[Trans INTERVIEW] บทสัมภาษณ์คิมจุนซูจาก AtStar1 – ผู้ชายคนหนึ่งกับการเปลี่ยนแปลงอย่างมีเสน่ห์

[Trans INTERVIEW] บทสัมภาษณ์คิมจุนซูจาก AtStar1 – ผู้ชายคนหนึ่งกับการเปลี่ยนแปลงอย่างมีเสน่ห์
Atstar1’s interview with Kim Junsu – A man with charming transformation

ผู้ชายคนหนึ่งที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาและไม่เคยหยุดนิ่งอยู่ที่เดิม คิมจุนซู เขาผู้พยายามจะเปลี่ยนแปลงหลายต่อหลายครั้งและไม่เคยหวาดกลัวได้ใช้เวลากับนิตยสาร @star1 ในฐานะสมาชิกวง JYJ นักแสดงละครเพลงและนักร้องเดี่ยว ผู้ชายคนหนึ่งที่วิ่งอยู่ตลอดไม่ได้หยุดและไม่เคยหยุด คิมจุนซู นี่เป็นเรื่องราวของผู้ชายคนนั้น
# UNCOMMITTED
ในขณะที่ผันตัวเองไปเป็นนักร้องเดี่ยว เมื่อไม่นานมานี้ เขาตัดสินใจจะเปิดตัวซิงเกิ้ลใหม่เป็นภาษาอังกฤษ มันกลายเป็นประเด็นร้องแรงเมื่อเขาร่วมทำงานกับนักแต่งเพลงในต่างประเทศอย่าง Bruce Automatic เขาได้มีประสบการณ์กับสไตล์การทำงานที่แตกต่างกับในประเทศเกาหลีอย่างสิ้นเชิง “เวลาอยู่ที่เกาหลี เรามักจะมุ่งมั่นกับการอัดเสียงอย่างเดียว แต่ในอเมริกา พวกเขาพยายามจะทำความรู้จักกันและกันก่อนจากการสนทนาแล้วค่อยเริ่มอัดเสียง ถ้าใช้เวลาอัดเสียงทั้งหมด 4 ชั่วโมง เวลา 2 ชั่วโมงก็จะหมดไปกับการพูดคุยกันแบบเป็นธรรมชาติเกี่ยวกับอัลบั้ม อีกอย่างนึงคือผมรู้สึกว่าพวกเขาดูแลศิลปินดีมากๆ เลยล่ะครับ ถ้าผมอยากจะพัก เขาจะบอกให้ผมพักตอนไหนก็ได้ที่อยากพัก เขาเห็นว่าเป็นเรื่องใหญ่ถ้าสภาพเสียงของผมเกิดจะไม่ดีไปซักเล็กน้อย ตอนนี้ผมรู้แล้วครับว่าการทำงานกับทีมงานที่ดีที่สุดมันเป็นยังไง”
เขายังร่วมงานกับทีมงานชั้นยอดในการถ่ายทำมิวสิควิดีโอในประเทศสหรัฐอเมริกา เขางงกับวิธีใหม่เอี่ยมในการถ่ายทำเพราะเขาต้องแสดงสถานการณ์ตามคำบอกเล่าในเทคยาวๆ เทคเดียว “ที่ประเทศของเรา ทีมงานจะบอกคำแนะนำแม้แต่การขยับตัวเล็กๆ น้อยๆ แต่ที่อเมริกา พวกเขาแค่ขอให้ผม ‘ร้องเพลงเหมือนกับว่าคุณกำลังจีบผู้หญิงคนนี้’ แน่นอนว่าพวกเขาไม่ได้ตัดสินใจเรื่องท่าทางที่แน่นอนให้ผม อีกทั้งพวกเขาจะพูดว่า ‘แอคชั่น’ ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม เราถูกบอกให้ลูบไล้กันและกันทันทีตั้งแต่เจอหน้ากันครั้งแรก ผมเลยไว้วางใจนักแสดงอย่างเต็มที่ จริงๆ มันเหมือนกับปลาที่ถูกปล่อยลงน้ำ ตอนที่เสียงเพลงดังขึ้นมา ผมต้องควบคุมทุกอย่างให้ได้ ตอนที่เริ่มถ่ายทำ ผมคิดว่าจะทำอะไรเป็นอย่างแรก ผมรู้สึกกดดันเพราะว่ามีฉากแบบเป็นธรรมชาติที่ไม่มีสคริปต์อยู่ด้วยครับ” พวกเขาขับรถไปที่ทะเลทราย เปิดเพลงและบอกเขาให้แสดงที่นั่น เพราะว่ามันเป็นครั้งแรกที่เขากับนักแสดงได้เจอกัน เขาอดรู้สึกสับสนไม่ได้เมื่อถูกบอกให้แสดงเหมือนกับว่าเขากำลังจีบเธอ ถึงอย่างนั้น พวกเขาถ่ายทำเสร็จอย่างมืออาชีพ ได้มิวสิควิดีโอที่มีมาตรฐานสูง
“เพราะว่าทีมงานทุกคนจ้องแต่ผมคนเดียว ผมเลยรู้สึกเขินยังไงก็ไม่รู้ครับ ผมแค่อยากจะถ่ายทำให้เสร็จเร็วๆ ทีมงานทุกคนที่ผมร่วมงานด้วยเป็นคนดังและมันเป็นครั้งแรกที่พวกเขาทำงานกับศิลปินเกาหลี เพราะงั้นความรับผิดชอบที่จะต้องให้พวกเขาได้เห็นภาพลักษณ์ดีๆ และแรงกดดันที่ต้องทำให้ได้ดีเลยดูเหมือนจะหนักหนามากขึ้น เรื่องมันเป็นแบบนั้นครับ”

# จากวงสู่การเป็นนักร้องเดี่ยว
จากกลุ่มศิลปินที่มีสมาชิก 5 คนจนถึงวง 3 คน จากนั้นเขาผันตัวไปเป็นนักร้องเดี่ยว เรื่องราวมากมายเกิดขึ้น เขาเป็นกังวลมากและสิ่งต่างๆ มันไม่ได้ง่ายสำหรับเขาเลย โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่การออกทีวีไม่ได้รับการการันตี แรงกดดันเรื่องการโปรโมทอัลบั้มเดี่ยวของเขาจึงมีมหาศาล อัลบั้มได้รับการตัดสินใจว่าจะเปิดตัวหลังจากการลังเล เพราะเขาอยากให้มันมีคุณภาพที่ดีกว่าเดิมและสมบูรณ์แบบ “มันขึ้นกับว่าผมตั้งมาตรฐานของตัวเองไว้แค่ไหนครับ มันอาจเป็นความสำเร็จหรือความล้มเหลวก็ได้ อย่างน้อยเมื่อคิดถึงความกังวลในใจของผมก่อนจะออกอัลบั้ม ผมคิดว่ามันเป็นความสำเร็จยิ่งใหญ่เหลือเกินสำหรับผม บอกตามตรงว่าตอนที่เอเจนซี่บอกผมให้ออกอัลบั้มในตอนแรก ผมบอกเขาว่าผมไม่อยากทำ มันเป็นเพราะผมคิดว่าการโปรโมทอัลบั้มในขณะที่ผมแค่ยังออกทีวียังไม่ได้ด้วยซ้ำมันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ยิ่งไปกว่านั้น ผมยังไม่อยากทำอัลบั้มที่คุณภาพทำให้ผมพอใจได้ แต่ถ้ามีการลงทุนไปแล้วแต่ผลไม่ได้ตามที่หวัง มันคงกลายเป็นแค่เรื่องฝันกลางวันครับ” ในขณะที่เตรียมตัวออกอัลบั้ม เขาร่วมงานกับ Gecko DoubleK ฯลฯ ดูเหมือนว่าเขากำลังทำเรื่องที่ไม่เคยพยายามมาก่อนได้สำเร็จไปทีละอย่าง
“มีเรื่องทำนองนี้มาก่อนเมื่อนานมาแล้ว ทุกๆ คนมีสีสันเป็นของตัวเองในเรื่องงานดนตรี ไม่ว่าพวกเขาจะพยายามแตกต่างออกไปแค่ไหน มันยังคงมีขอบเขตที่ก้าวข้ามออกไปไม่ได้ ผมคิดว่าการร่วมงานกับคนอื่นเป็นวิธีที่จะทำลายมันลงได้ ตอนนี้ถ้าผมพูดว่าผมอยากจะทำอะไร เอเจนซี่จะรับไอเดียนั้นไว้และเตรียมตัวให้ผม นี่เป็นเรื่องที่ทำให้ผมมีความสุขที่สุดครับ”
# การเปลี่ยนแปลงที่ ‘แปลกไปกว่าเคย’
การออกอัลบั้มหลังจากความเจ็บปวดมันช่างไม่เหมือนใครจริงๆ
เขาเอาชื่อ ‘XIA’ กลับมาและเลือกคอนเซปต์แบบสองเพศที่เขาไม่เคยแสดงให้เห็นมาก่อน การตัดสินใจนี้เป็นเรื่องที่คาดไม่ถึงเมื่อมาจากคนที่มีภาพลักษณ์ดูเด็กๆ แบบเขา “ว่ากันตามตรงคือมันขัดเขินนะครับ สำหรับบุคลิกอย่างผม การทำเล็บหรือเปลี่ยนสีผมเป็นสีฉูดฉาดมันเป็นอะไรที่ผมไม่เคยคิดว่าตัวเองจะทำในอดีต ผมไม่เคยสนใจเลยจนขนาดว่ารู้สึกละอายที่ถูกเรียกว่าดาราได้แค่เพราะมีภาพลักษณ์ที่ดูฟูฟ่า ตอนนั้น ในความคิดของผม เพราะว่าผมเป็นนักร้อง สิ่งที่ผมต้องทำก็คือร้องเพลงให้ดีและมีอยู่แค่นั้น ผมเป็นคนประเภทที่ไมได้ไปหาหมอผิวหนังเพราะผมรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องกวนใจ ความคิดนั้นพังทะลายลงตอนที่ผมร่วมทำงานในละครเพลง ‘Elisabeth'”
คิมจุนซูรับบทเป็น ‘เดธ’ ในละครเพลง ‘Elisabeth’ เป็นตัวละครในจินตนาการและเต็มไปด้วยปริศนาที่ต้องมีภาพลักษณ์แตกต่างจากคนธรรมดาอย่างสิ้นเชิง นั่นเป็นเหตุผลที่เขาเริ่มลดน้ำหนัก “ผมรู้สึกว่าผมแตกต่างไปจากเดิมก็เพราะบทของ ‘เดธ’ ถ้าผมยังมีงานออกทีวีอยู่ ผมคงดูแลรูปร่างแม้ว่าไม่มีใครบอกให้ทำ แต่ช่วงที่หยุดพักไป ผมรู้สึกว่าตัวเอง ‘ปล่อยปละละลเลย’ บทของเดธที่ผมต้องแสดงในละครเพลงนั้นเซ็กซี่และมีภาพลักษณ์ที่คล้ายคลึงกับยมฑูต ตอนที่ผมมองในกระจก ผมรู้ว่านี่ไม่ใช่ ‘เดธ’ นะ รู้ว่าผมคงไม่สามารถสวมบทนั้นได้ในสภาพนี้ ผมคิดว่าบทของผมจะต้องดึงความสนใจของผู้ชมได้ทันทีเวลาที่ออกมาบนเวที เพราะงั้นเพื่อเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์ของตัวเอง ผมเลยเริ่มลดน้ำหนักครับ”
หลังจากเปลี่ยนแปลงตัวเองให้เป็น ‘เดธ’ ความคิดของคิมจุนซูก็เปลี่ยนแปลงตามไปด้วย “มันแน่นอนว่าการร้องเพลงเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดสำหรับนักร้อง แต่ผมไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าการอวดรูปร่างหน้าตาก็เป็นส่วนหนึ่งของงานเหมือนกัน หน้าตาไม่สำคัญไปกว่าการร้องเพลงแต่ก็มองข้ามไปไม่ได้ ผมใส่ใจในแง่มุมเรื่องหน้าตามากตอนที่เตรียมตัวสำหรับอัลบั้มนี้ ด้วยเหตุผลนั้นเอง ผมเลยทำเล็บและตอนนี้ผมจะรู้สึกแปลกๆ ถ้าไม่ได้เพ้นท์เล็บครับ ความคิดผมเปลี่ยนไปถึงขนาดนั้นเลย สำหรับผมแล้ว การใช้ความทุ่มเทที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองเป็นอะไรที่ผมควรจะทำเพื่อแฟนๆ ก่อนหน้านี้ ผมไม่เคยคิดเรื่องการใส่วิกเลยแต่ตอนนี้ถ้าจำเป็น ผมก็จะใส่อย่างแน่นอนครับ”
# คอนเสิร์ตเดี่ยว ทัวร์เอเชีย จากนั้นก็เวิร์ลทัวร์
ระหว่างคอนเสิร์ตเดี่ยวนาน 90 นาที ใครๆ ก็รู้สึกหายใจไม่ทันแค่ได้ดูเขาแสดงอย่างต่อเนื่องกับเพลงแดนซ์แบบเต็มที่ ระหว่างที่แสดงคนเดียวอยู่บนเวที เขามีทักษะการร้องเพลงและการแสดงที่เหนือชั้นและได้รับคอมเม้นท์ชื่นชมจากผู้ชม
“หลังจากแสดงเพลง ‘Tarantallegra’ จบ ผมคิดว่ามันน่าจะดีถ้าเพลง ‘Fever’ เพลงถัดไปมันจะไม่ดังขึ้นมาเลยหรือถ้าเก้าอี้ที่ผมนั่งอยู่จะค่อยๆ เลื่อนลงไปใต้เวที แต่ผมอยากจะแสดงภาพลักษณ์ที่สมบูรณ์แบบ ผมจัดเรียงให้เพลงแดนซ์อยู่ติดๆ กันตลอด เพราะงั้นผมเลยรวบรวมกำลังและมุ่งมั่นอยู่กับเวทีของผม ความดีใจและความรู้สึกว่าทำสำเร็จหลังจากนั้นมันแทบทนไม่ไหวครับ” ตอนนี้เขากำลังเริ่มต้นเวิร์ลทัวร์ การยืนอยู่บนเวทีในต่างประเทศให้ความรู้สึกที่แตกต่างจากในประเทศมาก เหมือนกับเวลาตัวแทนของประเทศเราไปต่างประเทศหรือเปล่า? เขาไม่ได้หยุดแค่การโด่งดังในประเทศญี่ปุ่น เขาก้าวต่อไปยังยุโรป อเมริกาใต้ ฯลฯ เขาเตรียมพร้อมมาอย่างดีในฐานะ XIA แต่ในฐานะของนักร้องเกาหลี เขาแบกความรับผิดชอบอันใหญ่หลวงในการแสดงให้สมบูรณ์แบบ “บอกตรงๆ ว่าตอนใกล้จะจบ ผมเหนื่อยจนไม่รู้ว่าตัวเองแสดงเพลง ‘Mission’ ไปได้ยังไงครับ ตอนที่คอนเสิร์ตจบ ผมไม่ได้แค่มีความสุขแต่รู้สึกตะลึงอีกด้วย แต่หลังจากคอนเสิร์ตทุกๆ ครั้ง ผมมักจะมีข้อที่เสียใจและรู้สึกโหว่งๆ ในใจอยู่เสมอ ผมเลยสัญญากับตัวเองว่าครั้งหน้าผมจะทำงานให้หนักขึ้นครับ”
# ชีวิตประจำวันของคิมจุนซูคนที่ไม่ใช่ดารา
ระหว่างการสนทนากับเขา เขาทำให้ฉันประหลาดใจกับความกังวลอย่างจริงจังหลายๆ อย่างที่ดาวเด่นอย่างเขามีบนเวที และทำให้ฉันหัวเราะกับคำพูดอย่างสบายใจที่ไม่ได้ปั้นแต่งของเขา “ผมชอบอยู่กับเพื่อนๆ ครับ บ้านของผมเป็นที่เที่ยวของเรา ถ้าผมอยู่บ้าน กีกวัง วง B2ST เยาโบซอง นักเล่นเกมมืออาชีพ เซาคยองจง ฯลฯ จะจิ้มพาสเวิร์ดเข้าประตูบ้านผมและเข้ามาเองเลย ผมชอบเสียงดังๆ เพราะงั้นผมเลยโทรเรียกให้เพื่อนๆ มาบ้านเสมอ กีกวังมาบ่อยๆ ตอนเขามีเวลาพัก เพราะพวกเราไม่ดื่มแอลกอฮอล์ เวลากีกวัง ดูจุน พี่จีซอกมา พวกเราเลยไปที่แม่น้ำฮันตอนกลางคืนและเล่นบาสกันครับ”
ตอนนี้ในฐานะกัปตันทีมฟุตบอลดารา FC MEN เป็นที่ทราบกันดีว่าเขาเป็นคนคลั่งไคล้ฟุตบอลตัวยง ถึงขนาดบอกว่า “ถ้าผมได้เกิดอีกครั้ง ผมอยากจะเป็นนักบอลครับ” “ผมไม่ใช่คนประเภทที่ขี้อาย แต่เพราะว่าผมต้องยืนอยู่บนเวที ผมเล่นไม่ได้เตะบอลมากตามที่ต้องการ แต่ผมก็ไม่ใช่คนที่จะทำอะไรแบบไม่เต็มที่ เวลาช่วงที่มีคอนเสิร์ต ถ้าผมบอกผู้จัดการว่าผมจะไปเตะบอลนะ พวกเขาจะเข้าโหมดฉุกเฉินเลยครับ ถึงอย่างนั้นผมก็ต้องไปเล่นอย่างเต็มที่” ในปี 2011 เขาร่วมแข่งฟุตบอลนัดการกุศลของปาร์คจีซองที่จัดขึ้นในเวียดนาม เขาร่วมแข่งเพราะไม่อยากพลาดโอกาสที่จะได้วิ่งอยู่ในสนามเดียวกับปาร์คจีซอง “ผมอยากจะเล่นแบบสนุกๆ แต่นักบอลเวียดนามคิดว่าผมเป็นนักบอลตัวจริงและพุ่งเข้าชาร์ตผมอยู่นั่นครับ ถ้าผมเลี้ยงลูก ผมคงมีปัญหาหนัก ผมก็เลยส่งบอลครับ *หัวเราะ* ผมคิดว่าผมจะเล่นในแมตซ์นั้นไม่ได้แต่พี่จีซองให้โอกาสผมครับ ‘นายชอบฟุตบอลเหมือนกันไม่ใช่เหรอ? มาเล่นด้วยกันนะ’ ผมเลยได้เล่นครับ จริงๆ แล้วสภาพร่างกายผมวันนั้นแย่มากๆ แต่มันจะมีโอกาสแบบนั้นอีกไหม ผมก็เลยแกล้งทำเป็นไม่เป็นไรและร่วมเตะบอล ผู้จัดการทีมชาติถึงขนาดมาดูสุขภาพร่างกายผมด้วยครับ”
# มากกว่าการเป็นไอดอลเพื่อเป็นนักแสดงละครเพลง
พลังการขายบัตรของเขาเป็นเรื่องโด่งดังในวงการละครเพลง ว่ากันว่าการพยายามหาบัตรเข้าชมการแสดงของเขามันเหมือนการเข้าร่วม ‘สงคราม’ จริงๆ ด้วยความสามารถและพลังการขายบัตรเหนือใคร เขากลายเป็นดาราละครเพลงแนวหน้า “บัตรเข้าชมราคาแพงแต่ก็เต็มทุกที่นั่ง ผมขอบคุณเรื่องนี้จริงๆ ครับ เพราะงั้นผมจะแสดงแบบไม่ใส่ใจไม่ได้ ผมอาจไม่ได้ทำได้ตามความคาดหวังของพวกเขา 100 เปอร์เซ็นต์แต่อย่างน้อย ผมไม่อยากได้ยินว่านักร้องไอดอลแต่พึ่งพาความโด่งดังเพื่อเข้ามาในวงการละครเพลงและยืนบนเวที ผมทำงานอย่างหนักเพราะรู้สึกว่าเป็นหน้าที่ความรับผิดชอบ แน่นอนว่าผมจะทำงานให้หนักยิ่งกว่านี้ในอนาคตครับ” ที่จริงแล้ว มีความคิดเห็นหลากหลายมากเกี่ยวกับการที่นักร้องไอดอลก้าวเข้าไปในวงการละครเพลง
บางคนอาจจะคิดว่าเพราะความโด่งดังจึงเป็นเรื่องง่ายที่เขาจะได้รับคัดเลือกให้แสดง และในเรื่องการขายบัตรก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่าโปรดิวเซอร์จะต้องเลือกเขาอย่างแน่นอน เขากัดฟันเพื่อก้าวข้ามความคิดแบบนั้น แต่ก็ยังคงต้องประสบกับอคติต่อดาราไอดอล “ผมต้องทำทุกอย่างให้สำเร็จแบบสมบูรณ์แบบเพื่อทำลายอคตินั้นครับ แน่นอนว่ามันมีแรงกดดันมาก ผมรู้ว่าถ้าละครเพลงล่มเพราะความคิดของผม ทุกคนคงจะชี้มาที่ผม ผมอดไม่ได้ที่ต้องระมัดระวังให้มากกว่าเดิม และในทุกๆ การแสดง ผมไม่ยอมให้มีแม้แต่ข้อผิดพลาดเกิดขึ้นแม้ว่าจะเล็กน้อยแค่ไหนก็ตาม แต่ผมยังคงรู้สึกถึงความมีอคติที่มากมายอยู่ดี ถ้าผมร้องเพี้ยน มันคงมีปฏิกริยาว่า ‘ดูสิ นั่นไงเหตุผลที่เรารับไอดอลเข้ามาไม่ได้’ แต่ผมรู้ว่ามันไม่มีวิธีอื่นนอกจากอดทนเข้าไว้และปล่อยมันไป นั่นเป็นเพราะมันเป็นงานของผมที่จะต้องเปลี่ยนแปลงมุมมองประเภทนั้นทีละเล็กทีละน้อย” ผลก็คือ การประเมินคิมจุนซูทุกๆ อย่างตอนนี้เป็นเชิงบวก
ในงานประกาศรางวัล ‘The Musical Awards’ เขาได้รับเกียรติให้รับรางวัล popularity award สามปีซ้อนและได้รับเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลนักแสดงชายยอดเยี่ยม 2 ปีซ้อน ความรู้สึกของการไปงานประกาศรางวัลสำหรับมิวสิคัลมันแตกต่างจากงานประกาศรางวัลเพลงมาก
“ที่งานประกาศรางวัลเพลง ผมจะถูกมองว่าเป็นรุ่นพี่แต่ที่งานประกาศรางวัลสำหรับมิวสิคัล ผมเป็นยิ่งกว่ารุ่นน้องของรุ่นน้องครับ นักแสดงทุกคนปฏิบัติต่อผมดีมากๆ ผมทำอะไรไม่ได้นอกจากรู้สึกขอบคุณครับ ผมรู้สึกแปลกที่นิดหน่อยแต่ทุกคนน่ารักกับผมมาก ผมไม่มีอะไรที่ต้องอายตอนที่ยืนอยู่ในจุดนั้น ผมเกลียดมุมมองว่าผมที่นั่งอยู่ที่แห่งนั้นก็เพราะความโด่งดังของผมอย่างเดียว เพราะงั้นผมจะทำงานให้หนักขึ้นครับ”
# หลังจากเดบิวต์เมื่อ 9 ปีก่อน ผมยังคงอยู่ระหว่างการเติบโตเหมือนเดิม
มันเป็นเวลา 9 ปีมาแล้วตั้งแต่เขาเดบิวต์ หลายต่อหลายอย่างเกิดขึ้น แต่ตอนนี้เขารู้สึกว่าเขากำลังวาดภาพทางเดินที่เขาจะก้าวไปได้อย่างชัดเจน “ไม่ว่าผมจะทำอะไรก็ตาม ผมจะไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วนก่อนจะลงมือทำ ผมจะมองอย่างละเอียดเกี่ยวกับภาพของตัวเอง ภาพรวมของ JYJ และตัดสินใจว่าผมจะทำยังไง ผมเรียนรู้บทเรียนครั้งใหญ่ด้วยการเปรียบเทียบกับครั้งนี้ วินาทีนี้กับในอดีต ตอนนี้มองไปยังผลสำเร็จสุดท้าย ความยินดีนั้นยิ่งใหญ่เท่าๆ กับความยากลำบากที่ผมรู้สึกในช่วงที่เตรียมตัว ตอนนี้ผมไม่ชอบให้ใครมาสั่งให้ทำโน่นทำนี่ นั่นไม่ใช่ผมแต่เป็นคนที่ถูกคนอื่นห่อเปลือกนอกอีกที แน่นอนว่าเปลือกนอกเป็นศิลปะแต่ผมอยากจะสร้างความมั่นใจที่เพอร์เฟคของตัวเองมากกว่าจะอยู่ภายใต้เปลือกนั้น ศิลปินต้องมีความคิดเป็นของตัวเอง มีสีสันเป็นของตัวเอง สมาชิกวงคนอื่นๆ ก็รู้สึกมีความสุขเวลาที่พวกเขาทำอะไรด้วยตัวเองและรู้สึกสนุกกับความสำเร็จ”
คำแนะนำที่เขาอยากจะให้กับรุ่นน้องก็เหมือนกัน คนเราไม่ได้จะทำอะไรได้ 100 เปอร์เซ็นต์ด้วยตัวคนเดียว แต่ถ้าพวกเขาไว้ใจและสื่อสารกับเอเจนซี่ พวกเขาจะกลายเป็นศิลปินที่ไม่สูญเสียความคิดของตัวเองไป “มันไม่ได้เกี่ยวกับการทำทุกอย่างตามที่เอเจนซี่ขออย่างหน้ามืดตามัว คงดีกว่าถ้าเป็นศิลปินที่ได้ทำงานอย่างที่ตัวเองพอใจและออกความคิดเห็น ไม่ว่าเอเจนซี่จะเป็นคนที่ตัดสินใจเรื่องคอนเซปต์หรือไม่ก็ตาม เราต้องแสดงออกความคิดเห็นของตัวเองเกี่ยวกับงานได้อย่างเท่าเทียมด้วย แน่นอนว่าการทำตามที่ตัวเองคิดอย่างเดียวมันอันตราย การขอความเห็นจากคนรอบข้างก็สำคัญเหมือนกัน ผมคิดว่าถ้าพวกเขาสามารถเป็นศิลปินแบบนั้น พวกเขาจะหาสีสันของตัวเองที่อยู่ภายในได้พบและพัฒนาพลังในการแข่งขันอีกด้วยครับ” การท้าทายและสร้างตัวเองขึ้นมาเป็นสิ่งที่ทำให้เขาสนุกมากที่สุดในช่วงนี้ การสร้างตัวเองไม่ใช่สิ่งที่จะทำได้ด้วยการสื่อสารแต่ฝ่ายเดียว มันเป็นการเดินร่วมกันไปกับทีมงานในทางที่คุณต้องการผ่านการสื่อสารทั้งสองฝ่าย เขาบอกว่าความล้มเหลวที่เขาพบบนหนทางนั้นอาจทำให้เกิดความเสี่ยงมากกว่าแต่ก่อน แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่เสียใจ
“แรงกดดันและความรับผิดชอบเป็นหนึ่งในความสุขที่ผมรู้สึกตอนนี้ครับ มันมีแยกทางและจุดที่ต้องหักเหอยู่เสมอ ผมอยากจะเลี้ยวไปทางนั้นด้วยตัวเอง ผมจะไม่มีการหวนคิดเสียใจเวลาทำอะไรที่ผมอยากทำ ผมจะหาจุดกึ่งกลางระหว่างสิ่งที่ผมคิดและความคิดเห็นของทีมงาน จากนั้นค่อยก้าวไปข้างหน้าในอนาคต ผมอยากจะสร้างความไว้ใจซึ่งกันและกันและความสุขผ่านสิ่งนั้นทั้งหมดครับ”
บทบรรณาธิการนิตยสาร AtStars1 – ขอบคุณ XIA! + เพลงที่คิมจุนซูแนะนำ
ในวันที่ 22 สิงหาคมที่มีฝนตกพรำ ฉันได้เจอกับคิมจุนซูบนถนนคังริดังที่มีเสน่ห์ ก่อนที่จะเริ่มถ่ายทำกลางแจ้ง สีหน้าของบรรณาธิการไม่สดใสเพราะฝนไม่มีท่าทีว่าจะหยุดตก ตรงกันข้าม… จุนซูเดินเข้ามายังสถานที่ถ่ายแบบกลางแจ้งด้วยสีหน้าร่าเริง คอนเซปต์สำหรับนิตยสาร @star1 ฉบับเดือนตุลาคมคือ ‘สำอางและป่าเถื่อน’ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเสน่ห์ที่มีสองด้านของจุนซู ในการถ่ายแบบต้องทำให้เห็นคอนเซปต์ทั้งสองอย่างไปพร้อมๆ กัน เราลำบากกับการปรับเปลี่ยนเสื้อผ้าของเขาและจัดแต่งผมและเมคอัพใหม่ แต่แม้ว่าการถ่ายแบบครั้งนี้จะทำให้เขารู้สึกเหนื่อยเหมือนกัน เขากลับปล่อยมุกตลก กลั่นแกล้งและทำให้บรรยากาศสดใสขึ้นมาราวกับว่าพยายามจะปัดเป่าความเหนื่อยล้าของทีมงานให้หายไป
ระหว่างถ่ายแบบ เขาไปเจอเปียโนอยู่ที่มุมห้อง เหมือนกับว่าเขากำลังรอเวลานั้นอยู่ เขาเริ่มเล่นเพลงที่มีท่วงทำนองอ่อนหวาน พอถึงกลางเพลง เขาเอียงคอและเริ่มร้องคลอตามไปด้วย ถ้าเขามีเวลาว่าง เขาจะฮัมเพลงและเขาไม่เคยรู้ตัวว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหนเวลาพูดถึงเรื่องเพลง ไม่มีคำอธิบายใดๆ ที่จำเป็นเพื่อรู้สึกได้ว่าเขารักเสียงเพลงแค่ไหน “ในชีวิตประจำวัน ผมเชื่อในพลังของการคิดบวก เพราะงั้นผมพยายามอย่างดีที่สุดเสมอที่จะคิดเชิงบวก ฝนจะหยุดตอนที่การถ่ายทำกลางแจ้งของเราจะเริ่มนะครับ” พอจุนซูพูดอย่างนั้น ราวกับว่าคำขอของจุนซูดังไปถึงท้องฟ้า พอการถ่ายแบบในสตูดิโอเสร็จสิ้น ฝนก็หยุดตกและพระอาทิตย์ส่องสว่างลงมาหาเรา
ทีมงานทุกคนมองไปที่จุนซูและร้องกันด้วยความดีใจ เราสามารถเสร็จสิ้นการถ่ายแบบบนถนนอย่างรวดเร็ว ต้องขอบคุณเขาที่เราสามารถถ่ายแบบได้ดีกว่าที่คาดไว้มาก แด่จุนซูผู้คงจะเหนื่อยเพราะมีตารางงานยุ่งทั้งในและต่างประเทศหลังจากออกซิงเกิ้ลเดี่ยวแต่ยังทำดีที่สุด แด่ทีมงานที่ทำให้เราถ่ายแบบบนถนนสำเร็จได้อย่างรวดเร็ว ฉันอยากจะใช้โอกาสนี้ในการขอบคุณทุกคน ขอบคุณนะคะ จุนซู!
บรรณาธิการ คิมรูบี้
EDITOR Kim Ruby
# เพลงที่คิมจุนซูแนะนำ – เพลงในสถานการณ์นี้
ระหว่างที่ขับรถกลางคืนหรือรุ่งสาง ฟังเพลงนี้จะทำให้รู้สึกมีความสุข – No Gain
เพลงที่จะทำให้คนรักมีความสุขถ้าคุณร้องให้เธอฟัง – Lullaby
เพลงที่เหมาะกับการฟังเวลาปวดใจ ทรมานจากการเลิกกัน – Fever
เพลงที่ควรฟังเวลาคิดถึงใครซักคน – Even though I know
เพลงที่แทงใจถ้าฟังเวลาอยากจะปลดปล่อยความเครียด – Tarantallegra
เพลงที่ทำให้โสตประสาทมีความสุขกับจังหวะเรียบๆ – Uncommitted
เพลงที่เหมาะจะฟังเวลาคุณอยากจะได้รับการปลอบใจด้วยความรักที่ทำให้ใจอุ่น – You are so Beautiful
ในฤดูใบไม้ร่วง เพลงที่จะทำให้คุณมีความสุขถ้าฟังพร้อมดื่มกาแฟซักแก้ว – Fallen leaves
เพลงที่จะทำให้คุณร่าเริงขึ้นมาแม้ว่าฮัมเพลงอยู่คนเดียว – เป็นเพลงที่แย่ที่สุดที่จะฟังเวลาคุณรู้สึกแย่ๆ ครับ
เวลาหดหู่และเวลามีความสุข เพลงที่ทำให้คุณรู้สึกร่าเริงไม่ว่าจะอารมณ์เป็นยังไงก็ตาม – Gangnam style
เพลงที่น่าสนใจมากกว่าถ้าคุณฟังในขณะที่ชื่นชมกับเนื้อเพลงไปด้วย – อย่าทำแบบนั้นสิครับ!
Typing by: 어쿠 @왜 나는 너를 꿈꾸는가
Scans by: 고마워사랑해미안해 @Telzone
Translated by: XIAworld
แปลไทย: ลูกแก้วใสกิ๊งระริ๊ง
เรื่องนี้ถูกเขียนใน Interview, Junsu และติดป้ายกำกับ , , , , , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

5 ตอบกลับที่ [Trans INTERVIEW] บทสัมภาษณ์คิมจุนซูจาก AtStar1 – ผู้ชายคนหนึ่งกับการเปลี่ยนแปลงอย่างมีเสน่ห์

  1. nam พูดว่า:

    ขอบคุณสำหรับการแปลบทความดี ๆ ค่ะ ^^

    ไม่ได้เข้ามานานมาก..บลอค รบอจ.ได้สามล้านกว่าฮิตส์แล้วเนอะ..ดีใจด้วยจังค่ะ
    แสดงว่ามีคนชอบบลอคนี้และชอบ JYJ อยู่ประมาณนึงเลย~~

  2. ขอบคุณสำหรับคำแปลคร่ะ ^_^

  3. jajingjajae พูดว่า:

    ขอบคุณสำหรับทุกอย่างน๊ะค๊ะ ขอบคุณมากมาย(สำหรับทีมงาน) ดีใจมากที่เรารักคนไม่ผิด

  4. aussa พูดว่า:

    ขอบคุณสำหรับคำแปล ยาวมั๊กมากกกกกกกกกก ^^~~

  5. ฟาง 'อิโง๊ะ พูดว่า:

    ขอบคุณมากๆค่ะ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s