[Trans INTERVIEW] 130124 คิมแจจุง: “พื้นที่ที่เป็นของผมเองมันคับแคบ แต่มันมีความสุขและอิสรภาพอยู่ในนั้น”

130124 Kim Jaejoong: “My territory is narrow but there is happiness and freedom in it”
[Trans INTERVIEW] 130124 คิมแจจุง: “พื้นที่ที่เป็นของผมเองมันคับแคบ แต่มันมีความสุขและอิสรภาพอยู่ในนั้น”

คิมแจจุง: “พื้นที่ที่เป็นของผมเองมันคับแคบ แต่มันมีความสุขและอิสรภาพอยู่ในนั้น”

– คุณเลือกแนวร็อคสำหรับอัลบั้มเดี่ยวอัลบั้มแรกของคุณ
แจจุง: ผมชอบแนวร็อคมาตั้งแต่ตอนเด็ก ๆ และผมร้องเพลงร็อคบ่อยครับ แม้กระทั่งตอนที่ผมทำงานกับวง การแสดงเดี่ยวของผมในคอนเสิร์ตมักจะเป็นเพลงที่รีเมคมาจากเพลงร็อคในประเทศของเราอยู่บ่อย ๆ และที่ญี่ปุ่น ซิงเกิ้ลเดี่ยวของผมก็เป็นเพลงร็อคด้วย มันมีโอกาสที่ได้อวดน้ำเสียงแนวร็อคของผมสั้น ๆ แต่ตอนที่ผมทำงานสำหรับอัลบั้มเดี่ยวของผม ผมไม่คาดคิดว่ามันจะเป็นแนวร็อคหรอกนะครับ แต่ความปรารถนาที่จะลองทำดูมันอยู่ในหัวของผมมาตลอด โชคดีที่มีความช่วยเหลือและการต้อนรับจากรุ่นพี่คิมบาดาและอีกหลายต่อหลายคน ผมมีโอกาสได้ทำอัลบั้มที่ดี ๆ ครับ
– ดูเหมือนว่าคุณจะกังวลกับการทำอัลบั้มแนวร็อค
แจจุง: เพราะว่าดนตรีร็อคไม่ใช่อะไรที่คุณจะแค่ก้าวเข้ามาทำ ตอนแรกผมเลยรู้สึกหนักใจเรื่องอคติและสิ่งที่คนมองเห็นตั้งแต่ก่อนหน้า แต่ผมดีใจที่ทุกคนรับฟังมันด้วยหัวใจที่เปิดกว้างมาก ๆ ผมอยากมีแฟน ๆ เพลงร็อคและอยากให้สาธารณชนบอกว่า “โอ้ มันดีจริง ๆ นะเนี่ย” เวลาที่พวกเขาฟังเพลงของผมครับ

“ตัวอัลบั้มนี้เองเป็นข้อความของผม”

– เพราะนี่เป็นอัลบั้มเดี่ยวอัลบั้มแรกของคุณ มันคงมีหลายต่อหลายสิ่งที่คุณอยากจะแสดงให้เห็น อะไรคือสิ่งที่สำคัญที่สุด?
แจจุง: ผมคิดว่าตัวอัลบั้มนี้เองเป็นข้อความของผมครับ ด้วยแนวดนตรีที่ผมชอบมาตั้งแต่เด็ก ๆ มันถ่ายทอดเรื่องราวที่ผมอยากจะบอกเล่า เพลง ‘One Kiss’ เป็นเรื่องราวแห่งความรักที่แต่งเติมไปด้วยการบรรยายเปรียบเปรย เพลง ‘Mine’ ถ่ายทอดเรื่องราวแห่งความทุ่มเทสุดตัวในอดีตอย่างตรงไปตรงมาและแสดงถึงความกล้าที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น เพลง ‘My Only Comfort’ อาจเป็นเรื่องราวของใครก็ได้ที่กำลังมีความรัก เพลง ‘All Alone’ เป็นการแสดงออกทางอารมณ์ ผมอยากจะถ่ายทอดความรู้สึกของผมหลากหลายทางแบบนั้น ถ้าใครซื้อและฟังอัลบั้ม พวกเขาจะสามารถรู้สึกถึงน้ำเสียงและการแสดงออกที่แตกต่างในแต่ละเพลง เสียงของผมปรับได้ตามสั่งนะครับ (หัวเราะ) ครูสอนร้องเพลงที่ชอบน้ำเสียงเรียบ ๆ คงจะเกลียดคนแบบผมมากเลยล่ะ แต่ผมอยากจะดึงเสียงออกมาและมอบเสียงที่จำเป็นแก่เพลงนั้น ๆ ผมหวังว่าผู้คนจะได้ยินและรู้สึกถึงความแตกต่าง ผมหวังว่าเนื้อเพลงจะประทับใจผู้ฟังด้วยครับ
– คิมบาดา วง Sinawi Shaun วง Cox ซอราง วง Pia ฯลฯ ร่วมงานในเพลง ‘One Kiss’ และ ‘Mine’
แจจุง: ผมไม่ได้รู้จักกับรุ่นพี่คิมบาดาและคนที่ช่วยในอัลบั้มนี้เป็นการส่วนตัวครับ เรารู้จักกันโดยบังเอิญผ่านเพื่อ นๆ ตอนแรก ผมขอเพลงเพลงนึงจากรุ่นพี่คิมบาดา ผมคิดว่าเขาจะปฏิเสธแต่เขาแต่งเพลงให้ผมจริง ๆ เขาให้เพลง ‘One Kiss’ กับผมมาก่อน ทันทีที่ผมได้ยินเพลงนั้น ผมบอกว่าผมอยากจะร้อง ผมรู้ว่ารุ่นพี่คิมบาดาไม่เคยให้เพลงกับใครที่ยังอายุน้อย ๆ และกำลังทำอัลบั้มร็อคเป็นครั้งแรกอย่างผม แต่เขาช่วยอย่างกระตือรือร้นมาก ๆ เลยครับ
– คิมบาดาบอกอะไรกับคุณบ้างตอนที่อัดเสียง?
แจจุง: มีความแตกต่างเยอะตอนที่อัดเสียงเพลง ‘One Kiss’ และเพลง ‘Mine’ เขาช่วยผมกับการออกเสียงเพลง ‘One Kiss’ ทุกโทนเสียงทีละคำเลยครับ มันไม่ใช่การออกเสียงแบบที่นักร้องทั่วไปร้องแต่เป็นการออกเสียงที่จำเป็นสำหรับเพลงร็อค การแสดงอารมณ์และเทคนิค ผมเรียนรู้จากเขามากมาย แต่สำหรับเพลง ‘Mine’ เขาบอกให้ผมทำอย่างที่ผมอยากทำเลย เพราะงั้นเพลง ‘One Kiss’ จะหนักแน่นและมีความรู้สึกแข็งแรงมากกว่า เพลง ‘Mine’ ที่มีความหลากหลายในการใช้เสียงมากกว่า ตั้งแต่เพลงที่อ่อนหวานจนถึงเสียงทุ้มต่ำและแหบพร่า ผมบอกเขาว่าผมอยากจะทำให้เพลงมีความหลากหลายและเขาบอกอย่างใจดีว่ามันเป็นไอเดียที่ดีนะ ดังนั้นเราไม่ได้อัดเพลงทีละท่อนแต่อัดเสียงทั้งเพลงเหมือนกับร้องสดเลยครับ
– มันคงจะยากที่ต้องเรียนรู้เทคนิคแบบนั้นในเวลาสั้น ๆ
แจจุง: ผมซ้อมในบู้ธอัดเสียงอย่างต่อเนื่องครับ รุ่นพี่คิมบาดาอยากให้ผมอยากผมร้องด้วยเสียงที่แตกพร่าเวลาออกเสียงที่ผมทำให้เสียงออกมาเป็นแบบนั้นไม่ได้ มันยากจริง ๆ ครับ ผมเหมือนกับตอนที่อัดเสียงเพลงเพลงแรกของผมกับนักแต่งเพลงที่น่ากลัวมาก ๆ ตอนผมเป็นนักร้องใหม่ ๆ จริง ๆ แล้วความรู้สึกแรกของผมเกี่ยวกับรุ่นพี่ไม่ได้ดูน่ากลัวขนาดนั้นนะครับ เขาทำให้ผมรู้สึกสบายใจและบางทีอาจเป็นเพราะผมดูพี่เขาในรายการ I am a singer ช่อง MBC อยู่บ่อย ๆ ด้วยล่ะมั้งครับ เขาเลยให้ความรู้สึกเหมือนคนที่ผมเคยเจอมาก่อนแล้ว หลังจากนั้น ตอนที่เราอัดเสียงกัน เขาดูน่ากลัวนิดหน่อยน่ะครับ ผมไม่รู้ว่าเขาจะมีรอยสักตามตัวเยอะขนาดนั้น (หัวเราะ) แต่ไม่ว่าขั้นตอนมันจะยากแค่ไหน หลังจากอัดเสียงและลองฟังกัน มันก็ออกมาดีครับ ดังนั้น ฟู่ว์ ผมโล่งใจจัง
– เราสงสัยเรื่องปฏิกริยาของคิมบาดาตอนที่คุณเจอเขาครั้งแรกด้วย
แจจุง: ตอนนั้น ผมไปหาเขาโดยไม่ได้อาบน้ำอ่ะ ดังนั้นสภาพของผมก็เลยค่อนข้าง… (หัวเราะ) มันเป็นแค่แรกที่เราเจอกันแต่ไม่ได้มีอะไรน่ากระอักกระอ่วนใจหรืออะไรทำนองนั้นหรอกครับ แม้ว่าเพลง ‘One Kiss’ จะแตกต่างจากเพลงอื่น ๆ ของ Sinawi อย่างชัดเจน ผมคิดว่ามันให้ความรู้สึกเหมือนฝันคล้ายกับเพลงวง Butterfly Effect ที่เป็นอีกวงของรุ่นพี่ ทันทีที่ผมได้ยินเพลง ผมทำท่าเว่อร์ไปหน่อยเพราะผมชอบมันมาก ๆ เลยครับ เขาเลยเก็บยิ้มอย่างอ่อนโยนเอาไว้ไม่อยู่ จากนั้นมา กำแพงทุกอย่างก็สลายหายไป (หัวเราะ)
– คุณต้องผสมผสานแนวทางของตัวเองกับสีสันของคิมบาดาและผู้ร่วมงานคนอื่น ๆ ใครเป็นคนที่นำการตัดสินใจ?
แจจุง: รุ่นพี่คิมบาดารับบทผู้นำครับ คนจากวงอื่น ๆ ทำได้ดีที่สุดจริง ๆ ปกติหลังจากผ่านไปหลายชั่วโมง พวกเขาก็จะกลับไปแต่ผู้คนกลุ่มนี้จะเล่นเพลงและฟัง และถ้าพวกเขาบอกว่า “อ้า ไม่โอเคนะ ต้องลองอีกที” พวกเขาจะทำซ้ำอีกครั้งและอีกครั้ง แม้แต่ทีมงานที่บริษัทก็บอกว่าเยี่ยมมาก ๆ แล้ว พวกเขายังยืนยันว่า “อ้า ไม่โอเคนะ ต้องลองอีกที” (หัวเราะ) ด้วยความรักแบบนั้น ซาวน์ดนตรีจะไม่ออกมายอดเยี่ยมได้ยังไง? มันเป็นครั้งแรกสำหรับผมที่ได้ทำงานแบบนี้ด้วยครับ ปกติจะมีคนร้องเพลงไกด์ให้ หลังจากเสียงร้องลงตัวอย่างสมบูรณ์แล้วจะเป็นรอบการอัดเสียงดนตรีกับวง แต่ในกรณีของเรา เสียงร้องถูกเติมเข้าไปทีหลัง หลังจากรุ่นพี่คิมบาดาอัดเสียงดนตรีกับวงได้สมบูรณ์แบบร้อยเปอร์เซ็นแล้ว เขาคิดว่าเครื่องดนตรีเป็นส่วนที่สำคัญมาก ๆ ดังนั้นภาระเรื่องการร้องก็เลยน้อยลงไป เพราะว่าเสียงเครื่องดนตรีดีมาก ๆ มันมีหลายครั้งที่ผมแค่ได้ฟังก็ขนลุกแล้วครับ

“บนเวทีที่แต่งแต้มไปด้วยภาพที่ผมเก็บกดไว้ในตอนนั้น”

– คุณเขียนเนื้อเพลงทุกเพลงยกเว้นเพลง ‘There’s Only You’ คุณไม่รู้สึกหนักใจกับการเล่าเรื่องของตัวเอง?
แจจุง: ไม่มีความหนักใจหรอกครับ ผมคิดว่าแนวทางโดยรวมของอัลบั้มมันค่อนข้างบังเอิญ เพลง ‘All Alone’ เป็นเพลงที่ผมแต่ง ดังนั้นแน่นอนว่ามันมีแต่อารมณ์ของผม เพลง ‘Mine’ และ ‘One Kiss’ แต่งโดยรุ่นพี่คิมบาดา เมื่อเป็นเพลงร็อค การแสดงอารมณ์อย่างอิสระของนักร้องเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เขาบอกผมว่ามันน่าจะดีที่สุดถ้านักร้องตะโกนข้อความที่คน ๆ นั้นอาจจะบอกผ่านน้ำเสียงของเขาหรือเธอ เขาคิดว่ามันดีที่ผมเป็นคนแต่งเนื้อเพลงครับ
– ในเพลง ‘Mine’ มันมีท่อนที่ว่า ‘อย่ามาที่นี่ นี่เป็นมหาสมุทรของผม’ ความหมายของมันคืออะไร?
แจจุง: มันไม่ใช่มหาสมุทรจากคำว่าคิมบาดานะครับ (หัวเราะ) (T/N: คำว่าบาดาในภาษาเกาหลีแปลว่ามหาสมุทร) มันเป็นตัวแทนของพื้นที่อะไรบางอย่าง มหาสมุทรเป็นคำเปรียบเปรยถึงความลึกล้ำ มีท้องฟ้องและผืนแผ่นดินแต่มันไม่ง่ายที่จะอธิบายถึงความลึกของผมให้ขณะที่มหาสมุทรเป็นตัวแทนได้อย่างดี เพลงเริ่มต้นด้วยท่อนที่ว่า ‘คุณเลวร้าย มันเหมือนราวกับว่าคุณป่วย ยาพิษที่แล่นพล่านในเสียงกรีดร้อง ยาพิษที่ผมคุ้นชินเสียแล้ว’ ‘คนที่ป่วย’ แทนที่จะหมายความว่าป่วยเป็นโรคจริง ๆ มันให้ความรู้สึกเหมือนกับซอมบี้ที่ไล่ตามผู้คนโดยไม่มีเหตุผลมากกว่า ส่วน ‘ยาพิษที่แล่นพล่านในเสียงกรีดร้อง’ คือหมายถึงเขามาถึงตัวผมได้แม้กระทั่งตอนที่ผมวิ่งหนีด้วยกำลังทั้งหมดที่มี มันรู้สึกสกปรกครับ ผมเลยใช้คำว่า ‘ยาพิษที่แล่นพล่าน’ ไม่ว่าคุณจะถมยาพิษนั้นออกมาสักเท่าไหร่ก็ชินกับมันไปซะแล้วและยังไม่เป็นไร ดังนั้นหยุดกรีดร้องและหยุดก้าวเข้ามาในพื้นที่ของผมเสียที
– ตั้งแต่เนื้อเพลงจนถึงเอ็มวี เพลง ‘Mine’ เป็นเพลงที่มีพลังที่สุดในอัลบั้ม คุณมีความกังวลอะไรตอนที่เลือกเพลง ๆ นี้เป็นเพลงไตเติ้ลสำหรับอัลบั้มรึเปล่า?
แจจุง: ผมกังวลมากจนถึงตอนที่ถ่ายทำเอ็มวี ผมสงสัยว่าถ้าผมเลือกเพลง ‘One Kiss’ มันจะได้รับความนิยมมากกว่ารึเปล่า เพราะว่า ‘Mine’ มันค่อนข้างรุนแรง ผมคิดว่ามันเสี่ยงนิดหน่อยเพราะความชอบ-ไม่ชอบจะเห็นได้ชัด แต่ผมต้องถ่ายทำเอ็มวี มันไม่ใช่แค่เรื่องซาวน์ดนตรีแต่เป็นเรื่องการแสดงออกถึงภาพลักษณ์ด้วย เพลงที่จะอวดสีสันที่แตกต่างออกไปได้ก็คือ ‘Mine’
– มีอีกาและงูในเอ็มวี คอนเซ็ปต์ทั้งหมดดูเหมือนจะมีความเกี่ยวโยงกับสถานการณ์ปัจจุบันของคุณ
แจจุง: ครับ งูที่เลื้อยรอบ ๆ เป็นสัญลักษณ์ว่าอะไรบางอย่างสำหรับบีบคั้นผมอยู่ ผมที่วิ่งฝ่าฝูงอีกาหมายความว่าผมเผชิญหน้ากับอะไรที่มืดมนและชนะมาได้ หมาที่เห่าก็เป็นแค่หมาเห่าอ่ะครับ (หัวเราะ) ไม่ว่ายังไงผมก็ไม่เป็นไร ผมมีความมั่นใจที่จะกล้าและเด็ดเดี่ยว พื้นที่ที่เป็นของผมเองมันคับแคบ แต่ผมมีความสุขจริง ๆ และใช้ชีวิตอย่างอิสระอยู่ในนั้น ดังนั้นอย่าบังอาจมาแตะต้องครับ นั่นคือความหมาย เพราะว่าเป็นเพลงที่มีพลัง เนื้อเพลงไหลเข้ามาในหัวเองทันที แต่สำหรับ ‘One Kiss’ มันมีการทบทวนด้วย ผมทิ้งเนื้อที่เขียนไว้ตอนแรกและเขียนใหม่อีกรอบ
– คุณมีงานแสดงละครไปด้วยแต่ยังแสดงถึงสีสันที่หนักแน่นในงานดนตรี คุณไม่กลัวว่ามันจะมีคนมองภาพไว้แบบอื่นก่อนหรือ?
แจจุง: ผมกังวลครับ แต่เหตุผลที่ผมอยากจะออกอัลบั้มเร็ว ๆ ก็เพื่อคนที่อยากจะได้ยินเสียงของนักร้องคิมแจจุง ผมไม่อยากให้แฟน ๆ ทั้งในและต่างประเทศต้องรอนานเกินไปและอยากจะให้ของขวัญแก่พวกเขา แม้ว่านี่จะไม่ใช่อัลบั้มเต็ม เวลา 3 หรือ 4 ปีมันนานมาก แทนที่จะทำเพลงแบบเดิม ผมคิดว่าพวกเขาคงอยากได้อะไรใหม่ ๆ พูดตามตรงว่าจิตใจของผมเร่งร้อน ถามผมได้ว่าผมอยากจะแสดงความรู้สึกที่รุนแรงแบบนี้ในขณะที่กำลังมีภาพลักษณ์มั่นคงในฐานะนักแสดงรึเปล่า ผมไม่จำเป็นต้องทำแต่ผมคิดว่าถ้าผมมีเสื้อผ้าในฐานะนักแสดงและเสื้อผ้าอีกชุดในฐานะนักร้อง ผมสวมชุดไหนแล้วก็ต้องอยู่กับชุดนั้น สีสันของดนตรีมันเป็นแบบนั้น ถ้าผมใส่สูทที่เรียบร้อยเกินไป ผมก็จะรู้สึกเสียใจกับดนตรีนั้น
– คอนเสิร์ตกำลังจะมาถึง เราสงสัยว่าคุณจะอวดภาพลักษณ์ร็อคเกอร์แบบไหน คุณมีอาวุธลับอะไรรึเปล่า?
แจจุง: อา ผมยังไม่ได้คิดเลยว่าจะทำอะไร จริง ๆ ช่วงนี้ผมพยายามละเว้นเรื่องการใส่เครื่องประดับและทำสีผม ผมคิดว่าภาพลักษณ์ที่ไร้เครื่องตกแต่งและสะอาดสะอ้านจะดีกับผมในฐานะนักแสดง เวลาผมทำงานชิ้นใหม่ เวลาแสดง มันเป็นความรู้สึกดีแบบว่า ‘อ้า นี่คือทุกอย่างที่ผมมี’ โดยไม่มีการเสริมแต่ง มันทำให้ผมรู้สึกเหมือนเปลือย แต่ด้วยอัลบั้มนี้ เพื่อจะแสดงให้เห็นถึงเวทีที่น่าสนุกสำหรับตั้งสายตาและโสตประสาท ผมจะใส่ทุกอย่างที่ผมอยากจะอวดในภาพลักษณ์ที่ ‘เสริมแต่ง’ แล้ว (หัวเราะ)

“ผมอิจฉาจุนซูที่มีคอนเสิร์ตเวิร์ลทัวร์ด้วยตัวคนเดียว”

– ในเอ็มวี ภาพลักษณ์ของคุณน่าประทับใจมาก คุณมีส่วนในคอนเซ็ปต์การออกแบบและไอเดียมากแค่ไหน?
แจจุง: ผมมีไอเดียเยอะครับ แต่ผู้กำกับอีซางยูเตรียมของมาหลายอย่างเหมือนกัน ตอนที่เราตัดสินใจเรื่องธีมเป็นครั้งแรก ผมถามว่าเขาคิดยังไงกับเนื้อเพลง วันถัดมา เขาบอกว่า ‘การกักขัง การกดขี่ อิสรภาพ’ ดังนั้นเราเลยเลือกเป็นเทวดาที่มืดมน แวมไพร์ มีโซ่ มีเขาและหน้ากาก เขาเตรียมทุกอย่างที่เป็นตัวแทนของเนื้อเพลงได้อย่างดี
– หลังจากออกอัลบั้ม ปฏิกริยาที่น่าประทับใจที่สุดคือ?
แจจุง: ใครบางเขียนข้อความนี้ไว้ในเวบไซต์หลังจากได้ดูเอ็มวี ‘คอนเซ็ปต์ทุกอย่างที่ฉันอยากให้คิมแจจุงลองทำอยู่ในเอ็มวีหมดเลย’ เพราะผมอยากจะเติมเต็มความต้องการของคนที่ชอบผม จริง ๆ แล้วสิ่งที่พวกเขาต้องการจากผมมันหลากหลาย มีคนที่ชอบภาพลักษณ์ภายนอกของผม คนที่กลายเป็นแฟนเพราะละครของผม คนที่ชอบเสียงของผมตั้งแต่สมัยก่อน และยังมีคนที่ชอบให้ผมผอม ๆ และมีคนที่ชอบผมให้มีกล้ามอย่างในอดีต ผมอยากจะทำตามปรารถนาทุกอย่างของพวกเขา และอัลบั้มนี้ดูเหมือนจะทำได้ ผู้คนที่ชอบเรื่องที่เงียบ ๆ และสงบ ๆ หรือคนที่ชอบเพลงที่เข้มข้นสามารถฟังได้ทั้ง 5 เพลงในอัลบั้ม เอ็มวีมีภาพลักษณ์ที่หลากหลาย ดังนั้นมันรู้สึกเหมือนใช้เวลาไปปีนึงกับสิ่งที่ต้องใช้เวลาสองสามปีกว่าจะเกิดขึ้น
– เพลงไหนคือเพลงโปรดในอัลบั้ม?
แจจุง: ผมชอบหมดทุกเพลงครับ แต่ เอ่อ… ผมผูกพันกับเพลง ‘One Kiss’ และ ‘All Alone’ มากที่สุด จริง ๆ จนถึงตอนนี้เพลงที่ผมฟังมากที่สุดคือ ‘All Alone’ ผมฟังก่อนนอนและเปิดทิ้งไว้ตอนหลับ มันทำให้ผมหลับสนิท (หัวเราะ) จริง ๆ แล้ว ‘All Alone’ เป็นเพลงที่เศร้ามากเพราะเสียงเปียโน แทนที่จะเป็นน้ำเสียง เทคนิค โทนเสียง จังหวะ คุณจะรู้สึกถึงอารมณ์ได้เด่นชัด เพราะ ‘One Kiss’ เป็นเพลงที่ดีมาก ๆ การอัดเสียงเลยยากและหัวของผมแทบระเบิดตอนแต่งเนื้อเพลง ผมมักจะทำงานตอนกลางคืนแต่มันเป็นเพลงแรกที่ผมเขียนเนื้อเพลงตอนกลางวัน ผมอยู่ในห้องทำงานตอนกลางวันแต่เขียนอะไรไม่ออกดังนั้นเลยหลับตา ตอนนั้นแสดงอาทิตย์ส่องผ่านผ้าม่านเข้ามา ผมรู้สึกเหมือนอะไรบางอย่างที่ดำมืดเคลื่อนตัวไปตามผ้าม่านที่พลิ้วไหวและผ่านตาที่หลับอยู่ของผมไป ผมรู้สึกเหมือนเป็นอะไรที่ลงมาหาผมจากสวรรค์เพื่อพาผมไปที่นั่น ตอนนั้นความรู้สึกก็กลับมาและผมเขียนได้อย่างไหลลื่น
– คิมจุนซูและปาร์คยูชอนพูดอะไรเกี่ยวกับอัลบั้มบ้าง?
แจจุง: จุนซูชอบเพลง ‘Mine’ และยูชอนชอบเพลง ‘One Kiss’ เมื่อไม่นานมานี้ ยูชอนอยู่ที่เมืองจีน เขาบอกว่าเขาอยากจะไปดื่มซักแก้วหลังจากฟังเพลง ‘One Kiss’ จุนซูพูดว่า “ว้าว ๆ ๆ ฮยอง ว้าว มันเยี่ยมเลยอ่ะ”
– คิมจุนซูออกอัลบั้มเดี่ยวก่อนหน้านี้และมีคอนเสิร์ตเวิร์ลทัวร์ประสบความสำเร็จ เราสงสัยเรื่องแผนการของคุณ
แจจุง: ผมอิจฉาจุนซูจริง ๆ ครับ ผมเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่มากที่จะจัดคอนเสิร์ตเวิร์ลทัวร์ด้วยตัวคนเดียว แม้ว่าผมอยากจะลองดู แต่เพลง 5 เพลงในอัลบั้มนี้คงไม่เพียงพอสำหรับเวิร์ลทัวร์ครับ
– ไม่ใช่แค่แฟน ๆ เกาหลี แต่แฟน ๆ ชาวญี่ปุ่นก็รออยู่ด้วย เพราะคุณชนะ Avex จะมีความเปลี่ยนแปลงในอนาคตอะไรสำหรับงานในญี่ปุ่น?
แจจุง: สิ่งแรกที่ผมอยากจะทักทายแฟน ๆ ชาวญี่ปุ่นก็คือทักทายผ่านคอนเสิร์ต ยิ่งไปกว่านั้นเพราะผลของคดีฟ้องร้อง ผมอยากจะออกอัลบั้มอย่างเป็นทางการในญี่ปุ่น มันคงจะดีถ้าเราออกทีวีได้
Source: tensia.co.kr
Translated by: Hannah @ PrinceJJ
แปลไทย: ลูกแก้วใสกิ๊งระริ๊ง
เรื่องนี้ถูกเขียนใน Interview, Jaejoong และติดป้ายกำกับ , , , , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

3 ตอบกลับที่ [Trans INTERVIEW] 130124 คิมแจจุง: “พื้นที่ที่เป็นของผมเองมันคับแคบ แต่มันมีความสุขและอิสรภาพอยู่ในนั้น”

  1. JaeLuv พูดว่า:

    ชอบคำตอบของแจจุง มันดูเคลียร์ ในขณะเดียวกันก็มีมิติ
    อ่านคำตอบที่เป็นตัวของตัวเองแบบนี้ อ่านแล้วเพลินจริงๆค่ะ 55+
    ขอบคุณสำหรับคำแปลนะคะ ^^

  2. cassiwawa พูดว่า:

    ชอบมากค่ะ ขอบคุณมากๆนะคะที่แปลให้

  3. pai_jj พูดว่า:

    ขอบคุณมากค่ะ สำหรับคำแปล
    รักผู้ชายคนนี้ที่สุดในโลก……………….^^

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s