[Trans REVIEW] SeoulBeats: “Mine” ของแจจุง -ไม่ใช่แค่เอ็มวีเคป๊อปอีกเพลงนึง

Jaejoong’s “Mine,” is Not Another K-pop MV
[Trans REVIEW] SeoulBeats: “Mine” ของแจจุง -ไม่ใช่แค่เอ็มวีเคป๊อปอีกเพลงนึง

เนื่องด้วยคุ้นเคยกับแนวเพลงกอทธิคร็อค วิช่วลเค เจร็อคและแนวเมทัลที่มีเนื้อเพลงมาอย่างยาวนาน เราแทบอดกลั้นใจรอ “Mine” ซิงเกิ้ลใหม่ของแจจุงไว้ไม่ไหว และยิ่งคาดหวังมากขึ้นหลังจากได้เห็นทีเซอร์ เราเติบโตมากับการฟังเพลงของ Dir en Grey Malice Mizer Nightwish HIM และ Gackt และพบว่าเพลงนี้เป็นรากฐานของการคาดการณ์ผลงานล่าสุดจากสมาชิกวง JYJ ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยเพลงนี้ เราพูดได้ว่าแจจุงได้ก้าวออกมาจากแนวเพลงเคป๊อปแบบทั่วๆ ไป ค้นหางานจากแรงบันดาลใจที่คล้ายกับแนวกอทธิคร็อคแบบแฟนตาซี คำเตือนคือว่าบทรีวิวข้างล่างที่เป็นการรีวิวเอ็มวีที่ไม่ใช่แนวเคป๊อป ถ้าคุณคาดหวังว่าเพลงนี้จะเป็นแบบนั้น คุณคงจะผิดหวัง

แจจุงเป็นคนที่แปลกกว่าใครใน DBSK มาโดยตลอด ด้วยประวัติอันยาวนานของการมีแอนตี้แฟนและเดิมทีเคยเห็นว่ามีปัญหาด้านบุคลิก เขาใช้เวลามากกว่าสมาชิกวงคนอื่นๆ ที่จะมองหาที่ยืนของตัวเองในโลกเคป๊อปใบนี้ และแม้แต่ตอนนั้นเขาจะดูผิดที่ผิดทางในคอนเซปต์แนวป๊อป ด้วยการวางแผงอัลบั้มนี้ มันรู้สึกราวกับว่าแจจุงได้ค้นหาตัวเองเจอ และนี่เป็นแนวเพลงและภาพลักษณ์ที่เขาควรจะมีมาโดยตลอด มันรู้สึกว่าใช่ยังไงไม่รู้ ซึ่งก็สมเหตุสมผลเมื่อคิดถึงความสนใจของเขาในแนวเจร็อค แม้กระทั่งผู้เขียนเองที่ไม่เคยเป็นแฟนของ DBSK มันเป็นเรื่องน่ามหัศจรรย์ที่ได้เห็นไอดอลคนหนึ่งกลายเป็นศิลปินเดี่ยวในแนวทางที่รู้สึกเป็นตัวตนเขาจริงๆ

ภาพลักษณ์ในเอ็มวีนี้เป็นแนวกอทธิคแบบคลาสสิกและแนวแฟนตาซี ลำดับภาพของสัญลักษณ์และสัตว์ที่น่าตื่นตาในสีโทนเดียว เพราะภาพพื้นฐานเหล่านี้อยู่ในแนวแฟนตาซีในสื่อต่างๆ เอ็มวีจึงหลุดพ้นจากความซ้ำซากและดูเก่าไปได้ เขี้ยว นกฮูก หมาป่า โซ่ อีกา ป่าและหน้ากากเป็นจุดเชื่อมไปยังแนวเพลงกอทธิคร็อคและเรื่องแนวแฟนตาซีแบบมืดมนอย่างปฏิเสธไม่ได้ เช่นเดียวกับวงดนตรีศิลปินโมเดิร์นที่ทำดนตรีแนวนี้ แจจุงกำลังวาดภาพและเข้าใจในสัญลักษณ์ที่เป็นตัวผลักดันเพลง “Mine”

มองเข้าไปให้ลึกขึ้น มาลองดูการที่แจจุงเลือกจะใส่เขี้ยวปลอม ก่อนหน้าที่หนังเรื่อง Twilight หรือวัยรุ่นแนวอีโมที่สวมเขี้ยวจะกลายเป็นเรื่อง “อิน” ปีเตอร์ สตีล นักร้องนำวง Type O Negative เคยไปให้หมอทำฟันให้เป็นเขี้ยวแบบถาวร ความดึงดูดต่อเรื่องแนวสัตว์ร้าย (และบางครั้งคือเรื่องแวมไพร์) หมายความว่าเขี้ยวไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับนักร้องในแนวร็อคมืดมนและแจจุงก็เดินตามแนวทางนั้น เขาไม่ได้ใช้เขี้ยวเพื่อแกล้งดื่มเลือดหรืออะไรทำนองนั้น เขาใช้เขี้ยวเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการแสดงออกถึงความเป็นตัวเอง เป็นส่วนหนึ่งในคาแรคเตอร์ของเขา เมื่อมองไปกว้างกว่าการเป็นตัวแทนของแวมไพร์ บุคลิกของแจจุงในฉากเหล่านั้นดูเหมือนจะเป็นเทวดาตกสวรรค์ที่บังเอิญว่ามีเขี้ยว
ในเรื่องของความจำเจ สำหรับใครที่รู้สึกว่าเอ็มวีนี้เชย คุณไม่ต้องมองไปไกลกว่าวงกอทธิค-เมทัลอย่าง Within Temptation เพื่อจะรู้ว่าวงแนวกอทธิคร็อคนั้นมีประวัติของเอ็มวีที่อาจดูเชยแบบนี้ แม้ว่าเอ็มวีของแจจุงจะห่างไกลจากคำว่าเชยไปโข มันหลีกเลี่ยงไม่ได้ (และน่าเสียดาย) ที่ผู้คนเห็นว่าภาพลักษณ์ที่กล่าวถึงข้างต้นเป็นแบบนั้น เรื่องปลอบใจคือว่า “Mine” อยู่ในแนวของกอทธิคร็อคและมีกลิ่นอายของวิช่วลเค และมันเป็นการก้าวกระโดดจากแนวเจร็อคแบบเชยๆ ในช่วงต้นปี 2000 อย่างไรก็ตาม ในเอ็มวีของ Within Temptation และเอ็มวีของแจจุง มันไม่สำคัญว่าสัญลักษณ์และภาพได้รับการนำเสนอออกมาแบบไหน แต่ที่สำคัญคือความหมายของมัน

ตอนนี้เรามาพูดถึงสัญลักษณ์คลาสสิกที่ปรากฎในเอ็มวีเพลง “Mine” นกฮูกและหมาป่าเป็นสัตว์ที่ปรากฎในเอ็มวีแบบเดี่ยวๆ – แล้วสัตว์สองตัวนี้เป็นตัวแทนของอะไร? นกฮูกเป็นผู้คุมวิญญาณรวมถึงเป็นสัญลักษณ์ของความปราดเปรื่อง ความลับ ข้อความและความลึกลับ หมาป่าเป็นผู้สื่อสาร มันเป็นสัญลักษณ์ของความเจ้าเล่ห์ ความภักดี ความฉลาดและความเห็นอกเห็นใจ เช่นเดียวกับสัตว์อื่นๆ ที่เห็นในเอ็มวี งูเป็นตัวแทนของความสร้างสรรค์และวัฏจักรของโลกนี้ และอีกามักจะเกี่ยวข้องกับความไม่จริงใจ ความเปลี่ยนแปลงและการกลายร่าง แม้จะมีความหมายเชิงบวกในหลายๆ วัฒนธรรม แต่สัตว์เหล่านี้ก็มีชื่อเสียงที่ไม่ดีด้วย เพราะความเกี่ยวข้องกับความรุนแรง เวลายามค่ำคืนและความตาย แจจุงเองก็ถูกตัดสินเชิงลบทั้งเรื่องของตัวเองและระหว่างมีคดีฟ้องร้องของ JYJ ไม่ว่าตัวตนจริงๆ ของเขาจะเป็นอย่างไรก็ตาม อีกนัยหนึ่ง เขาอยากจะค้นหาความเกี่ยวโยงนี้เพื่อแสดงข้อความส่วนตัวที่หนักแน่นในเพลง “Mine”
อีกอย่างหนึ่งคือเช่นเดียวกับเนื้อเพลง แจจุงดูเหมือนจะดิ้นรนจากอะไรบางอย่างหรือบางคนอยู่ช่วงใหญ่ในเอ็มวี ทั้งจากภายในจิตใจและภายนอก ในฉากหนึ่ง เขาถูกล่ามโซ่ไว้กับโครงสร้างเหล็กขนาดยักษ์และทันทีที่กระชากโซ่หลุด ฉากตัดภาพไปยังเขาที่กำลังวิ่งอยู่ แม้จะดูปุบปับแต่มันทั้งน่าสนใจและสมจริงมากกว่าที่ได้เห็นแจจุงหลุดออกจากพันธนาการ การหล่นกระทบพื้นของปลอกคอเป็นช่วงเวลาที่ถ้าพินิจจริงๆ แล้วเป็นสัญลักษณ์ถึงอิสรภาพ

คล้ายคลึงกับการหลบหนีออกมาหาอิสรภาพ ในตอนจบของเอ็มวี แจจุงกางปีกเพื่อจะบินออกไป ปีกทำให้คิดถึงความสามารถที่จะโบยบินไปที่ไหนก็ได้ ปีกยังเป็นสัญลักษณ์ของความสำเร็จ วินาทีที่คนเราหาเสียงที่เรียกเจอและตามสิ่งนั้นไป นี่เป็นสัญลักษณ์โดยตรงกับสิ่งที่แจจุงกับทำงานกับเอ็มวีและอัลบั้มนี้ แม้ว่าจะมีไอเดียดีแต่เราก็มีข้อติบางอย่างเหมือนกัน ปีกอาจจะดูดีกว่านี้ถ้าทำจากนกขนจริงๆ แทนที่จะสร้างจากคอมพิวเตอร์กราฟฟิค แต่ด้วยความสะดวกดายของการใช้คอมพิวเตอร์ทุกวันนี้ มันยากที่จะคาดหวังเอ็มวีต้นทุนสูงเพลงไหนๆ ที่จะมายุ่งยากกับความลำบากเรื่องของประกอบฉากเมื่อมีความสะดวกจากคอมพิวเตอร์ อีกอย่างนั้นคือมันเป็นเรื่องดีที่ใช้งูจริงๆ ที่ทำให้เอ็มวีดูสมจริงมากขึ้น ถ้ามีของประกอบฉากชิ้นไหนที่จำเป็นจะต้องใช้คอมพิวเตอร์ช่วย ปีกและเอฟเฟ็คของสีตาหลากหลายน่าจะเข้าใจได้มากที่สุดเพราะทำจริงๆ คงจะยาก
ก้าวออกมาจากความหมายลึกซึ่งชั่วคราว เราอยากจะบอกว่าเอ็มวีนี้มีเสื้อผ้าที่สุดยอด! เพชรบนใบหน้าของเขาที่เป็นหน้ากาก ผ้าขาดๆ ทีโค้ทของเขาด้านหลังในฉากเขี้ยว ชุดดำและรองเท้าบู๊ตสุดเท่ที่เห็นแค่แว้บเดียวในฉากกับอีกา ชุดหนังที่ไม่มีผ้าปิดด้านหลังและปลอกคอหนามตอนที่เขาถูกล่ามโซ่ไว้ เสื้อที่เหมือนกับลายโซ่และหมวกแนวไซไฟแปลกๆ (ใครรู้สึกเหมือนดูหนังเรื่อง The Fifth Element อยู่ไหม?) และแน่นอนว่าฉากที่ไม่ใส่เสือผ้าอวดรอยสัก สิ่งเดียวที่น่าเสียดายคือหน้ากากแห่งความตาย เพราะหน้ากากที่ดูแตกต่างออกไปทำให้ดูไม่เหมือนหนังฮอลลีวู้ดมากจนเกินไปหนัก ซึ่งในกรณีนี้น่าจะดีกว่า ตัวเลือกเรื่องเมคอัพและทรงผมสำหรับเอ็มวีก็ยอดเยี่ยม ส่งเสริมอารมณ์และทำให้สไตล์ดูเด่นขึ้นโดยไม่มากเกินไป

มันไม่ยากที่จะเดาความหมายจากเอ็มวี ด้วยอดีตที่ยากลำบากของแจจุงในวงการเคป๊อป (และเรื่องส่วนตัว) มันอาจมีหลายสิ่งที่เขาอยากจะหนีออกมาตลอดเวลาหลายปีนี้ ด้วยเพลงที่บอกว่า “อย่ามาขัดขวางความสุขของผม” มันชัดเจนว่าแจจุงเบื่อคนที่กดเขาและอิสรภาพในเชิงสร้างสรรค์ของเขาเอาไว้ โลกของศิลปินกอทธิคร็อคที่แฟนตาซีและหนักแน่นจะเหมาะกับเขามากกว่าชีวิตของสมาชิกวงเคป๊อปที่ถูกปั้นแต่ง เขาพิสูจน์ตัวเองแล้วว่าคุ้นเคยกับแนวเพลงนี้ (หรืออย่างน้อยเลือกคนที่ร่วมทำงานที่คุ้นเคยกับแนวเพลง) ดังนั้นแฟนๆ อย่างเรารู้สึกสบายใจกับการออกอัลบั้มครั้งนี้และไม่รู้สึกว่าเขาพลาดไปกับแนวกอทธิคร็อคแต่อย่างใด
คะแนนโดยรวมคือ 4.75/5 เพราะมีบางอย่างที่น่าจะดีกว่าขึ้น แต่โดยรวมก็เป็นเอ็มวียอดเยี่ยมเพื่อเริ่มต้นอาชีพศิลปินเดี่ยวของแจจุง มันอาจมีอีกหลายล้านสิ่งที่เราจะพูดถึงเอ็มวีตัวนี้ แต่พอเท่านี้ดีกว่า เราคาดหวังจะได้เห็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่อีกมากมายจากแจจุง
Credit: Seoulbeats
แปลไทย: ลูกแก้วใสกิ๊งระริ๊ง
เรื่องนี้ถูกเขียนใน Jaejoong, Media และติดป้ายกำกับ , , , , , , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

8 ตอบกลับที่ [Trans REVIEW] SeoulBeats: “Mine” ของแจจุง -ไม่ใช่แค่เอ็มวีเคป๊อปอีกเพลงนึง

  1. delljunsu พูดว่า:

    พี่แจเก่ง เก่งที่สุด กว่าจะมาเป็นคิมแจจุงอย่างทุกวันนี้ได้ พี่ต้องใช้ความพยายามอย่างมาก
    พี่เก่งมากๆ รักพี่:)

  2. junjung พูดว่า:

    jaejoong นายสุดยอดมากๆ ที่ก้าวมาจนถึงวันนี้ สู้ๆกันต่อไปนะทั้นายและ JYJ สู้ๆ

  3. little g พูดว่า:

    แจจ๋า
    ความพยายามอยู่ที่ไหนความสำเร็จอยู่ที่นั่น
    เป็นMVที่สวยและไม่น้อยหน้าใครเลย

  4. #ton พูดว่า:

    17.ก.พ.คิมแจมาจริวใช่มั้ยค่ะรบอจ.ค่ะขา

  5. poojj พูดว่า:

    ขอบคุณมากค่ะ แล้วลูกอิฉันมาจริงใช่มั้ยค่ะ
    mv สวยมาก ดูไม่รู้กี่รอบแล้วชอบมาก

  6. samaalive พูดว่า:

    เราภาคภูมิใจหกับเธอมากคิมแจจุง เดือนหน้าเจอกันนะ ^^

  7. bunny พูดว่า:

    mv สวย เพลงก็เพราะ สุดยอดมากค่ะ

  8. AppLE พูดว่า:

    พี่แจ น่ารัก เสมออ่ะ รักมากด้วย

    ไม่ว่า แนว ไหน พี่ก็เข้าไปหมดอ่ะ ก็อย่าง ที่ชางมิน เคยบอกไว้เนอะ ว่าพี่แจ ของเราเหมาะกับแนวเพลง ทุกสไตล์

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s