผมเรียบเรียงเสร็จแล้ว การเรียบเรียงดูหรูหราและตัวทำนองก็เหมือนกัน และเนื้อเพลงก็เลยคิดไม่ออกและดูจะไม่เหมาะกับทำนอง ดังนั้นผมเลยไม่สามารถเขียนเนื้อเพลงได้ดี ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป ผมจะค่อยๆ รวบรวมมาทีละอันและทำให้เสร็จเป็นขั้นๆ ไปครับ
Q: คุณเป็นจุดสนใจใหญ่ตอนที่โกนหัวหลังจากจบละครเรื่อง I Miss You ทำไมคุณถึงเปลี่ยนทรงผมบ่อยจัง?
ยูชอน: บอกตามตรงว่า ร่างกายผมไม่ใช่ของผมครับ มันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเปลี่ยนทรงผมเพราะอาชีพของผม ผมอาจจะต้องทำตามแบบนั้น แต่ผมมีความคิดแบบเห็นแก่ตัวนิดหน่อยว่า ‘ผมจะทำผมตามรสนิยมของผมเอง’ มันสำคัญที่จะมองหาว่าผมสไตล์ไหนเหมาะกับตัวคุณ แต่ทรงผมที่เปลี่ยนไปทำให้ผมเครียดน้อยลง เพราะว่ามันมีหลายสิ่งที่ผมไม่สามารถทำได้อย่างอิสระ ผมแอบมีความคิดว่าถ้าผมทำแบบนั้น มันน่าจะมีข้อจำกัดว่าผมไม่ต้องไปสำนักงานอัยการด้วยนะ (หัวเราะ) คนรอบตัวผมถามว่าผมจะถ่ายโมษณาด้วยทรงผมนี้ไหม อา จริงๆ แล้วมันก็ดีนะครับที่มีโฆษณาเยอะๆ แต่ผมไม่มีได้รับเสนอเข้ามาเลยซักอัน ผมคิดว่าผมไม่ได้เป็นตามที่พวกเขาต้องการ และผมจะทำตามเงื่อนไขที่จำเป็นสำหรับงานหน้า มันเป็นปัญหาที่ต่างออกไปถ้าผมไม่ได้งานโฆษณาเพราะทรงผมสั้นๆ นะครับ (หัวเราะ)
Q: ในทรงผมทั้งหมดที่คุณเคยทำมาจนถึงตอนนี้ คุณชอบทรงไหนมากที่สุด?
ยูชอน: ผมจะโกนหัวล้านครับครั้งนี้ แบบฮาริม และผมจะสักบนหัวด้วย ฮ่าๆ มุกน่ะครับ ส่วนตัวแล้วผมชอบผมยาวครับ ตอนที่ผมจบละครเรื่อง Sungkyunkwan Scandal ผมมีผมยาวจนมัดรวบได้ ยาวประมาณขนาดนี้น่ะครับ แต่พอมีผมแบบสั้นๆ ครั้งนึงแล้ว ผมก็ไว้ผมยาวไม่ได้อีกถึงจะอยากทำ ผมคิดว่าผมรู้ว่าทำไมผู้หญิงถึงไม่สามารถไว้ผมยาวกว่าผมบ๊อบได้ คุณแม่ของผมก็เป็นแบบนั้นเหมือนกัน และถ้าผมจะปล่อยให้ผมยาว ผมต้องมีเวลาว่างอย่างน้อยปีนึง แต่ผมต้องทำงานตลอดทั้งปี
Q: ในการให้สัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ คุณบอกว่าคุณจะไปอยู่ชนบทและทำไร่กับเมมเบอร์คนอื่นๆ ถ้าคุณทำงานไม่ได้ คุณคิดว่าเรื่องนั้นจะเกิดขึ้นจริงๆ หรือ?
ยูชอน: ตอนนั้นผมหมายความตามนั้นจริงๆ ครับ ผมจะเลิกเป็นศิลปิน ด้วยความคิดแบบนั้น ผมออกมาจากต้นสังกัดเดิม ผมคิดจากใจจริงๆ ว่าผมจะเลิกทุกอย่างแต่ผมจะมีชีวิตอยู่เพื่อดูแลครอบครัวของผม แค่นั้นครับ แต่เมมเบอร์คนอื่นประคับประคองผมไว้ เราประคับประคองกันและกัน
Q: เพราะคุณใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางแสงไฟ มันไม่ง่ายสำหรับคุณที่จะทิ้งทุกอย่างไว้ข้างหลัง
ยูชอน: ผมเป็นคนแบบที่ไม่ห่วงเรื่องนั้นหรอกครับ ผมอยากจะใช้ชีวิตแบบเงียบๆ ก่อนหน้านี้ ผมทำอะไรก็ได้ ผมเคยทำงานแบกหามมาก่อนแล้ว มีอะไรที่ผมทำไม่ได้หรือเปล่าครับ? (หัวเราะ)
Q: นั่นคือตอนไหนคะ?
ยูชอน: ในอเมริกาก่อนที่ผมจะเดบิวต์ครับ เพื่อหาเงินมาเกาหลี
Q: กับละครเรื่อง I Miss You ที่เพิ่งจบไป คุณได้รับชื่อเล่นว่า ‘จ้าวแห่งความเข้าขากัน’ ความเข้ากันระหว่างนักแสดงที่เกิดขึ้นได้ด้วยนักแสดงที่รับฟังเก่งและมีปฏิกริยาที่ดีต่อฝ่ายตรงข้าม สำหรับมือใหม่แล้ว มันยากที่จะฟังนักแสดงคนอื่นๆ แต่ยูชอน คุณทำให้เรารู้สึกว่าคุณแสดงโดยที่รับฟังฝ่ายตรงข้ามตั้งแต่ละครเรื่องแรก
ยูชอน: นักแสดงรุ่นพี่และผู้กำกับก็บอกผมเหมือนกันครับ นั่นเป็นเรื่องที่ดีและหนักแน่นที่สุดที่ผมมี ผมทำแบบนั้นโดยไม่รู้ตัวในตอนแรก ผมฟังสิ่งที่พวกเขาพูดเพียงเพราะได้ยิน ปกติเราฟังคนอื่นเวลาพูด ตอนแรกผมไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่ตอนนี้ผมรู้แล้วว่าทำไมมันถึงสำคัญ ดังนั้นเวลาผมท่องบท ถ้าบางส่วนยาวเกินไปหรือผมไม่มีเวลาท่องเพราะได้รับบทมาแบบกะทันหัน ผมพยายามจะทำให้ตัวเองจำบทได้อย่างทันทีในขณะที่ซ้อมกับนักแสดงคนอื่นๆ แต่ที่จะใช้โพย ทำแบบนี้มันน่าสนใจมากกว่าจะท่องจำอย่างเข้มงวดและแสดงได้ง่ายกว่ามาก มันน่าดึงดูดสำหรับผมมากกว่าที่จะแสดงโดยไม่มีทิศทางที่กำหนดไว้ตายตัว
Q: ในหมู่นักแสดงไอดอล ไม่ได้มีคนที่ประสบความสำเร็จมากนัก นักแสดงต้องการไลฟ์สไตล์ที่อิสระ แต่ชีวิตของไอดอลมีข้อจำกัดมาก คุณมีชีวิตที่ค่อนข้างอิสระและประสบกับทั้งเรื่องดีเรื่องร้ายมามาก เราคิดว่าคุณมีอารมณ์ความรู้สึกมากกว่าไอดอลคนอื่นๆ
ยูชอน: มันมีประสบการณ์ส่วนตัวบางเรื่องและประสบการณ์ในฐานะศิลปินครับ สิ่งเหล่านี้สะสมอยู่ในตัวผมและมันสามารถเป็นพื้นฐานที่ดีสำหรับการแสดง ถ้าผมมีประสบการณ์ด้วยตัวเองและเข้าใจความรู้สึก มันก็ง่ายขึ้นที่จะแสดงออก นักแสดงรุ่นพี่มักจะไปเที่ยวหลังจากละครจบ พวกเขาทำแบบนี้เพื่อถ่ายรูปแต่มันให้โอกาสพวกเขาได้ไปเห็นที่ต่างๆ ได้พักผ่อนและมีประสบการณ์กับสิ่งที่ต่างออกไป ขั้นตอนนี้จำเป็นและมีประโยชน์สำหรับนักแสดงครับ
Q: ตอนที่คุณเริ่มละครเรื่อง Sungkyunkwan Scandal คุณมีความคิดว่าการแสดงจะเข้ามามีส่วนในชีวิตของคุณขนาดนี้ไหม?
ยูชอน: ผมไม่คิดครับ บอกตามตรงว่าผมอยากจะแสดง แต่ผมไม่มั่นใจและมีแรงกดดันมากเพราะมันเป็นละครพีเรียด ผมคิดว่าผมจะแสดงต่อถ้าผมรู้สึกสนใจหลังจากได้ลองมีประสบการณ์แล้ว (หัวเราะ) นักแสดงเป็นอาชีพที่ยากและละเอียดอ่อนมาก แต่ก็น่าดึงดูดด้วยครับ
Q: เราเดาว่าคุณคงรู้สึกสนใจในการเรียนรู้อารมณ์หรือเทคนิคที่คุณไม่เคยรู้มาก่อนในขณะที่แสดงละครสำเร็จเรื่องแล้วเรื่องเล่า ละครเรื่องนี้ของคุณเป็นยังไงบ้าง?
ยูชอน: ผมเข้าใจละครเรื่อง I Miss You อยู่ในหัวและนึกภาพได้ แต่ตอนแรกผมไม่รู้สึกว่าตัวเองเป็นหนึ่งกับละคร ผมลำบากกับการแสดงออกอยู่บ้างเพราะผมไม่สามารถทำได้แบบเดียวกับที่คิด แต่โชคดีที่ผู้ชมชื่นชมข้อเท็จจริงที่ว่าผมเล่นบทอะไรที่ต่างออกไปจากที่เคยเล่นมาก่อน ผมชอบจุดนี้มากที่สุดครับ จริงๆ แล้วมันยาก ผมเป็นเหมือนเดิมเสมอแต่ผมต้องแสดงตัวละครที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เพียงแค่วิธีการพูด การกระทำ การแสดงออกทางสายตาหรือโทนเสียง มันอาจทำให้คนๆ หนึ่งดูเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงไม่ได้ ดังนั้นผมเล่นรู้สึกอ่อนไหวนิดหน่อยครับ แต่ผู้ชมมองเห็นผมเป็น ‘ฮันจองอู’ และผมรู้สึกมีความสุขที่สุดกับเรื่องนี้
Q: จริงๆ แล้วฮันจองอูเป็นตัวละครที่อาจถูกมองว่าจำเจได้ง่ายๆ ในละครชีวิตเข้มข้น นักสืบผู้มีบาดแผลในหัวใจ เราคิดว่าตัวละครนี้มักจะแสดงออกในแนวเศร้าสร้อยและดุดัน อย่างไรก็ตาม ฮันจองอูเป็นคนที่น่าปรารถนาและมีอะไรบางอย่างที่อบอุ่นแม้จะโดนทำร้ายมามาก นั่นเป็นเหตุผลที่เราชอบตัวละครนี้เป็นการส่วนตัว เราคิดว่านั่นคือสีสันที่เกิดขึ้นจาก ‘ฮันจองอูของปาร์คยูชอน’
ยูชอน: ตอนแรกนั่นไม่ใช่ความตั้งใจของผมครับ (หัวเราะ) เวลาผมพูดกับผู้กำกับ ผมรู้สึกถึงสีสันแบบนั้นนิดหน่อย แต่มันไม่ใช่ความรู้สึกแบบเดียวกับฮันจองอูที่ผมแสดง แต่ในขณะที่ผมแสดงตัวละครนั้นอยู่และผมไหลไปตามกระแสแบบไม่รู้ตัว (หัวเราะ) ดังนั้นผมมีความกังวลเกี่ยวกับละครเรื่องต่อไปเยอะครับ ยกตัวอย่างเช่น หมอ หมอฝึกหัดหรืออะไรทำนองนั้น ผมไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ผมอยากจะแสดงตัวละครที่เป็นหมอหรือหมอฝึกหัด แต่ผมไม่มั่นใจเต็มที่ว่าจะสามารถแสดงตัวละครที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากตัวละครเรื่อง I Miss You ได้รึยัง
Q: โอเซจองที่แสดงละครด้วยกันในเรื่อง I Miss You ชื่นชมการแสดงที่เปี่ยมไปด้วยอารมณ์ของคุณในการให้สัมภาษณ์อีกครั้งของเขา มีการกำกับการแสดงอยู่ในสคริปต์อย่างว่า ‘น้ำตากลบเต็มตาของเขา’ หรือ ‘น้ำตาล้นเอ่อในเบ้าตาของเขา’ แต่คุณแสดงออกมาได้ดีตามการกำกับที่หลากหลาย
ยูชอน: ฟอร์มเป็นเรื่องที่ยากที่สุดครับ ฮ่าๆ บอกตามตรงว่าผมรู้สึกกดดันมากที่สุดก็จากการกำกับนี่ล่ะ (หัวเราะ) ครั้งนี้การกำกับมีรายละเอียดมากเกินไปและผมต้องคิดเยอะมากว่าต้องแสดงออกมายังไง ยกตัวอย่างเช่น ถ้ามีบทพูดสามประโยคและมีคำกำกับอยู่ทั้งสามประโยค การแสดงจะออกมาได้ยากมากเลยครับ ทำไมน่ะเหรอ? ในขณะที่ผมพูดบท คำพูดที่แวบเข้ามาในหัวผมจะทำให้น้ำตาไหล แต่นักเขียนเขียนบทและคำกำกับทั้งหมดเพื่อจะได้รู้ว่าตอนไหนจะเป็นตอนที่ดีที่สุดให้น้ำตาไหลเมื่อพิจารณาถึงการดำเนินของละครและบทพูด ดังนั้นผมพยายามจะทำตามให้ได้มากที่สุด แต่ผมคิดว่าผมทำได้ไม่ดีเท่าไหร่นะ (หัวเราะ)
Q: เราคิดว่ามันเป็นไปด้วยดีนะคะ เวลาที่ต้องร้องไห้ให้น้ำตาไหล คุณจดจ่ออยู่กับความคิดแบบไหน?
ยูชอน: ผมแค่คิดถึงบทที่ต้องพูดหรือบทของฝ่ายตรงข้าม ในขณะที่แสดง ผมแทบไม่เคยคิดเรื่องอื่นครับ การร้องไห้เวลาแสดงทำให้ผมเหนื่อยมาก ครั้งนี้ผมร้องไห้เยอะจริงๆ เยอะมากๆ ดังนั้นผมรู้สึกดีใจเวลาไม่เจอบทร้องไห้จากสคริปต์ที่ให้มาเพราะผมรู้สึกกดดันมากขึ้นในการแสดงฉากร้องไห้หรือฉากเศร้าๆ มากกว่าการท่องบทซะอีก ผมรู้สึกเหนื่อยกายกับฉากนั้นมากกว่าด้วย มันดีกว่าที่จะมีบทยาวๆ แต่ถ้าผมมีบทเยอะจริงๆ ผมจะบอกว่า “โอ้ ไม่นะ~” (หัวเราะ)
Q: ใครคือคนที่คุณเคารพในฐานะนักแสดง?
ยูชอน: มีมากมายเลยครับ ปัจจัยที่เหมือนกันของรุ่นพี่ที่ผมชอบ ผมคิดว่าพวกเขาแค่… พวกเขาเท่น่ะครับ (หัวเราะ)
Q: อะไรคือการ ‘เป็นคนเท่’ สำหรับปาร์คยูชอน?
ยูชอน: การทำอะไรปุบปับครับ ผมชอบอะไรแบบนั้น จริงๆ แล้วผมเป็นคนที่ดูดีได้ด้วยเมคอัพและการแต่งผม แต่ผมอยากจะเป็นคนมีการแสดงซึ่งเท่มากๆ เพราะความปุบปับแบบนั้น ผมยังไม่ได้ถึงขั้นนั้นหรือเป็นคนแบบนั้นแล้ว นั่นเป็นเป้าหมายของผมครับ ตั้งแต่ผมเริ่มต้นในฐานะนักร้องและกลายมาเป็นนักแสดง มันอาจจะยากที่จะเปลี่ยนแปลงกะทันหัน แต่ผมมั่นใจว่าโอกาสที่ให้ผมแสดงแบบที่อยากจะแสดงมาถึงตอนที่อายุ 30 ผมกำลังรออยู่อย่างใจเย็นจนถึงตอนนั้นครับ ถ้าผมมีโอกาสแบบนั้น ผมอยากจะลอง ‘แสดงแบบหยาบๆ’ (หัวเราะ)
Q: แสดงแบบหยาบๆ เหรอคะ?
ยูชอน: แสดงแบบหยาบๆ จริงๆ ครับ พูดง่ายๆ คือ ‘แสดงอะไรก็ตามที่แวบเข้ามาในความคิด’ ทีมงานจะดูแลทุกอย่างที่เกี่ยวกับมุมกล้องหรือแสงไฟ ฯลฯ ผมจะไม่สนใจอะไรเกี่ยวกับเรื่องนั้นและจะจดจ่ออยู่กับการแสดงของผมเท่านั้น ผมอยากจะพูดบทด้วยความรู้สึกที่มีรสนิยมแบบนั้นครับ
Q: คุณอยากจะรับบทตัวละครที่ดูแรงมากๆ ด้วยไหม?
ยูชอน: มากเลยครับ แนวของการแสดงที่ผมแสดงได้ยังมีจำกัด แต่ถ้าผมทำต่อไปเรื่อยๆ โดยไม่มีปัญหา ผมคิดว่าโอกาสจะเข้ามาหาผมมากพอ พอโอกาสมาถึง ผมอยากจะคว้ามันไว้แล้วทำให้สำเร็จ คุณแม่กับเอเจนซี่ของผมจะได้ไม่ห่วงผมอีก ผมอยากจะมอบความรู้สึกไว้วางใจว่ายูชอนกำลังทำได้ดีแลวนะ ตอนนี้เพื่อนร่วมงานของผมจากเอเจนซี่เป็นห่วงผมมากเลยครับ
Q: ทำไมพวกเขาถึงเป็นห่วงคุณคะ?
ยูชอน: พวกเขาบอกว่าผมดูไม่มั่นคงเท่าไหร่ ตอนนี้ผมคิดว่าทั้งสภาพร่างกายและจิตใจของผมโอเค ครั้งหนึ่งผมออกไปดื่มกับนูน่าจากฝ่าย PR เธอบอกว่า “นายดูไม่มั่นคงนะ” ไม่นานนัก ผมก็เครียดและป่วยมาก ทันทีทีเธอเจอผมก็บอกว่า “บอกแล้วใช่ไหมว่านายดูไม่มั่นคง”
Q: คุณเป็นคนประเภทที่ทนความเจ็บปวดถ้าป่วยรึเปล่าคะ?
ยูชอน: ผมไม่ชอบไปโรงพยาบาลจริงๆ ครับ ผมจะไม่ไปโรงพยาบาลถ้าไม่ป่วยจริงๆ ผมแทบไม่เคยทานยาที่ซื้อมา ครั้งนี้ผมทานไปนิดหน่อยเพราะผมป่วยจริงๆ
Q: คุณรักษาร่างกายให้แข็งแรงยังไงบ้าง? เวลาคุณถ่ายละคร คุณทำงานโดยมีแค่เวลานอนสั้นๆ ระหว่างถ่ายทำ
ยูชอน: การทำงานด้วยเสียงหัวเราะอย่างมีความสุขครับ และทีมงานของผมดูแลผมดี มันไม่ใช่เรื่องโกหกนะครับและพวกเขาทำจริงๆ ผมไม่ได้หมายความว่าพวกเขาหาอาหารดีๆ ให้ผมทาน อ้า นั่นก็ด้วย พวกเขาทำให้ผมรู้สึกสบายใจและพูดกับผมด้วยใบหน้ายิ้มแย้มในขณะที่เรากำลังย้ายกอง อาหารดีๆ ซักมื้อไม่ได้ทำให้ผมมีพละกำลังเสมอไป ความรู้สึกสบายใจและการได้กลับบ้านอย่างมีความสุขหลังจากถ่ายทำเสร็จกลายเป็นขุมพลังของผม
Q: ผู้คนที่อยู่รอบข้างคุณคงจะมีความสุข คุณเป็นคนสร้างบรรยากาศในกองถ่ายจริงๆ ใช่ไหมคะ?
ยูชอน: มันดีที่ได้ทำงานด้วยความสุข ทุกคนเหนื่อยกัน ถ้าเราหัวเราะสักครั้ง มันคงไม่ผิดอะไรใช่ไหมครับ?
Q: เพราะว่าคุณไม่ได้ทำงานอื่น คุณเลยดูลึกลับแบบไม่ได้ตั้งใจสำหรับแฟนๆ ที่เพิ่งเริ่มชอบได้ไม่นาน ดังนั้นผู้คนมักจะลืมว่าคุณเป็นคนสดใสและตลก
ยูชอน: เอ่อ ผมสดใสมากนะครับ แต่ทุกคนมักจะสดใสเวลารู้สึกดีและรู้สึกหม่นหมองนิดหน่อยเวลารู้สึกไม่ดี ผมแค่สดใสบ่อยกว่าคนอื่นเขาซักหน่อย (หัวเราะ) เวลาอากาศดี ผมยิ่งอารมณ์ดีหนักเลย วันที่แดดออกจ้า ผมมีความสุขตลอดเวลาตอนที่เดินทางไปไหนมาไหน
Q: คุณตั้งใจจะออกรายการวาไรตี้ตั้งแต่นี้ไปรึเปล่าคะ?
ยูชอน: ทอล์คโชว์เยอะเกินไปสำหรับผมครับ พวกเขาคงไม่เชิญผม (หัวเราะ) ถ้าผมไปออกบ้าง คงจะเป็นรายการวาไรตี้ที่มีบรรยากาศแบบอิสระมากกว่า ด้วยบทสนทนาที่สบายๆ ก็จะมีความสุข เมื่อไม่นานมานี้่ผมดูรายการ March – the story of friends ผมอยากจะไปออกรายการนั้นถ้ามีโอกาสเหมาะๆ ครับ
Q: งานการแสดงครั้งถัดไปของคุณจะเป็นอะไร?
ยูชอน: ตารางงานสำหรับครึ่งปีแรกส่วนใหญ่ก็กำหนดไว้แล้วครับ ผมคิดว่าผมจะต้องเช็คตารางงานของครั้งปีหลังแต่ยังไม่แน่ใจในตอนนั้น มีหลายวงการในเกาหลี ผมกำลังพิจารณาเรื่องการแสดงหนังอยู่เหมือนกัน ผมอยากจะอวดลุคที่แตกต่างออกไปของผมให้ได้มากที่สุด อ.ซงอ๊กซุคบอกผมตอนที่แสดง I Miss You ด้วยกันว่าเธอไม่คิดว่าผมจะเลือกแสดงละครเรื่องนี้ ละครเรื่องนี้ต่างจาก Rooftop Prince หรือ Sungkyunkwan Scandal อย่างสิ้นเชิง มันเป็นการพนันครั้งใหญ่สำหรับนักแสดงคนหนึ่งที่จะเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์ของเขาและผู้ชมอาจจะรู้สึกแปลกๆ แม้ว่านักแสดงจะรับบทนั้นได้ดีก็ตาม ในตอนนั้น ผมแค่คิดว่าผมอยากจะแสดงตัวตนที่แตกต่างของผมให้ดู แต่ไม่ได้คิดจนถึงจุดนั้นหรอกครับ แต่หลังจากผมได้รับความคิดเห็นแบบนั้นแล้ว ผมจะใส่ใจกับการเลือกละครเรื่องถัดไปมากขึ้นครับ
Q: การพยายามจะแสดงเป็นตัวละครต่างๆ กันและเปลี่ยนแปลงสีสันอาจจะเป็นการดำเนินไปในฐานะนักแสดง แต่ตอนนี้เราอยู่ในโลกที่มันกลายเป็นความกล้าหาญสำหรับนักแสดงที่จะทำแบบนั้น นักแสดงที่อายุยังน้อยดูเหมือนจะระมัดระวังมากเกินไปป
ยูชอน: มีคนที่ชอบผมมากกว่าตอนผมยาวและคนอื่นๆ ก็ชอบผมแบบสั้นๆ แต่จริงๆ แล้วผมไม่ได้สนใจขนาดนั้นหรอกครับ นี่เป็นแค่สิ่งที่ผมกำลังทำอยู่ ตราบใดที่ผมไม่ได้ทำเกินขีดจำกัดมากเกินไป พวกเขาจะชอบด้านที่แตกต่างกันของผม อีกนัยหนึ่งมันอาจจะเกี่ยวกับความมั่นใจ ผมมีอะไรแบบนั้นล่ะครับ มันอาจทำร้ายได้เหมือนยาพิษแต่ผมอยากจะแสดงบทที่แตกต่างกันให้ได้มากที่สุด นั่นอาจเป็นหนึ่งในหนทางที่จะทำให้งานของผมมีความสุข แน่นอนว่าไม่ใช่ทุกคนจะเป็นแฟนของผมดังนั้นผมต้องคิดเรื่องนี้อย่างจริงจังครับ (หัวเราะ)
Q: มีแฟนๆ มากขึ้นเยอะ คุณมีแฟนๆ ที่กระตือรือร้นมากเกินไปหลายคนด้วย จริงๆ แล้วคุณเคยให้ความเห็นอย่างเข้มงวดต่อแฟน ‘ซาแซง’ ดารามากมายทนกับปัญหาเหล่านี้ แต่พวกเขาดูเหมือนจะได้รับการกล่าวถึงจาก JYJ เป็นกลุ่มแรก
ยูชอน: เมื่อพิจารณาถึงบุคลิกของเราแล้ว มันอาจจะเห็นได้มากกว่าครับ แต่ด้วยการช่วยเหลือของเอเจนซี่ ผมก็หยุดแค่นั้น แต่พวกเขามีน้อยลงมากช่วงนี้ ผมดีใจมากครับ ผมมีความคิดเห็นแบบนี้ ในขณะที่ผมถ่ายละคร ผมกำลังทำงานอยู่เพราะงั้นผมคิดว่ามันอาจจะโอเคที่พวกเขาจะตามผม แต่ถ้าพวกเขาตามผมในตอนที่ส่วนตัวมากๆ มันมีความเป็นไปได้ของการเกิดอุบัติเหตุและมันอาจมีอันตรายมากๆ ผู้คนใช้ชีวิตอยู่บนโลกใบนี้เพียงเพื่อตัวเองฝ่ายเดียวและเพื่อทำตามความปรารถนาของตัวเองอย่างเดียวได้ยังไง? ถ้าพวกเขาเริ่มต้นด้วยจุดประสงค์ที่ดี แต่ผลลัพธ์ออกมาไม่ดี พวกเขาก็ไม่ควรจะทำแบบนั้น
Q: แต่คุณเคยบอกในสัมภาษณ์ว่า ‘คุณจะเปิดเผยให้สาธารณชนได้รู้ถ้าคุณกำลังคบกับใครอยู่?’
ยูชอน: นั่นเป็นเหตุผลที่ผมจะเปิดเผยครับ มีความตั้งใจจะเปิดเผยให้ผู้คนได้รับรู้ว่าผมกำลังคบกับใครอยู่แปลว่าผมได้คิดมาแล้วจากใจ ดังนั้นผมไม่สนหรอกครับ
Q: แล้วแฟนของคุณต้องทำยังไงคะ? (หัวเราะ)
ยูชอน: แน่นอนว่าผมกังวล บอกตามตรงว่ามันไม่ง่ายสำหรับผมที่จะคบใครเพราะเราติดอยู่กับภาพของซาแซงที่รุนแรงตั้งแต่สมัย TVXQ จนถึง JYJ ดังนั้นถ้าผมเจอใครสักคนและเรามีความรู้สึกดีๆ ต่อกัน คนๆ นั้นมักจะถูกแยกจากผม มีผู้หญิงคนไหนที่อยากจะเดทกับคนที่ต้องทุกข์ทรมานกับความยากลำบากกัน? ทุกคนอยากจะรักแบบสบายใจ ผมเข้าใจดี ผมรู้สึกสงสารเพราะเรื่องนี้ ถ้าคนๆ นั้นเป็นศิลปิน แน่นอนว่ามีบางส่วนที่เธอต้องทุกข์บ้าง แต่มันเป็นเรื่องธรรมชาติที่คนเราอยากจะมีความรักแบบสบายๆ จนถึงจุดๆ หนึ่ง ถ้าเธอถูกกล่าวหาโดยไม่มีเหตุผล เป็นใครก็คงไม่รู้สึกดีและพ่อแม่ของเธอก็เหมือนกัน ถ้าลูกสาวที่รักของพวกเขาถูกกล่าวหาอย่างรุนแรงจากคนมากมายเพียงเพราะเธอกำลังคบกับยูชอน พวกเขาจะรู้สึกโอเคหรือ? ด้วยความคิดแบบนี้คนส่วนใหญ่เลยกลัว เพราะงั้นมันยากที่ผมจะได้คบใครครับ
Q: ถ้าคุณเปิดเผยต่อสาธารณชน นั่นหมายความว่าคุณรักเธอมากและตั้งใจจะแต่งงานกับเธอรึเปล่า?
ยูชอน: ครับ ใช่ครับ มันไม่ได้หมายความว่าผมต้องเดทกับเธอมาแล้วปีนึงหรืออะไรแบบนั้น มันคงเป็นหลังจากได้พูดคุยกันมากมายระหว่างทีมงานที่เอเจนซี่ของผม เมมเบอร์และครอบครัวของผม ผมคิดว่ามันเป็นวิธีสุภาพที่จะรับมือกับเรื่องแบบนี้สำหรับคนมากมายที่ชื่นชอบเราครับ
Q: คำถามนี้เป็นคำถามจากแฟนๆ นะคะ ‘การเป็นคนของปาร์คยูชอน’ หมายความว่ายังไง?
ยูชอน: การเป็นคนของผมหมายถึงผมจะเป็นคนของเธอเหมือนกัน มันต่างจากแต่ก่อน หลังจากผมออกมาจาก SM มันสำคัญมากขึ้นสำหรับผมว่าพวกเขาเป็นครอบครัวของผมหรือเป็นคนของผม เพราะผมเคยอยู่ในสถานการณ์ที่ลำบากและน่าเหนื่อยใจมาก ผมต้องการพวกเขาและคงอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีพวกเขา แต่หลังจากเวลาผ่านไปในสภาพนั้น ผมได้รู้ว่าการมีคนของผมไม่ใช่เรื่องสำคัญ มันสำคัญมากกว่าว่าผมเป็นคนของพวกเขารึเปล่า ถ้าผมเป็นคนของพวกเขาแล้ว พวกเขาก็เป็นคนของผมเหมือนกัน ผมพยายามคิดในทางกลับกัน มันอาจไม่ใช่เรื่องง่าย ผมเผชิญกับอุปสรรคและมันไม่ง่ายแต่ผมอยากจะเป็นแบบที่มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
Q: คุณเก่งเรื่องการถ่ายทอดสิ่งที่คุณต้องการสื่อความหมายชัดเจน มันคงจะจริงว่าคุณอ่านหนังสือเยอะ?
ยูชอน: เปล่าครับ ช่วงนี้เล่นเกมอย่างเดียว ฮ่าๆๆ
Q: คุณเล่นเกมแนวไหนคะ?
ยูชอน: มันเป็นความลับครับ ไม่ควรมีใครรู้ ในเกมนั้นภาพลักษณ์ของผมไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ผมสบถเยอะเลยในเกม (หัวเราะ)
Q: คุณชอบอนิเมชั่นและหนัง มีเรื่องไหนแนะนำไหมคะ?
ยูชอน: เรื่องที่ผมดูล่าสุดคืออนิเมชั่นเรื่อง “The Wolf Children” ผมชอบมากเลยครับ น่าประทับใจด้วย ผู้หญิงคนหนึ่งรักผู้ชาย แต่เธอได้รู้ว่าเขาเป็นมนุษย์หมาป่า ถึงรู้อย่างนั้น พวกเขาก็แต่งงานกันและมีลูกเป็นเด็กผู้ชายและเด็กหญิง ตอนเด็กๆ ลูกสาวมีลักษณะของมนุษย์หมาป่าและลูกชายมีลักษณะเป็นคนธรรมดา แต่พอพวกเขาโตขึ้นก็กลับต้องการในสิ่งตรงกันข้าม เด็กผู้หญิงอยากจะเป็นคนธรรมดาแต่เด็กผู้ชายอยากจะเป็นหมาป่า ผมรู้สึกเห็นใจกับคุณแม่ที่ต้องอยู่ตรงกลางและเห็นทุกอย่าง ขั้นตอนที่เธอเลี้ยงดูลูกและปล่อยให้พวกเขาจากเธอไป ผมไม่เศร้าแต่ประทับใจมากครับ
Q: คุณร้องไห้เวลาดูหนังหรือละครรึเปล่า?
ยูชอน: มักจะเป็นตอนเช้าๆ เวลาผมดูเรื่องเศร้าๆ และร้องไห้ ซักแปดโมงได้มั้งครับ? เวลาผมตื่นหรือไม่นอนทั้งคืน ผมดูละครหรือหนังโดยปิดประตูห้องและนอนบนเตียง บางครั้งผมก็ไม่ได้ร้องไห้แม้ว่ามันจะเศร้ามาก แต่มีหลายครั้งที่ผมน้ำตาไหลและร้องไห้หนักแม้ว่ามันจะไม่เศร้าเท่าไหร่ ผมเป็นคนประเภทที่ดูหนังและทำอะไรแบบนั้นคนเดียวที่บ้านโดยไม่ให้ใครู้ รวมถึงแม่ด้วยครับ
Q: ครั้งล่าสุดที่ร้องไห้คือเมื่อไหร่คะ?
ยูชอน: (มองไปรอบๆ และหัวเราะเสียงดังด้วยท่าทีเขินๆ) อะฮ่าๆๆ
Q: เพิ่งไม่นานนี้?
ยูชอน: อะฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า
Q: เมื่อเช้านี้?
ยูชอน: เปล่าครับ… อะฮ่าฮ่า
Q: เราไม่รู้ว่าคุณหมายความว่าไงนะคะ (หัวเราะ) เราได้ยินว่าคุณชอบดื่ม คุณดื่มได้ซักแค่ไหนคะ?
ยูชอน: ผมไม่รู้ครับ วันนี้ผมอยากจะดื่มหลังซ้อม ฮ่าๆ หลังจากเราเหงื่อออก เราควรจะดื่มนะครับ ดังนั้นปกติผมจะไปดื่มกับแจจุงฮยองหลังซ้อมน่ะครับ
Q: มันเป็นเหมือนกับการดื่มให้กับงานหนักเหรอคะ?
ยูชอน: ใช่ครับ ดื่มเพื่องานหนัก (หัวเราะ) ♥
Credit: Singles April Issue
Translated by: Uttunfan@6002Sky
Shared by: 6002Sky
แปลไทย: ลูกแก้วใสกิ๊งระริ๊ง
เรื่องนี้ถูกเขียนใน Interview, Yuchun และติดป้ายกำกับ , , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

5 ตอบกลับที่ [Trans INTERVIEW] 130318 บทสัมภาษณ์เต็มสำหรับนิตยสาร Singles ฉบับเดือนเมษายน: ปาร์คยูชอนกับเรื่องการร้องเพลง การแสดงและชีวิตส่วนตัว

  1. Milla พูดว่า:

    Yuchun-ah aja aja Hwaiting. นูน่าเป็นกำลังใจให้เสมอนะ ^^

  2. jajingjajae พูดว่า:

    ขอบคุณทีมงานที่ต้องใช้ความพยายามแปลสัมภาษณ์ มิคกี้ที่ยาวนาน น่ารักจริง ๆ เลย ทั้งทีมงานที่แปลและผู้ที่ถูกสัมภาษณ์ ขอบคุณมากค่ะ

  3. น้องมะงวย พูดว่า:

    มิกกี้ปร๊ากกกกกกกกกกกกก แอร๊กกกกกกกกกกกก
    เรายังไม่ได้เริ่มอ่านเลยค่ะ หลังจากเลื่อนๆๆลงมาเลยเข้ามาเม้นก่อน
    ทีมงานสุดยอดมากค่ะ ข้อความยาวมากเลย พิมพ์จนเหนื่อยแย่
    ขอบคุณมากนะคะ เป็นกำลังใจให้เสมอ ^^

  4. m&o พูดว่า:

    สุดยอดจริงๆค่ะ
    สัมภาษณ์ตาปร๊ากได้ยาวขนาดนี้
    พี่แกพูดตรงตอบตรงประเด็นจริงๆ!

    ขอบคุณมากค่า

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s