[Trans] The JYJ Magazine เรื่องราวของ 1,000 วัน: การแยกตัวจาก DBSK – หน้าหนาวที่เย็นเยียบอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ครั้งนั้น

[Trans] The JYJ Magazine เรื่องราวของ 1,000 วัน: การแยกตัวจาก DBSK – หน้าหนาวที่เย็นเยียบอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ครั้งนั้น

– หน้าหนาวที่เย็นเยียบอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ครั้งนั้น –

แม้ว่ามันไม่ใช่เรื่องที่ต้องพูด สำหรับผมแล้ว ในอดีตผมโหยหาความเข้าใจของผู้คนในสิ่งที่ผมต้องการและในสิ่งที่ผมอยากจะบอกเล่าอยู่เหมือนกัน แม้ว่าเราจะไม่รู้ว่าเราจะต้องรอจนถึงเมื่อไหร่ มันชัดเจนมากว่ามันไม่ใช่จนถึงตอนนี้ จริงๆ แล้วการไล่ตามหา ‘ความสุข’ และเสาะหา ‘ความฝัน’ ครั้งหนึ่งย่างก้าวของเราเคยหนักอึ้ง และหวาดกลัวเหลือเกินกับอนาคตที่ริบหรี่ แต่เพราะเห็นแก่ ‘ความสุข’ และ ‘ความฝัน’ ที่สมบูรณ์แบบนั้น มันดูเหมือนเราสามารถสลัดการก้าวเดินที่หนักอึ้งและความกลัวออกไปได้ และนี่เป็นวิธีที่เราสร้างวงที่มีชื่อว่า JYJ ขึ้นมา

– เรื่องราวที่เก็บเอาไว้ในก้นบึ้งของหัวใจ –

ในฤดูร้อนของปี 2009 คิมแจจุง ปาร์คยูชอนและคิมจุนซูตัดสินใจจะละทิ้งทุกอย่างที่พวกเขามีในตำแหน่งที่ยืนอยู่ ความโด่งดังและเงินทองไม่สำคัญอีกต่อไป ถ้าครั้งหนึ่งพวกเขาเคยเป็นทุกๆ อย่าง มันไม่มีหนทางที่จะก้าวไปข้างหน้าด้วยหัวใจที่มืดมนและเซื่องซึม ไม่โหยหาอะไรอีกนอกจากความสุขและความฝัน มีคนสองคนอยู่เคียงข้างอย่างมั่นคงและมุ่งมั่นเป็นขุมพลังและการปลอบใจเดียวที่มี เมื่อโลกภายนอกและผู้คนในวงการถาโถมเข้ามาด้วยการคาดเดาที่รุนแรง ข่าวลือที่มุ่งร้ายและคำกล่าวหาเชิงลบ สิ่งเดียวที่ต้องทำคือเงียบเสีย คำวิจารณ์ที่โผล่ขึ้นมา แม้ว่ามันยากจะพูดและได้แต่เพียงกล้ำกลืนข่าวลือลงไป ทุกคนไม่ได้รับการตอบโต้ใดๆ จริงๆ แล้วมันไม่ใช่อะไรเลย แต่เป็นเพียงการบอกว่า ‘ถ่มน้ำลายใส่ผมสิ’ แค่ว่าเราไม่ได้เข้าใจหลักการนี้ในตอนนั้น

“เราลำบากใจมากด้วยครับ แต่พี่ชางจูขอร้องให้เราอดทนพักหนึ่ง ทุกอย่างจะไม่เป็นไรหลังจากคดีฟ้องร้องได้ข้อสรุป ถ้าเราตอบโต้กับทุกอย่าง เรื่องต่างๆ มันจะยิ่งเป็นเรื่องใหญ่ขึ้นทุกที ถ้าเราอดทนไว้ก่อน มันจะจบลงอย่างรวดเร็ว ถ้าเรื่องเล็กๆ ถูกทำให้ยืดเยื้อออกไปเป็นเวลานาน มันจะยากเย็น พยายามจะหาความสบายใจและผ่านพ้นวันของเราไปแบบนั้น แม้ว่ามันจะเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบาก แต่นอกจากอดทนและอดทนแล้ว มันไม่มีหนทางอื่น” ฤดูร้อนที่หัวใจสลายจนเทียบไม่ได้ในปี 2009 หวนนึกถึงอดีต สมาชิกวง 3 คนก็เงียบไป เรื่องใดๆ ล้วนจืดจางลงเมื่อเวลาผ่านไป แต่พวกเขายังคงหยุดถอนหายใจไม่ได้

– วันหนึ่ง ความจริงจะเป็นที่รับรู้ –

ในตอนนั้น ข่าวลือบอกว่าปัญหากับเรื่องเครื่องสำอางเป็นจุดเริ่มต้นของความขัดแย้ง แต่นั่นเป็นเพียงเศษเสี้ยวเล็กๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับตัวปัญหาเองเลย สมาชิกวงหนักแน่นกับจุดยืนนี้ “แม้กระทั่งตัวเราเองก็ไม่รู้ว่าเราได้เงินเท่าไหร่กันแน่ แม้ว่าเราจะคิดคำนวณกันอย่างง่ายๆ เขาบอกเราว่าเราถ่ายโฆษณากันไปกี่ตัว เราขายไปได้กี่อัลบั้ม แต่รายได้ของเราไม่ได้แตกต่างจากอดีตเลย แม้แต่ตอนที่ยอดขายเพิ่มขึ้น เขาจะบอกเราว่ารายจ่ายก็เพิ่มขึ้นเหมือนกัน เราไม่มีอะไรที่จะพูดได้ ปัญหาที่ใหญ่ที่สุดคือสัญญานาน 13 ปี ถึงจะหักตอนรับราชการทหาร 2 ปีออกไป มันก็จะนานจนถึงอายุ 35 ปี ในงานของเรา การได้นอนหลับ 2 ชั่วโมงทุกวันก็ถือว่าหรูแล้ว เราอ่อนเพลียไม่ว่าจะเป็นทั้งทางร่างกายหรือจิตใจ มันไม่มีโอกาสที่จะได้พบปะกับเพื่อนๆ เพราะเราทำงานทุกวัน ทุกคนบอกว่านี่เป็นสิ่งที่ต้องเสียไปกับการเป็นดารา ได้รับเงินทองและชื่อเสียงมา มันมีสิ่งที่ได้มาและเสียไปนะ นอกจากการสูญเสียทุกอย่างไปเรื่อยๆ มันมีทางเลือกอื่นอะไรอีกบ้าง?” (คิมจุนซู)

– ละทิ้งทุกอย่างเพื่อเห็นแก่อนาคต –

ความทรงจำของผู้ชาย 3 คนถูกเรียกกลับมาอีกครั้งหนึ่ง เป็นแบบนี้ต่อไปไม่ได้ พวกเขามุ่งมั่นตัดสินใจจะละทิ้งทุกอย่าง ในตอนนั้น วงที่พวกเขาอยู่ (DBSK) จัดทัวร์คอนเสิร์ตในประเทศญี่ปุ่นสำหรับแฟนๆ 50,000 คน ก้าวขึ้นไปยังเวทีที่ใฝ่ฝันอย่างโตเกียวโดม พวกเขาเป็นสุดยอดดาราจริงๆ ใช่ DBSK คือตัวอย่างแก่นักร้องเอเชียทุกคน ไอดอลของเหล่าแฟนๆ
พวกเขาแตะสถิติใหม่ทุกวัน ถึงตอนนี้ ทั้งสามคนตัดสินใจและลงมือทำ “การแสดงออกถึงความปรารถนาที่จะออกจากบริษัทในตอนที่โด่งดังที่สุดจะให้เป็นที่กล่าวถึงมากกว่า” “มันจะไม่ได้ผลถ้าออกจากบริษัทตอนที่พวกเราไม่โด่งดังแล้ว เมื่อออกมาช่วงธรรมดาๆ ผู้คนอาจจะพูดว่าเพราะสุขภาพเราไม่ดีแล้ว แต่เวลาทีไอดอลซึ่งเป็นที่อิจฉาบอกว่าพวกเขาไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว ‘มันต้องมีเหตุผลอะไรบางอย่างที่พวกเขาทำแบบนี้’ – มีเพียงตอนนั้นที่ผู้คนจะคิดแบบนี้” JYJ บอกอย่างเป็นเอกฉันท์
ทั้งประเทศเกาหลีและญี่ปุ่นสอดส่องและรายงานข่าวเรื่องของพวกเขา เพราะมันเป็นการเปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของศิลปินกระแสเกาหลีในตอนนั้น ความเห็นจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้รับความสนใจมากมาย คิมจุนซูบอกว่า “ภายใต้เวลาสั้นๆ เพราะการเป็นจุดสนใจ มันน่ากลัวครับ ไม่ใช่คนบาปแต่ก็หวาดกลัวที่จะออกไปข้างนอก รูปถ่ายของพ่อแม่ผมถูกคาดปิดหน้าและแปะขึ้นข่าวในทีวี ราวกับว่าเราได้กลายเป็นนักโทษ แรงกดดันเพิ่มมากขึ้นทุกวัน ในที่สุดแล้ว เราก็ป่วย” ในความตั้งใจของพวกเขา การไม่สามารถรักษาสัญญาที่ว่า “ห้าคนจะไม่มีวันแยกจากกัน” เป็นความเสียใจใหญ่หลวงที่สุดในสายตาของแฟนๆ มากมาย แต่มันคือพวกเขาที่ต้องทุกข์กับความเจ็บปวดมากกว่า พวกเขาได้แต่ปลอบใจตัวเองว่าทุกคนมีหนทางของตัวเองที่เลือกเดิน
เพราะมันคือการตัดสินใจที่ทำให้อนาคตที่ริบหรี่ยิ่งไม่มั่นคง พวกเขาจะไม่สั่นคลอนง่ายๆ มีผู้คนมากมายที่แสร้งทำเป็น ‘อยู่ข้างเรา’ แต่ในความเป็นจริงแล้ว พวกเขาพยายามจะลองทดสอบหรือสร้างความแตกแยก ทั้งสามคนมีน้อยลงเรื่อยๆ มีเพียงกันและกันเท่านั้น อีกทั้งมีเอเจนซี่ใหญ่ๆ ที่สัญญาจะให้ค่าตอบแทนสำหรับสัญญาจ้างหลายล้านเป็นเหยื่อล่อราคาแพง แต่พวกเขาไม่ได้วอกแวก ไม่ได้ลังเลเลย “มันคือการรับรู้ว่าถึงแม้ไม่มีหนทางจะได้เป็นนักร้องอีก อนาคตก็จะดีขึ้น” ถ้ามันไม่มีทางจะได้เดินต่อไปบนถนนสายนี้แล้ว ก็จะ “ไปอยู่แถวชนบทและหาที่ดินที่ใหญ่พอจะปลูกผักหากิน และใช้ชีวิตอยู่แบบนั้น” เพราะว่าพวกเขามีความมุ่งมั่นหนักแน่น มันไม่มีความผิดหวัง ความกลัวและความไม่มั่นใจค่อยๆ หายไปทีละเล็กละน้อยโดยไม่รู้ตัว ตอนนี้มันไม่มีความรู้สึกแบบนั้นแล้ว

– การมีสมาชิกวงอยู่เคียงข้างคือความปลอบใจเดียว –

สงครามเริ่มต้นตั้งแต่นั้นมา แม้ว่ามันเป็นฤดูร้อนที่อบอุ่นกว่าครั้งไหนๆ แต่สำหรับพวกเขาแล้ว มันเป็นฤดูหนาวที่เกรี้ยวกราด โดยเฉพาะเมื่อมีความคิดเห็นที่ลำเอียงอยู่รอบกายของพวกเขา มันเหมือนกับการกรีดหัวใจด้วยมีดอย่างโหดร้ายมากกว่า มันเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากมากสำหรับทุกคน คำว่า “ไฟท์ติ้ง!” ก็ไม่ได้ช่วยปลอบใจได้เลย
เพราะการป่วยเป็นโรคซึมเศร้าอดกลั้น มันยิ่งเหน็ดเหนื่อยสำหรับคิมจุนซู “ผมอดทนผ่านมาได้เพราะผมมีสมาชิกวง ตอนที่เราสามคนเจอกันและพูดคุยกัน เงื่อนปมแห่งความซึมเศร้าก็ถูกคลายออก เพราะว่าพวกเราทุกคนป่วยเหมือนกัน ถึงได้อดทนมาได้ครับ”
Credit: Xiah俊秀吧官方微博
English trans by:chloe6002
แปลไทย: ลูกแก้วใสกิ๊งระริ๊ง
Advertisements
เรื่องนี้ถูกเขียนใน JYJ และติดป้ายกำกับ , , , , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

8 ตอบกลับที่ [Trans] The JYJ Magazine เรื่องราวของ 1,000 วัน: การแยกตัวจาก DBSK – หน้าหนาวที่เย็นเยียบอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ครั้งนั้น

  1. giggog พูดว่า:

    เพราะทั้งสามคนป่วยเหมือนกัน อดทนมาเหมือนๆกัน ผ่านความซึมเศร้ามาเหมือนกัน อ่านแล้วจุก
    เอาเป็นว่า ช่วงเวลาจากนี้เป็นต้นไป พวกเรามามีความสุขไปพร้อมๆกันเถอะ ไฟติ้ง
    ขอบคุณ รบอจ ค่ะ

  2. JaeLuv พูดว่า:

    อ่านจบแล้วน้ำตาร่วง พวกเขาอดทนมากจริงๆ
    เป็นการต่อสู้บนจุดยืนที่ว่าขอทวงชีวิตคืน
    ตอนนี้ก็ได้แต่หวังว่าทุกคนจะเคลียร์เมื่ออ่านจบ
    JYJ ได้เป็นอิสระและมีชีวิตเป็นของตัวเองแล้ว
    จากนี้อีก 1000 วัน 10000 หรือ 1000000 … วัน
    ก็ขอให้ JYJ มีความสุขและเดินอย่างมั่นคงตามทางของตัวเองแบบนี้
    อย่าได้ต้องกลับไปป่วยแบบนั้นอีก รักนะแจจุง ยูชอน จุนซู กอดๆๆๆ

  3. poojj พูดว่า:

    อ่านแล้วจุก ไปกับหนุ่มๆ เลยค่ะ “ทั้งห้าคนจะไม่แยกจากกัน”
    แต่มีสามคนที่ป่วยเหมือนกันเป็นโรคซึมเศร้าเหมือนกัน เข้าใจและอดทนมาด้วยกัน
    บอกได้แต่ว่าจะอีกนานแค่ไหนก็จะอยู่ตรงนี้เคียงข้างพวกนาย

    ขอบคุณรบอจ.มากค่ะ

  4. แหม่ม พูดว่า:

    ยิ่งเคยผ่านสิ่งที่โหดร้ายทีสุด วันนี้ก็คือวันที่ยิ้มได้ทั้งตัวและหัวใจใช่มั้ย

  5. Janjoong พูดว่า:

    เข้าใจจริงๆแล้วว่าJYJต้องการออกจากบริษัทจริงๆ
    คิดตั้งแต่แรกแล้วว่าทำไมต้องจากมาในช่วงเวลาที่ตัวเองโด่งดังที่สุด
    แต่ก็ยังมีคำถามอยู่ดี ไม่ว่าJYJจะไม่ต้องการพูดหรือไม่สามารถพูดออกมาได้
    พยายามติดตามการสัมภาษณ์ทั้งสองฝั่งมาตลอด
    และทั้งสองฝั่งก็เหมือนจะเลี่่ยงทั้งคู่ หรือไม่ก็ตอบไม่เคลี่ยร์เท่าไหร่
    แต่ก็เอาเถอะ รอวันที่พวกนายจะสามารถพูดได้ทุกอย่าง แต่ก็ไม่เป็นไรหรอก
    จะรอผลงานต่อๆไปของทุกคน

  6. twenty5 พูดว่า:

    จุนซูตอบทุกอย่างหมดเเล้ว
    ทุกอย่างที่อยู่ในใจเรามาตลอด คำถามที่มันอยู่ในใจเกี่ยวกับเจวายเจ
    สู้ต่อไปนะ เจวายเจ

    อ่านเเล้วน้ำตาไหล

  7. nok พูดว่า:

    อ่านแล้วเคลียร์ ทุกอย่างที่อยากรู้ในอดีต ตอนนี้ เวลานี้ไม่ต้องการที่จะฟัง
    อะไรอีก แค่เห็นรอยยิ้ม สามหนุ่มที่มีความสุขและมีอิสระอย่างที่ตัวเองต้องการ
    มันเกินพอกับคำตอบที่อยากรู้มากมาย อดีตถ้ามันแย่ก็ปล่อยไป เรื่องบางเรื่อง
    ไม่อยากจะพูดก้ไม่ต้องพูด ไม่ต้องอธิบาย แค่นนี้พอแล้วกับหัวใจที่เข้มแข็งสามดวง
    รักนะ รักสามคนมาก คำว่า “ห้าคนจะไม่มีวันแยกจากกัน” ฟังแล้วมันเจ็บนะ ถ้าต้อง
    อดทน และเจ็บป่วยเพื่อให้ต้องอยู่ด้วยกันครบ 5 คน ดีแล้วที่ตัดสินใจแยกออกมา
    ขอบคุณนะ JYJ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s