[สัมภาษณ์] 10asia: ปาร์คยูชอน-พลังแห่งหิมะที่ค่อย ๆ เพิ่มพูน

[Trans] 10asia: Park Yoochun – The Power Of Snow That’s Accumulating Quietly‏
[สัมภาษณ์] 10asia: ปาร์คยูชอน-พลังแห่งหิมะที่ค่อย ๆ เพิ่มพูน

‘คุณมีผิวที่ขาวมากจริง ๆ’ คำพูดที่ออกมาอย่างธรรมชาติจากความประทับใจผลงานโฆษณาราเม็งหลังจากได้พบกับปาร์คยูชอน นอกเหนือจากนั้น ถึงแม้จะเต็มไปด้วยความสงสัยและความอยากรู้ เขาก็ยังไม่ได้ถูกผูกติดไปกับภาพลักษณ์อย่างใดอย่างหนึ่งในตอนนี้ ในฐานะนักแสดง ไม่ว่าผลงานชิ้นใดที่เขากำลังเตรียมพร้อมจะนำเสนอออกมา เขามักจะมอบความรู้สึกถึงภาพลักษณ์ที่ขาวสะอาดอยู่เสมอ ท่ามกลางรอยยิ้มอันเยาว์วัยและไหล่ของชายหนุ่ม ยังไม่มีบทนิยามที่ชัดเจนของความเด็กและความเป็นผู้ใหญ่ อย่างไรก็ตามหลังจากตอนสุดท้ายของละครทางช่อง SBS เรื่อง Rooftop Prince เขาไม่ได้เป็นกรอบรูปใหม่ที่ต้องการให้ใครมาลงสีอีกต่อไป หากมองข้ามส่วนที่เขาสามารถทำให้มันสมบูรณ์ได้แล้ว นักแสดงหน้าใหม่คนนี้ยังสามารถสร้างฉากแบบสด ๆ ซึ่งแม้แต่นักแสดงรุ่นใหญ่ก็อาจจะไม่สามารถทำได้ ฉากสุดท้าย เหตุการณ์และเรื่องราวนั้นสามารถนำไปสู่พัฒนาการในอนาคตซึ่งเป็นผลพวงมาจากอดีต ถึงกระนั้น ปาร์คยูชอนก็ยังคงเป็นสี ‘ขาว’ ไม่ใช่สีอื่น ๆ ความคิด ‘ขาวบริสุทธิ์’ ที่เขามีนั้นราวกับค่ำคืนที่หิมะร่วงโรย มันค่อย ๆ กลบร่องรอยที่ไม่เท่ากันจากรอยเท้าและใช้พลังความหนาและความแน่นเพื่อขัดเกลาอาวุธของมัน
การจะให้คะแนนการแสดงที่โด่ดเด่นของปาร์คยูชอนอย่างยุติธรรม ท่ามกลางนักแสดงที่มาจากนักร้องมากมาย ก็ดูได้จากแนวทางของเขาที่เล่าเรื่องราวออกมาโดยไม่ได้บอกคำตอบที่ถูกต้องเพื่อกล่อมผู้ให้คะแนน สำหรับนักแสดงแล้ว ถ้าหากเขาไม่มีความสุขกับเทคนิคการแสดงหลังจากได้ฝึกซ้อมมา มันจะแสดงให้เห็นผ่านการการแสดงของเขาในฐานะนักแสดงหน้าใหม่ แต่ในฐานะนักแสดงผู้ซึ่งสามารถแสดงบทบาทออกมาได้สมจริง ปาร์คยูชอนเป็นคนที่สามารถพบกับทางลัดและเข้าใจถึงทฤษฎีต่าง ๆ ได้อย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นอีซอนจุนในละครทางช่อง KBS เรื่อง ‘Sungkyunkwan Scandal’ หรือเป็นซงยูฮยอนในละครทาง MBS เรื่อง Miss Ripley เขาก็สามารถแสดงออกมาได้ตามขอบเขต ด้วยการแสดงอย่างกระปรี้กระเปร่าของเขา ผู้ชมสามารถรู้สึกได้ถึง ‘ความรักของแม่’ ต่อบทบาทเหล่านี้ถึงแม้มันจะเป็นรักต้องห้ามก็ตาม การแสดงของปาร์คยูชอนนั้นทำให้ผู้ชมเชื่อและทำให้พวกเขารู้สึกได้ถึงละครที่มีพัฒนาการ อย่างไรก็ตามสำหรับคนที่ไม่สามารถเข้าใจเรื่องเหล่านี้ได้ ข้อจำกัดในการวิจารณ์ตัวละครและเนื้องานที่ปาร์คยูชอนรับบทมานั้นก็คงต่างออกไปอย่างแน่นอน ฮันจีมินเคยกล่าวว่าไว้ “เขาเป็นนักแสดงที่ดีอย่างไม่น่าเชื่อ” แน่นอนว่านั่นเป็นคำชม แต่ในอีกทางหนึ่งมันก็เหมือนเป็นเกมที่ต่างจากข้อบังคับทั่วไป หากโยนอคติเหล่านี้ทิ้งไปเสียแล้ว เราจะพบกว่ามันไม่มีคำวิจารณ์กำกวมที่โจมตีปาร์คยูชอน จะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยก็ตาม ต่างขึ้นอยู่กับมุมมองของบุคคลนั้น ๆ
สำหรับผู้ชมแล้วละครตลก-โรแมนติคอย่าง Rooftop Prince นั้นเป็นหนทางในการเข้าใจถึงรูปแบบการแสดงและอากัปกิริยาต่าง ๆ ของปาร์คยูชอน ในหลายแง่มุมของละครเรื่องหนึ่ง ความเป็นไปได้และทฤษฎี การย่อยข้อมูลตัวละคร จังหวะจะโคน และอื่น ๆ อีกหลายอย่าง ต่างสามารถเป็นเหตุผลที่ก่อให้เกิดความล้มเหลวได้ อย่างไรก็ตาม เรื่องราวความรักอมตะนิรันดร์กาลผ่านข้ามเวลานั้นก็ได้แสดงออกมาอย่างบริบูรณ์ หนึ่งในความยอดเยี่ยมก็คือการสามารถข้ามผ่านความไม่เท่าเทียมที่เหลือได้ ไม่เพียงเท่านั้น สำหรับเรื่องราวความรักแล้ว ความสำคัญอยู่ที่เนื้อเรื่องที่แปลกออกไปและบทพูดอันเป็นที่นิยมชมชอบมีชีวิตขึ้นมาได้จากนักแสดง ความรักของอีกักนั้นแสดงออกมาผ่านสายตาของปาร์คยูชอน เสียงของปาร์คยูชอน และการแสดงจากใจทั้งดวงของปาร์คยูชอน ความเร็วและอากัปกิริยาของนักแสดงทั้งสอง และจุดเด่นในเนื้องานต่างก็ออกมาได้อย่างเท่าเทียม นำมาซึ่งความสว่างไสวในฉากสุดท้ายของตอนที่ 20 ซึ่งสั่งสมความแข็งแกร่งมาตลอดการถ่ายทำอันยาวนาน
“ผมรู้สึกได้ถึงความจริงใจของผู้เขียนบทได้ทันทีที่ผมอ่านบทละคร” คำพูดอันจริงใจของปาร์คยูชอนไม่ได้เป็นไปตามมารยาทเท่านั้น ความมุ่งมั่นที่จะเป็นนักแสดงที่สามารถแสดงออกมาได้หลากหลายนับ 120 องศานั้นดูสมจริงสมจังและน่าเชื่อถือ จากความเข้าใจในตัวละครอย่างอิสระและง่ายดาย รวมไปถึงคุณสมบัติที่ไม่มีใครเหมือนทำให้ผู้ชมต่างให้ความสนใจปาร์คยูชอนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
ดังนั้น ปาร์คยูชอนจึงเป็นนักแสดงหน้าใหม่ที่สร้างความตื่นเต้นให้กับผู้คนและสร้างความหวังที่ทำให้คนรอคอย พบกันที่จุดศูนย์รวม เพิ่มความแข็งแกร่งเช่นเดียวกัน และที่สุดคือการปลดปล่อยความกระชุ่มกระชวยราวกับน้ำไหล และความลี้ลับของหิมะใหม่ที่ตกลงมา หวังว่าอนาคตจะเต็มไปด้วยความน่าสนใจ
ความมุ่งมั่นที่จะแสดงออกถึงการเป็นนักแสดง 120 องศา
มีบทวิจารณ์มากมายที่กล่าวถึงการแสดงของเขาโดยใช้คำว่า ‘เป็นธรรมชาติ’ ซึ่งเป็นจุดหนึ่งที่ควรกล่าวถึง เขาเข้าถึงความมีเสน่ห์ของตัวละครได้อย่างเป็นธรรมชาติ หลอมกลืนไปกับตัวละครได้อย่างเป็นธรรมชาติ และโต้ตอบการแสดงกับเพื่อนนักแสดงได้อย่างเป็นธรรมชาติผ่านบทละคร สำหรับเขาการเป็นธรรมชาติไม่ใช่การโต้ตอบจากสิ่งที่อยู่ในชีวิตจริงหรือแสดงออกอย่างตรงไปตรงมา มันเป็นหนทางที่จะเข้าใจถึงพฤติกรรมของตัวละครและถ่ายทอดออกมาในผลงาน มันไม่ใช่การวาดภาพอันซับซ้อนเพื่อจะผ่านเข้าถึงตัวละคร แต่เป็นผ่าน ‘การประเมินความจริงใจและมั่นคงของอีกัก’ เพื่อจะกำหนดส่วนผสมของทั้งสองแบบ หรือเพื่อตัดสินว่ามันจะดีกว่าหรือไม่ที่จะถอยออกมาจากตัวละครอีกักและเพื่อเลียนแบบยงแทยงผ่านการแสดงของอีกัก บทสรุปอันเป็นธรรมชาติได้ผ่านกระบวนการดังกล่าว ปาร์คยูชอนผู้ซึ่งเลือกเส้นทางที่ไม่เหมือนใครและถึงเป้าหมาย กำลังเพิ่มพูนคะแนนในสงครามครั้งนี้ ถ้าหากเขาใช้ทางที่ถูกต้องตามทฤษฎีผ่านคำแนะนำทางดาวเทียม เขาคงไม่ดูมีอิสรเสรีขนาดนี้และคงถูกมัดอยู่กับสงครามต่อไป
ได้รับคำปลอบโยนมากมายจาก Rooftop Price อีกัก
ฉากนั้นดูราวกับว่าเพิ่งผ่านมาเมื่อวาน การถ่ายทำละครเริ่มต้นขึ้นพร้อมกับช่วงทัวร์คอนเสิร์ตต่างประเทศของ JYJ รวมไปถึงบทสรุปของความเจ็บปวดเนื่องจากการจากไปของบิดา มันดูเป็นเรื่องธรรมดาที่เขากลับมาถ่ายทำละครจนจบบริบูรณ์ เหมือนกับเด็กที่เฉพาะตอนที่เข้าสู่ช่วงท้ายของตารางการถ่ายทำละครที่เราได้เห็นหน้าตาอันเหนื่อยล้าของปาร์คยูชอน แต่ราวกับคำโกหก ในตอนต้นเรื่องของละครเรื่องนี้ ปาร์คยูชอนก็เริ่มชีวิตใหม่ เขายิ้มเข้ามาในห้องที่เต็มไปด้วยนักข่าวและกล่าวติดตลกว่า “อ่า มันเป็นสิ่งที่น่าสนใจ นั่นคือเหตุผลว่าทำไมผมจึงพูดออกมา” เขายังเปิดเผยเรื่องราวตลกขบขันที่เกิดขึ้นในแต่ละตอนอย่างกระตือรือล้นและกล่าวว่ามันไม่ใช่เรื่องจริง บุคลิกที่เขาจะเข้าหาสิ่งที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นบนเวทีหรือพรสวรรค์ในฐานะอัจริยะแห่งวงการละคร มันไม่ใช่เทคนิคที่จะทำทุกอย่างได้หมด พลังขนาดนั้นนี่เองที่ได้รับความสนใจจากทุกคน มันอาจจะรู้สึกได้ทั้งห้องที่จัดการสัมภาษณ์นี้เลย ความสุขผ่านการแสดงละครและบทสนทนาที่ร่าเริงของปาร์คยูชอนผู้ซึ่งยิ้มระหว่างการพูดคุยตลอด คำตอบที่ตรงไปตรงมาของเขาทำให้ทั้งหมดดูน่าเชื่อถือถึงแม้ว่าจะเป็นคำตอบง่าย ๆ

– คุณช่วยบอกถึงความคิดของคุณหลังจากการถ่ายทำละครจบลงได้ไหม
เนื่องจากละครเรื่องนี้ถูกตัดสินใจถ่ายทำขณะออกอากาศ มันจึงสมควรที่จะฉลองกันเมื่อถ่ายทำครบ 20 ตอนได้สำเร็จ เมื่อผมได้อ่านบทในตอนที่ 19 และ 20 ผมสามารถรับรู้ได้ถึงความจริงใจของผู้เขียนบทต่อภรรยาของเขาซึ่งได้เสียชีวิตไปแล้วได้เลย และนั่นช่วยผมในการแสดงเป็นอย่างมาก ดังนั้นผมจึงสงสัยว่ามันเป็นเพราะเหตุนี้หรือเปล่าที่ทำให้เรตติ้งผู้ชมสามารถกลับมาดีขึ้นได้ในตอนท้าย
– คุณรู้สึกดีใจกับเรตติ้งที่ดีมากในตอนท้ายหรือ?
จริง ๆ แล้วตัวผมเองไม่ได้คำนึงถึงเรตติ้งมากนัก ในความคิดของผมบางทีมันอาจจะเป็นเพราะว่าผมใส่ความรักเข้าไปในงานชิ้นนี้มากกว่าเรื่องอื่น และผมจึงรู้สึกซาบซึ้งไปกับตัวงานเอง และก็ดีใจเป็นอย่างมากที่ละครเรื่องนี้สามารถเสร็จสมบูรณ์ได้ดี
– อะไรคือสาเหตุที่ทำให้คุณเลือกแสดงละครเรื่องนี้
เหตุผลง่าย ๆ ก็เพราะว่ามันน่าสนใจครับ เมื่อบทละครน่าสนใจ ผมเองไม่ได้อ่านแม้กระทั่งบทวิเคราะห์ตัวละคร แค่เพียงจากบทสองตอนที่ผมได้รับ ผมอ่านมันระหว่างมื้อกลางวันและรู้สึกว่าอีกักเป็นตัวละครที่น่าสนใจมาก ในคืนนั้นผมจึงตัดสินใจที่จะเล่นละครเรื่องนี้และเริ่มถ่ายทำหลังจากนั้นในทันที
– มีเวลาไม่เพียงพอสำหรับการเตรียมตัวก่อนการถ่ายทำ ดังนั้นคุณจึงดูเหมือนจะมีเวลาที่ยากลำบากกับสำเนียงของอีกักนะ
การตัดสินใจนั้นสิ้นสุดภายใน 4-5 วันก่อนการถ่ายทำ ดังนั้นมันจึงเร่งด่วนมาก นอกเหนือจากการต้องหากสำเนียงส่วนตัวของอีกักแล้ว ผมยังอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องการการเปลี่ยนแปลงด้วย เนื่องจากหากเรายังคงภาพลักษณ์ของอีกักแบบเจ้าชายรัชทายาทสมัยโชซอนแล้ว มันคงไม่สามารถเข้าถึงผู้ชมที่มีความรู้สึกผูกอยู่กับโซลในยุคปัจจุบัน จากมุมมองของอีกักเองระหว่างที่กำลังคิดถึงความห่างไกลและความกลัวอยู่โดยตลอด การเปลี่ยนแปลงนั้นจะเกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ทุกครั้งที่เขาจะได้เจอคนที่พูดภาษาในยุคปัจจุบัน สถานการณ์แบบนั้นทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจเป็นอย่างยิ่ง
– การร่วมงานกับนักแสดงท่านอื่น ๆ ทำให้คุณได้สำเนียงมาอย่างเป็นธรรมชาติ ถึงแม้ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงในสำเนียงเพื่อที่จะสร้างความตลกขบขันกับอีกสามคน อีกักก็จะต้องคงความจริงใจไว้
เกี่ยวกับเรื่องนี้ เนื่องจากว่าไม่มีเวลามาหารือกันกับพวกเขาก่อนหน้านั้น ดังนั้นผลกระทบที่เกิดขึ้นต่างเกิดในตอนที่ถ่ายทำร่วมกัน ระหว่างการซ้อม อารมณ์ยังสามารถควบคุมได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งระหว่างตอน 1-2 ตอนแรก เนื่องจากช่วงนั้นเองทำให้ระยะเวลาการถ่ายทำยาวนานขึ้น อย่างไรก็ตาม เพราะการร่วมงานที่ดีกับทั้งสามคนและการเปลี่ยนแปลงที่ดีของอีกัก ดังนั้นจึงไม่มีความรู้สึกไม่สบายใจแต่อย่างใด หลังจากเคยชินกับมันแล้ว การเปลี่ยนแปลงตัวอีกักก็ดีขึ้นอีกด้วย
– ในตอนจบ อีกักไม่ได้จมไปอยู่ใต้เหงาของแก็งค์สามช่า และดังนั้น “การประหารสามชั่วคน” อย่างในบทจึงปรากฏขึ้น ทำให้ขำขันกันใหญ่ พลังร่วมจากสองแบบที่แตกต่าง – ดราม่าและคอมเมดี้ คุณปรับตัวอย่างไร
เกี่ยวกับเรื่องประเภทของละคร มันไม่ได้ถูกแบ่งแยกโดยชัดเจน ผมก็เพียงแค่แสดงความจริงใจและความเข้มงวดของอีกักออกมา ดังนั้นผมไม่เคยคิดเลยว่ามันจะเป็นเพราะเหตุการณ์ที่ทำให้มันตลกหรือว่าการแสดงของอีกักที่ขำขัน เนื่องจากผมมักจะคิดว่าตัวเองเป็นอีกัก ไม่ว่ามันจะเป็นการเตรียมตัวสำหรับสถานการณ์ใดหรือเพื่อให้ปรับเข้ากับตัวละครได้ดียิ่งขึ้น

– ฮันจีมินเคยบอกในการสัมภาษณ์ครั้งหนึ่งว่า “ปาร์คยูชอนไม่ได้คิดคำนวณถึงการแสดงของเขาเท่าใดนัก เขาเป็นนักแสดงที่ดีนะ” และฉันก็ไม่ได้คำนึงว่าเขาจะสามารถทำได้เท่าไร
อันที่จริงแล้วระหว่างการถ่ายทำ มันคงมีสถานการณ์ที่บางสิ่งสามารถทำได้ บ้างก็ทำไม่ได้ หรือว่าขณะที่การนอนหลับไม่เพียงพอ แต่คุณยังคงต้องทำความคุ้นเคยกับบทละคร ในช่วงสถานการณ์เช่นนั้น เราต้องใช้พลังที่มีอยู่เพื่อคอยถ่ายทำต่อไป ยกตัวอย่างเช่น ถ้าหากมีสถานการณ์ใดก็ตาม และโดยไม่ได้คำนึงไว้ก่อน นั่นจะขึ้นอยู่กับผลพวงจากการร่วมมือกันที่ดีระหว่างนักแสดง พวกเราช่วยเหลือกันและกันในด้านการแสดงด้วยการที่ทุกคนคอยจดจ่ออยู่กับละครเพื่อที่จะได้รับผลตอบรับที่ดีจากการออกอากาศสด
– เพื่อจะมีพลังที่มีอยู่ตอนนั้น การมีใจจดจ่อเป็นเรื่องจำเป็น ระหว่างช่วงต้นของละครเรื่องนี้ JYJ มีทัวร์คอนเสิร์ตด้วย และก็ยังมีเรื่องอื่น ๆ เช่นอุบัติเหตุทางรถยนต์และเรื่องส่วนตัวอื่น ๆ ดูเหมือนว่ามันจะยากสำหรับคุณที่จะเอาใจมาใส่กับการถ่ายทำทั้งหมดนะ
ระหว่างละครทางช่อง MBC เรื่องก่อนหน้านี้ Miss Ripley ผมก็ยังอยู่ภายใต้ความกดดันจากละครเรื่องเก่า Sungkyunkwan Scandal ทางช่อง KBS ผมรู้สึกกดดันในตอนแรกและความมั่นใจในตัวเองของผมก็ค่อย ๆ ลดลง ดังนั้นผมจึงคิดถึงการยอมแพ้ระหว่างการถ่ายทำ แต่ผมก็ก้าวข้ามมันมาได้ในที่สุด ผมเป็นคน ‘ปลูก’ ปัญหาอันนั้นเอง ดังนั้นความกดดันของผมสำหรับละครเรื่องนี้จึงเบาบางกว่า ผมไม่ได้มีความมุ่งมั่นที่จะต้องทำมันให้ดีเยี่ยมจริงจัง ถึงขนาดที่ผมไม่ได้คิดถึงเรตติ้งเลย ผมแค่ปล่อยให้ตัวเองจมไปกับละครอย่างเป็นธรรมชาติ นี่เป็นทางที่ดีที่สุด
– เนื่องจากสำเนียงแบบโบราณในตอนเริ่ม คนอื่นอาจจะเปรียบเทียบเรื่องนี้กับ Sungkyunkwan Scandal จริง ๆ แล้วมันเป็นที่สงสัยกันมากเลยว่าคุณจะสามารถสลัดภาพลักษณ์จากละครเรื่องนั้นออกไปได้หรือเปล่า
อีซอนจุนกับอีกักดูเหมือนจะเป็นสองบทบาทที่ต่างกันไปอย่างสิ้นเชิงเนื่องจากความแตกต่างทางชนชั้น ดังนั้นไม่ต้องสงสัยเลยว่าจริง ๆ แล้วพวกเขามีภาพลักษณ์ที่เหมือนกัน เนื่องจากความคิดเช่นนั้นเอง ผมจึงรู้สึกผ่อนคลาย แต่ไม่ว่าอีซอนจุนหรือซงยูฮยอนแห่ง Miss Ripley ผมก็ใช้น้ำเสียงแบบอ่อนโยนในการพูด ตอนแรกผมอยากจะทำตัวให้เข้ากับบรรยากาศ แต่ผมก็รู้สึกว่ามันไม่เพียงพอสำหรับบรรยากาศที่ตึงเครียด ดังนั้นผมจึงปรับเปลี่ยนความแข็งของน้ำเสียงและรวมไปถึงการฝึกหายใจด้วย ผมจะตั้งใจกับน้ำเสียงปิดท้ายประโยค และนั่นทำให้มันใกล้เคียงกับการเป็นอีกักมากขึ้น
– ระหว่างการสร้างภาพลักษณ์ความเป็นผู้นำ คุณจะต้องเผชิญกับผลกระทบจากการตายของเจ้าหญิงรัชทายาทในตอนต้น มันยากไหมกับการเข้าถึงอารมณ์ของบท
(ไม่ครับ) ตรงกันข้ามเลย มันกลับทำให้รู้สึกง่ายกว่าเดิม เมื่อรู้เรื่องการตายของเจ้าหญิงรัชทายาท ผมก็แค่ต้องใช้ความโกรธและความเศร้าโศก อารมณ์แบบนี้จริง ๆ แล้วทำได้ง่าย หลังจากนั้น ตอนเวลาที่มาถึงโซลแล้ว อารมณ์ถึงกลับซับซ้อนมากขึ้น แม้แต่ตอนที่ต้องพบกับเซนาที่มาเกิดใหม่ แต่หลังจากการแสดงแล้ว ผมไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะความเครียดที่ลดลงหรือเปล่า แม้แต่ตอนที่ผมรู้สึกว่ายาก ผมก็ยังสามารถดูผ่านการแสดงของผมไปได้อย่างสบายใจ ความกดดันมันน้อยลงเหมือนกัน และนั่นทำให้การแสดงกลายเป็นความสนุกสนาน
– คุณบอกผ่านทางทวิตเตอร์ว่าคุณรอคอยบทอย่างอีกักและก็เขียนขอบคุณไว้ด้วย การที่ปล่อยตัวไปกับปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างการแสดงช่วยปลดปล่อยปัญหาอื่น ๆ ทั้งหมดที่คุณมีด้วยหรือเปล่า
ก็ใช่ครับ มันไม่ใช่ว่าอารมณ์มันจะมาได้เร็ว ๆ ระหว่างการถ่ายทำ ที่จริงแล้วการกลับไปถ่ายทำหลังจากงานศพคุณพ่อของผมไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แต่ว่ามันมีฉากหลายฉากของผม และเป็นเรื่องความรับผิดชอบที่ผมไม่ควรจะปล่อยงานนี้ที่ผมเลือกเองไป ดังนั้นผมจึงรู้สึกว่าผมควรจะกลับไปที่กองถ่าย ในขณะเดียวกัน ผมก็ตกอยู่ในปัญหา ผมจะยิ้มได้อย่างไรกับความรู้สึกตอนนั้น แต่เมื่อผมไปถึงกองถ่าย ก็มีผู้คนที่ปลอบผมและคนที่กังวลว่าผมจะรู้สึกกดดันถ้าพวกเขามาปลอบผมแล้วก็เลยพยายามพูดกับผมเหมือนปกติ ผมค่อย ๆ กลับมาสู่ชีวิตปกติของตัวเองและเริ่มปล่อยหัวใจอันหนักอึ้งของตัวเอง ตอนที่ละครจบนั่นเอง ผมถึงจะรู้ว่าผมได้รับการปลอบโยนจากนักแสดงด้วยกันและทีมงานผ่านตัวละครอีกัก แม้แต่คนที่อาจจะปลอบผมโดยบังเอิญ ทุกสิ่งทุกอย่างกลายเป็นการปลอบโยนสำหรับผมไป
– ฉันรู้ว่าคุณต้องเช็ดน้ำตามากมายระหว่างการถ่ายทำครั้งสุดท้าย ถึงแม้ว่านั่นจะมาจากอีกัก แต่มันก็เป็นน้ำตาจากความรู้สึกของปาร์คยูชอนด้วยใช่ไหม
ถึงแม้ว่าระหว่างช่วงที่กล้องยังถ่ายทำอยู่ ผมร้องไห้ออกมาในฐานะอีกักเท่านั้น แต่ระหว่างการถ่ายทำฉากสุดท้าย มันเป็นฉากที่ชุลมุนวุ่นวาย ทันใดนั้นเอง ยงแทยง ก็กล่าวว่า “ยูชอนอ่า ไปเปลี่ยนชุดและมานี่!” “ได้ครับ!” และผมก็รีบเปลี่ยนกลับไปเป็นอีกักและถ่ายทำอีกรอบ มันเป็นสถานการณ์ที่ไม่มีเวลาที่จะเข้าถึงตัวละครได้ทั้งหมด ทุกคนแค่อยากจะดูออกอากาศเร็ว ๆ (หัวเราะ) ถึงกระนั้น ระหว่างช่วงสุดท้าย ผมก็ร้องไห้ในฐานะปาร์คยูชอนจริง ๆ ครับ
– มีคำอธิบายมากมายสำหรับฉากสุดท้าย คุณจะตีความมันว่าอย่างไร
มันเป็นยงแทยง 100% ถึงแม้ผมรู้สึกว่าเขาจะไม่มีความทรงจำของอีกัก แต่ถ้าหากเราแบ่งแยกความแตกต่างระหว่างอีกักกับยงแทยงมากเกินไป มันคงจะแบ่งแยกชีวิตของปาร์คฮาไปหมด ดังนั้นผมจึงอยากจะคงไว้ถึงความรู้สึกของการกลับมาเกิดใหม่อีกครั้ง มันก็เหมือนกับตอนที่ยงแทยงและปาร์คฮาเจอกันที่คาเฟ่ บทบรรยายไว้ว่า “จำกันไม่ได้เลย” แต่หลังจากคุยกับผู้กำกับ ความรู้สึกก็เปลี่ยนไปนิดหน่อย ดังนั้นหน้าตาของอีกักจึงกลายเป็นเพียงจินตนาการ และมันก็ส่งผ่านความรู้สึกของงานชิ้นนี้ผ่านเรื่องราวที่เป็นจริงได้ ถ้าหากคนที่คุณรักจากไป คุณจะไม่สามารถเจอเขาหรือเธอได้อีกครั้ง ดังนั้นคำว่า “กลับชาติมาเกิด” เป็นเพียงตัวแทนของความโหยหา ความเจ็บปวด และความโศกเศร้าในส่วนลึกของหัวใจ มันอาจจะเป็นเหตุผลว่าทำไมผมจึงไม่ได้ร้องไห้ในขณะที่แสดงเป็นยงแทยง แต่กลับร้องตอนเป็นอีกัก
– ไม่ใช่เพียงแต่ฉากสุดท้าย แต่ครึ่งหลังของละคร มีความแตกต่างในการแสดงเป็นยงแทยง อีกักที่ปลอมตัวเป็นยงแทยง และอีกักก็ทำได้ดีมากด้วย
เนื่องจากความคิดที่ว่าจะเล่นบทบาทเหล่านี้อย่างไรดี มันจึงทำให้บทยิ่งดูน่าสนใจ ท้ายที่สุดมันก็ช่วยในการสร้างตัวละครอีกักขึ้นมา หลังจากเป็นอีกักได้แล้ว ดูเหมือนว่าการแสดงเป็นอีกักที่แกล้งเป็นยงแทยงได้ดียิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามระหว่างการเล่นเป็นยงแทยง เนื่องจากผมไม่มีเวลามากนัก อีกักที่คอยปลอมตัวจะต้องระวังการพูดให้เป็นภาษาปัจจุบัน ปัญหาใหม่ก็เกิดขึ้น คืออีกักที่ปลอมตัวเป็นยงแทยงดูจะไม่แตกต่างเลยเมื่อพูดกับแทมู ดังนั้นการใส่แว่นเลยกลายเป็นหนทางที่จะแยกทั้งสองคนออกจากกัน การพบกับปาร์คฮาก็เป็นอีกทางที่จะแยกทั้งคู่ ถ้าใส่แว่นจะเป็นยงแท และคนที่ไม่ใส่คืออีกัก การปลอมเป็นยงแทยงภายใต้สถานการณ์วุ่นวายดังกล่าว ดูเหมือนว่ามันควรจะมีหนทางที่จะแสดงให้เห็นถึงความเป็นปรปักษ์(ระหว่างอีกักกับแทมู) จริง ๆ แล้วยังไม่เติมเต็มได้มากนัก นั่นเป็นสิ่งที่ทำให้ผมเสียใจ ผมเคยคิดที่จะเพิ่มตอนดันแว่นแต่เมื่อภาพตัดต่อ ‘นักสืบโคนัน’ โดนเผยแพร่ออกไป ผมก็เลยเลิกคิดเพราะไม่อยากให้คนอื่นคิดว่าผมเลียนแบบ (หัวเราะ)
– ดูเหมือนว่าเพราะโครงเรื่องคุณจึงได้แสดงออกมาได้อย่างที่คุณหวังไว้ เมื่อเทียบกับผลงานก่อนหน้านี้ การแสดงครั้งนี้ของคุณก็ดูจะปลดปล่อยออกมาได้อย่างเต็มที่ มันเป็นเพราะความรักหรือเปล่า
ผมรู้สึกได้ถึงความสุขอันมากมายในผลงานชิ้นนี้เนื่องจากการแสดงที่ออกมาอย่างเป็นอิสระมากขึ้น ไม่ต้องมีคำอธิบาย มีเพียงแค่บทพูดจริง ๆ มันทำให้ความปรารถนาของผมที่อยากจะเข้าใจการปลดปล่อยตัวเองจบสิ้นลง ผู้กำกับเชื่อใจผมและหวังว่าผมจะปล่อยมันออกมาได้หมด หลังจากนั้นผมจึงรู้สึกถึงความสุขจากการแสดงได้อีกครั้ง มันไม่ใช่สิ่งที่เห็นได้ตามแบบปกติ ผมรู้สึกสบายยิ่งกว่าเดิม จิรง ๆ แล้วนอกเหนือจากบทและแม้แต่หลังจากการออกอากาศไปแล้ว ก็มีโอกาสมากมายเกิดขึ้น ดังนั้นก็เลยมีการแสดงด้นสดออกมามากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฉากที่ผมได้เจอกับแก็งค์สามคน การแสดงสดพรั่งพรูออกมาเลยครับ
– สิ่งต่าง ๆ ที่ได้เจอมาคงจะต่างออกไปในฐานะนักแสดง มันเป็นประสบการณ์ที่ไม่เหมือนกับการเป็นนักร้อง แถมคุณยังออกมาบนเวทีกันเป็นกลุ่มอีก
– ในฐานะนักร้อง มีบางครั้งที่ผมสามารถแสดงออกมาได้อย่างอิสระขณะที่กำลังอยู่บนเวทีจริง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมันจะสนุกเมื่อคุณอยู่เป็นกลุ่มกับสมาชิกในวง อย่างไรก็ตามเงื่อนไขที่จะทำให้ได้มีสถานการณ์อิสระแบบนั้นมันไม่พอเพียง พอผมสามารถเอาความปรารถนาแบบนั้นมาใช้ในงานด้านอื่น ผมก็มีความสุขมาก ได้รับรู้ว่าเพื่อที่จะทำออกมาได้อิสระ ท้ายที่สุดแล้วก็ต้องมีประสบการณ์ชีวิตมากเพียงพอ เมื่อนักแสดงเริ่มเข้าสู่บทบาทของเขาเองและโยงมันเข้ากับประสบการณ์ชีวิตของตัวเอง มันเหมือนกับว่าการแสดงสามารถออกมาจากประสบการณ์ตรงได้อย่างง่ายได้ ฉากที่บ่อน้ำซึ่งผมอุ้มปาร์คฮาและตะโกนนั้น ผมเคยมีประสบการณ์อย่างนั้นมาก่อน ดังนั้นผมจึงสามารถแสดงออกมาได้ มันเป็นงานที่ผมสามารถโยงเข้ากับหลายเหตุการณ์ด้วยความรู้สึกของผมเอง ผมรู้สึกโชคดีมากในเรื่องนี้ มันเหมือนเป็นพรในฐานะนักแสดง
– คุณชอบแบบที่คุณสามารถแสดงและหายใจได้อย่างเป็นปลอดโปร่งในฐานะนักแสดง และดังนั้นจึงทำงานอย่างหนักเพื่อสิ่งนี้ ฉันได้ยินว่าคุณใช้ความพยายามที่จะสร้างสภาพแวดล้อมที่มีความสุขในกองถ่าย
มันเป็นความพยายามที่จะจบสิ่งหนึ่งเพื่อที่จะไปให้ถึงจุดหมาย แล้วกลับมาที่กองถ่ายและรู้สึกถึงความรับผิดชอบ เพราะผมรักมันอย่างมาก มันจึงออกมาเป็นเช่นนี้โดยธรรมชาติ ผมต้องไปถ่ายทำตามสถานที่ 70-80 แห่งในแต่ละสัปดาห์ และไม่สามารถบอกได้ว่าผมอยู่ที่ใด ผมคิดว่าถึงสิ่งที่จะสบายกว่านี้และไม่ตึงขนาดนี้ ดังนั้นผมจึงใกล้ชิดกับนักแสดงคนอื่น ๆ เพื่อให้ไม่ต้องระมัดระวังและเหนื่อยใจมากนัก และนักแสดงคนอื่น ๆ ก็ดูแลผมเป็นอย่างดี และเชื่อใจผม พวกเราช่วยกันและกัน โดยเฉพาะพี่ฮันจีมิน เธอยอมรับการแสดงสดของผมระหว่างการซ้อม และเชื่อใจผม เพราะเธอ ผมจึงสามารถแสดงออกมาได้อย่างเป็นธรรมชาติ และเธอก็ยังแบ่งปันมุมมองของผมที่มีต่อตัวละครปาร์คฮา เพราะเหตุนั้นมันจึงสามารถออกมาเป็นอีกักได้
– การสะสมความเชื่อใจเหล่านั้น มีพื้นฐานอะไรที่พวกคุณมีเหมือนกันบ้าง
ผมไม่รู้สึกอะไรเลยระหว่างการฝึกซ้อมสำหรับฉากจบของตอนที่ 19 แต่หลังจากดูว่าพี่จีมินแสดงโต้กลับอย่างไร อารมณ์ทั้งหมดก็พลุ่งพล่านขึ้นมาเลยทีเดียว ตอนแรกผมเป็นคนที่ไม่ร้องไห้แม้แต่ตอนที่ดูหนังเศร้าด้วยซ้ำ แต่หลังจากมองไปที่พี่เค้าตอนนั้น ผมก็คิดอะไรขึ้นมาหลายอย่าง และทันใดนั้นเองผมก็รู้สึกได้ถึงความรู้สึกเดียวกับตอนที่ผมปล่อยคุณพ่อไปและรู้สึกเสียใจเอามาก ๆ ด้วยความเจ็บปวดเช่นนั้น ผมก็ร้องไห้ออกมาโดยไม่รู้ตัว ผมเคยไม่สามารถร้องไห้ในฉากอย่างนั้นได้ แต่ขณะที่ถ่ายทำด้วยอารมณ์อย่างนั้นถึงแม้ว่าผมจะออกจากฉากไปแล้วยิ้มพร้อมกับบอกว่า “ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร” การได้จับมือกันไว้ ยังคงได้ยินเสียงของอีกคน แต่มือกับร่างกายค่อย ๆ หายไป ความรู้สึกสูญเสียเมื่อคน ๆ หนึ่งหายไปกับสายลม ผมควรจะตั้งใจไปกับตอนที่มือค่อย ๆ หายไป และในขณะเดียวกัน ผมก็คอยแต่คิดว่าผมจะสามารถใส่อารมณ์ที่ใช่ไปกับอากัปกิริยาตอนนั้นได้หรือไม่ ตอนนั้นเองที่ผมรู้สึกถึงความสุขในการแสดงออกได้ดีในฐานะนักแสดงคนหนึ่งซึ่งได้ทำการแสดงออกไปจริง ๆ
– ระหว่างการถ่ายทำละครเรื่องนี้ คุณสามารถร้องไห้ไปพร้อมกับความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้น ดูเหมือนว่ามันจะกลายเป็นข้อดีของคุณไปแล้ว และในขณะเดียวกันก็ได้พบกับช่วงเวลาที่ล้ำค่ามากมาย
อ่า เรื่องนี้…คงไม่ใช่ข้อดี ผมคิดว่าฉากที่ผมพอใจกับมันมากกว่าคือฉากแรกที่ผมจูบปาร์คฮา อีกักร้องไห้ในตอนนั้น หลายคนต่างตื่นตะลึงรวมถึงทีมงานในกองถ่ายด้วย อย่างไรก็ตามผมรู้สึกว่าการสารภาพรักจากอีกักถึงปาร์คฮาไม่เหมือนกับคู่รักทั่ว ๆ ไปที่คนหนึ่งตกหลุมรักอีกคนหนึ่งมาเป็นเวลานาน มันเป็นการตัดสินใจที่จะทิ้งยุคโชซอน มันคือความมุ่งมั่นที่จะอยู่ด้วยกัน แต่ก็ไม่รู้ว่าจะแสดงออกมาได้อย่างไร ผมคิดว่านั่นคือเหตุผลที่ทำให้ผมตัดสินใจจะร้องไห้
– คุณกล่าวไว้ในการสัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ว่าคุณหวังที่จะเล่นเป็นตัวละครที่เข้าร่วมในสงครามประสาท การแสดงที่ดีคือสิ่งที่จะฝึกให้คุณเป็นมืออาชีพยิ่งขึ้น ถ้าหากลองเทียบกันดูแล้ว งานนี้ก็ไม่เลวเลย
เพื่อพัฒนาความแข็งแกร่งและรับข้อดีต่าง ๆ มา ผมจึงหวังที่จะแสดงบทที่มีหลายแง่มุม ผมยังหวังที่จะแสดงบทที่สุดโต่งอย่างฆาตกรโรคจิต บางทีอาจจะเป็นเพราะผมชอบการแสดงในครั้งนี้และเริ่มจะรู้สึกกังวลกับการเลือกงานครั้งต่อไป ตอนนี้ผมกำลังหาจุดยืนที่ดี และนั่นดูเหมือนจะเป็นปัญหา แต่ผมจะผ่านความยากลำบากนี้ไปให้ได้ มันคงจะช่วยผมได้มากหากผมพบกับคำตอบนั้น
– ถ้าอย่างนั้น งานชิ้นต่อไปของคุณเน้นเรื่องราวแบบไหนดี?
ส่วนตัวแล้วผมโอเคกับบทที่อายุน้อยกว่า 20 ปี นะครับ ผมก็ยังอยากแสดงบทหลงรักที่แสนบริสุทธิ์และละครดราม่ารักรันทด แต่เมื่อผมอายุมากขึ้นผมก็อยากจะลองเป็นเหมือนนักแสดงอาวุโสแถวหน้าที่ไม่สนใจการแต่งหน้าหรือ focus of entry แค่เพียงทักษะด้านการแสดงก็เพียงพอแล้ว ถึงแม้ว่าทุกคนจะได้เห็นการแสดงนั้นแค่นิดเดียวแต่มันก็คือการแสดงที่เฉียบขาด(outright)ของบางคน ผมอยากเป็นแบบนั้นได้ 100% ครับ ไม่สิ 120% เป้าหมายของผมคือการได้เป็นแบบนั้นครับ
– คุณทำดีย่อมได้ดี ดูเหมือนว่าคุณน่าจะได้รับสิ่งตอบแทนที่ยิ่งใหญ่ในงานประกาศรางวัลปลายปีนี้ มันคงจะดีมากเลยถ้าคุณได้รับรางวัลนักแสดงหน้าใหม่จากสถานีโทรทัศน์ทั้งสามข่อง (ยิ้ม)
แค่ได้คิดถึงการได้นั่งร่วมกันกับเพื่อน ๆ นักแสดงในงานประกาศรางวัลผมก็มีความสุขแล้วครับ หลังจากที่การถ่ายทำจบลง ผมมีงานอื่น ๆ หลายงานทำให้ผมยุ่งมากและได้เจอพี่แทซองแค่แป๊บเดียว มันน่าเสียดายมากครับที่พวกเราไม่สามารถเจอกันได้บ่อย ๆ มันคงสนุกมากครับที่ได้เจอทุกคนมารวมกันอีก ผมตั้งหน้าตั้งตารอคอยแล้วครับ

กล่าวโดยสรุป งานชิ้นนี้โดดเด่น
ทั้งนี้ก็เปรียบได้กับการที่เราคอยเฝ้าสังเกตนักกอล์ฟมือสมัครเล่นที่พัทลูกกอล์ฟได้ลงหลุมเป็นครั้งแรก ถ้ามองจากมุมมองด้านเทคนิคมันก็คือ สำเนียง การใช้เสียง การหายใจ ไปจนถึงแนวทางการแสดง ถึงแม้ว่าปาร์คยูชอนจะยังเป็นเพียงนักแสดงหน้าใหม่เรซูมเม่(ประวัติย่อ)ของเขาไม่สามารถเก็บซ่อนเร้นอยู่ได้ เขามีทัศนคติแตกต่างออกไปอีกด้วย เนื่องจากที่วิธีการตีลูกกอล์ฟของเขานั้นยังไม่เข้าที่คุณจึงเดาไม่ได้ว่าเขากะตีลูกลงบ่อทรายหรือเปล่า เขาเป็นนักกีฬาประเภทที่ทำให้ผู้ชมต้องคอยเป็นกังวล แต่ทว่าเขาก็เป็นมืออาชีพที่มีประสบการณ์ที่ไม่ยอมทำตามคำสั่งคนอื่น และเป็นคนที่ไม่ใส่ใจการเอาชนะเพื่อที่จะได้สนุกไปกับการแข่งขัน บางครั้งปาร์คยูชอนก็ไม่สามารถแสดงเทคนิค(ในการแสดง)บางอย่างออกมาได้ แต่เขาก็ได้ใจผู้ชมผ่านทางอารมณ์ความรู้สึก ถ้าเราพิจารณาจากบทพูดและบทละครแล้ว (เขาสามารถ) ถ่ายทอดปัญหาที่อีกักต้องพบจากการเดินทางข้ามเวลามาจากยุคโซชอนมายังกรุงโซล และถ่ายทอดอารมณ์ที่สั่นระรัวจากการตกหลุมรักปาร์คฮาได้อย่างเพียงพอ ถึงแม้ว่าเขาจะยังไม่ใช่นักแสดงชั้นแนวหน้า แต่เขาก็เป็นนักแสดงที่แสดงได้อย่างยอดเยี่ยมโดดเด่นซึ่งแตกต่างจากนักแสดงคนอื่น ๆ ที่พัฒนาในอัตราปกติ
source: 10asia
credit: micky baidu bar
trans by: rachui@sharingyoochun
scan credits: @shelter_6002, CODE:6649
แปลไทยโดย: 3rebelangels.wordpress
เรื่องนี้ถูกเขียนใน Interview, Yuchun และติดป้ายกำกับ , , , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

5 ตอบกลับที่ [สัมภาษณ์] 10asia: ปาร์คยูชอน-พลังแห่งหิมะที่ค่อย ๆ เพิ่มพูน

  1. portrait216 พูดว่า:

    Reblogged this on Cut and Come Again.

  2. meaw พูดว่า:

    ยาวมากกกก ขอบคุณ รบอจ มากๆค่า >.< ปลื้มใจเรื่องนี้มีสาวๆตกหลุมสิวชายปาร์คเพิ่มเยอะเลยค่ะ

  3. m&o พูดว่า:

    ยาวววววววว แค่รบอจ. ก็ขยันแปล
    เราก็ขยันอ่าน
    แต่เรื่องนี้ปาร์คเก่งจริงๆ ดูแล้วขนลุกหลายฉาก
    อยากเห็นเรื่องต่อไปเหมือนกันนะ แต่ก็แอบคิดถึงเสียงเพลงแล้ว
    อยากให้ออกอัลบั้มไวๆ
    ขอบคุณมากค่ะ

  4. Jajingjajae พูดว่า:

    ขอบคุณมากคะ

  5. @jira_h พูดว่า:

    ขอบคุณมากค่ะ ^___^

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s