[แปล] สัมภาษณ์จุนซูวง JYJ ในนิตยสาร 10asia + Star Vol.14

[แปล] สัมภาษณ์จุนซูวง JYJ  ในนิตยสาร 10asia+Star Vol.14
[Trans] JYJ Junsu – 10asia+Star Vol 14 Interview


ประวัติของคิมจุนซู

เรื่องราวนี้ไม่ได้เกี่ยวกับการมาปรากฏตัวในห้องทำงานของจุนซูผู้ซึ่งผ่านการเปลี่ยนสไตล์ทรงผมมาเกินกว่าจะจินตนาการได้แต่อย่างใด ไม่ใช่แค่เพียงตอนอยู่ต่อหน้ากล้องเท่านั้นแต่ตลอดการสัมภาษณ์นั้นคิมจุนซูได้บอกเล่าสิ่งที่เขาต้องการให้พวกเราฟังอย่างชัดแจ้งและเจาะจง เขาเข้าสู่วงการครั้งแรกเมื่อ 8 ปีที่แล้ว ถึงแม้ว่าตั้งแต่ตอนนั้นจนถึงบัดนี้เขาคือคนดังตลอดเวลาแต่เดี๋ยวนี้เขาได้เปลี่ยนไปเป็นเขาคนที่ไม่ลังเลและหวาดกลัวทางเลือกต่าง ๆ ของเขาอีกต่อไป ดังนั้นกับเขาผู้ซึ่งเติบโตมีวุฒิภาวะมากขึ้นนั้น เรื่องราวของเขาในตอนนี้เป็นเรื่องราวที่ตรงไปตรงมาและน่าสนใจมากกว่าเวลาอื่นใด เขาทัวร์คอนเสิร์ตรอบเอเชียเสร็จสิ้นไปอย่างประสบความสำเร็จกับผลงานเดี่ยวชิ้นแรก [[TARANTALLEGRA]] และก่อนที่ทัวร์รอบโลกจะเริ่มขึ้น เราก็ได้พบกับคิมจุนซู
ในสัมภาษณ์เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา คุณได้ทำนายทีมที่จะได้แชมป์ฟุตบอลยูโรเปี้ยนปี 2012 หลังจากคิดพิจารณาเป็นเวลา 3 นาที คุณก็ตะโกนออกมาว่า “สเปน!” (ผลการแข่งขัน)จะเป็นเหมือนที่คุณทำนายไว้หรือไม่? คุณจะดูการแข่งสัปดาห์นี้หรือไม่?
ถ้าเกิดการแข่งขันมันตรงกับช่วงของคอนเสิร์ตที่ต่างประเทศ ผมคงไม่ได้ดูครับ ถ้าเป็นนัดแข่งตอนเช้ามาก ๆ ผมก็คงจะดูไม่ได้ครับ ผมคงจะอัดไว้ดูทีหลัง ความจริงแล้วก่อนรอบชิงชนะเลิศผมคงไปกับฝูงคน ในใจผมเชียร์อิตาลีนะครับ แต่เดิมผมจับตามองสเปนน่ะครับ (หัวเราะ)


ดังนั้นคุณจะอัดนัดที่แข่งตอนเที่ยงคืนและดูทีหลัง แล้วเวลาที่คุณว่างล่ะ?
พวกเราไม่ค่อยได้มีเวลาว่างบ่อย ๆ หรอกฮะ ผมไม่เคยพักงานในตารางของบริษัทและไม่เคยคิดครับ เพราะว่าผมจะได้รับข้อมูล(ตารางงาน)ก่อนล่วงหน้าและก็ทำตามนั้น ดังนั้นผมสามารถดูแลอารมณ์ตัวเองได้ครับ และวางแผนหยุดไว้บ้าง ดังนั้นด้วยวิธีการแบบนี้ทำให้ผมสามารถรู้สึกผ่อนคลายในการใช้ชีวิตของผมได้ครับ
[[TARANTALLEGRA]]  อัลบั้มเดี่ยวอัลบั้มแรกของคุณได้วางจำหน่ายในเดือนพฤษภาคม จากนั้นก็เริ่มทัวร์คอนเสิร์ตที่กรุงโซล ประเทศไทย อินโดนีเซีย และจีน พอเข้าสู่ช่วงท้ายของการทัวร์ครั้งนี้คุณรู้สึกอย่างไรบ้าง?
ตอนที่ผมจะออกอัลบั้มเดี่ยวอัลบั้มแรกของผมนั้น ผมรู้สึกหวั่นเกรงเล็กน้อยครับ แต่พอผมเริ่มทัวร์คอนเสิร์ต ความกังวลนั้นก็หายไป และผมก็มีความมั่นใจมากขึ้น ดังนั้นการออกอัลบั้มของผมในอนาคต ผมสามารถกำหนดทิศทางตามที่วาดหวังได้ครับ
คุณน่าจะสัมผัสได้ถึงอัลบั้มที่คาดหวัง ถึงแม้ว่าในอัลบั้มจะมีเพลงทุกแนว แต่ว่ามีอะไรที่เป็นสไตล์ของจุนซูอยู่ด้วยไหม?
อัลบั้มนี้ต้้งใจรวบรวมเพลงจากหลากหลายแนวมาแต่แรกครับ  เพลง R&B ในจังหวะช้า ๆ มีไว้สำหรับคนที่ชอบฟังผมร้องเพลงบัลลาด ดังนั้นผมก็เลยอัดเพลงบัลลาด แต่เพลงโปรโมตนั้นผมใช้เพลงที่ผมสามารถแสดงได้ หลายคนเชื่อว่าเพลงโปรโมตผมน่าจะเหมาะเป็นเพลงบัลลาดมากกว่า ดังนั้นผมก็เลยอยากทำให้เหนือความคาดหมาย และนั่นทำให้ผมตัดสินใจได้แน่วแน่ครับ เพลงบัลลาดเคยมีเป็นเพลงเดี่ยวมาแล้วมากมายครับ และผมก็ร้องมาตั้งแต่เป็น TVXQ จนมาเป็น JYJ ดังนั้นครั้งนี้ เพลงโปรโมตผมจึงอยากให้เป็นเพลงในสไตล์ของเพลงที่ไว้แสดงครับ
ดังนั้นจึงทำให้เกิด “TARANTALLEGRA” หลังจากได้ยินเพลงนี้ผมเกิดความสงสัยใคร่รู้ว่า เพลงนี้มีทำนองมาก่อนหรือว่ามีภาพลักษณ์มาก่อน?
ภาพลักษณ์ครับ เป็นภาพลักษณ์อย่างไม่ต้องสงสัยเลย เมื่อก่อนตอนที่ผมแต่งเพลง “Xiahtic” และ “Intoxication” คือให้การเต้นนำมาก่อน ถึงตอนนี้เวลาที่คุณได้ยินชื่อเพลงนี้คุณจะรู้สึกอยากเต้น คุณไม่ต้องการแม้แต่ทำนอง แต่ “TARANTALLEGRA” นั้นมีภาพลักษณ์มาก่อน แล้วจึงเป็นการเต้น และจึงตามด้วยทำนอง ที่จริงตอนนั้นผมมีเพลงเต้นที่ผมแต่งไว้หลายเพลงมากไม่ว่าจะเป็นสไตล์อเมริกัน แรพ หรือ  R&B หรือเพลงแนวทหารอย่าง rising sun ในสมัย TVXQ แต่ครั้งนี้ผมต้องการฉีกจากสไตล์เหล่านั้น ช่วงนั้นผมกำลังได้รับอิทธิพลจาก [[Elisabeth]] ครับ ความหมายของ “ความตาย (เดธ)” นั้น เพิ่มมิติให้กับความรู้สึกที่มีต่อ Tod ซึ่งเหมาะกับอัลบั้มอย่างลงตัว และดนตรีของทางภูมิภาคนั้น แนวทาง สไตล์ การเต้น.. ทุกอย่างก็เริ่มขึ้นจากนั้นครับ
ดังนั้นอย่าเพิ่งคุยกันเรื่องเพลงเลย ในอัลบั้มใหม่ด้วยรูปลักษณ์ภายนอกนั้นมีสไตล์ที่แรงมาก ตอนที่คุณบอกว่าคุณอยากทำอัลบั้มแนวนี้  ปฏิกิริยาของคนรอบตัวคุณเป็นอย่างไรบ้าง?
ในตอนแรกพวกเขาก็เป็นห่วงครับ เอาจริง ๆ เลยนะครับสไตล์แรง ๆ เนี่ยไม่สามารถมองด้วยตาเปล่าได้ แม้ว่าจะมีปฏิกิริยาแบบ “โอ้ แรงจัง” อยู่ แต่เพื่อเชื่อมต่อส่วนนั้นกับความรู้สึกต่อเวทีในด้านดี เพื่อที่จะจับมันไว้ได้นั้นมันทำได้ยาก แต่เมื่อเปรียบเทียบกับศิลปินเกาหลีคนอื่น ๆ แล้ว ที่ผมสามารถทำสไตล์แรง ๆ นี้ได้ก็เพราะตอนนี้ผมไม่สามารถออกทีวีได้ อืมม… ผมควรพูดว่าไม่ร่วมรายการตอนนี้ (หัวเราะ) เพราะสถานการณ์เป็นแบบนั้น ผมเลยอยากลองฉีกไปทำอะไรที่มีภาพลักษณ์ที่น่าตื่นตกใจ ถ้าจะต้องออกอากาศมันจะต้องถูกประเมินก่อน และถ้ามันดูเกินเลยไปแม้แต่น้อยมันจะโดนแบนทันที แต่เพราะว่ายังไงมันก็ได้แค่อัพโหลดในยูทูปหรือบล็อก ผมก็เลยอยากทำอะไรที่ผมอยากทำ เพราะแบบนี้ตอนนี้เมื่อเปรียบเทียบกับการได้รับปฏิกิริยาที่เป็นที่ยอมรับกับขอบเขตแนวเพลงที่ผมทำได้แล้วนั้น ผมอยากเจอความกลัวและความตื่นกลัวมากกว่า ต่อให้ต้องได้รับความเห็นที่ไม่ค่อยดี ผมคิดว่าการบอกทุกคนว่าผมต้องการทำอะไรนั้นสำคัญมากยิ่งกว่า เปรียบเทียบกับความตื่นกลัวแล้ว ยาพิษแทบไม่มีความหมายอะไร โชคดีที่บริษัทนำความเห็นผมไปร่วมด้วย และให้การสนับสนุนผม และให้ความร่วมมืออย่างดีที่สุด

แทนที่จะทำการตลาดที่เน้นที่ทีวี คุณกลับหันไปเน้นการตลาดที่เน้นซีดี คุณรู้สึกอย่างไรกับการเปลี่ยนแปลงนี้บ้าง?
จากนี้ไปผมจะท้าทายสิ่งใหม่ ๆ จนกว่าผมจะหลงทางหรือได้รับคำวิพากษ์วิจารณ์จากคนทั่วไป แน่นอนว่าถึงแม้จะเป็นหน้าที่ของเราที่ต้องหาคำตอบในสถานที่ที่เหมาะสม แต่เราก็สามารถทำงานหนักต่อไปและให้ทุกคนเห็นด้านที่ต่างไปของเรา
ตอนนี้อัลบั้มนี้ไม่ใช่แค่จากความเป็นอัตลักษณ์ของนักร้องเดี่ยว แต่ยังคงเป็นเหมือนนักแสดง(เต้นบนเวที)เดี่ยวอีกด้วย
ตอนที่ผมยังเด็กผมมักจะถูกถามว่า “คุณชอบเต้นมากกว่าหรือชอบร้องเพลงมากกว่า?” ที่จริงแล้วผมคงไม่เอาการร้องเพลงเป็นอันดับแรกเพราะผมก็ชอบการเต้นด้วยเหมือนกัน แน่นอนว่าในช่วงที่เราทำกิจกรรมของวงพวกเรามีความรับผิดชอบในเรื่องแต่แตกต่างกันไป ดังนั้นเมื่อเปรียบเทียบกับการแสดง(เต้น)ผมจะเน้นไปที่การร้องมากกว่า ถึงแม้ว่าผมจะชอบการร้องเพลง แต่ยังไงนี่ก็คือเวทีเดี่ยวของผม ดังนั้นผมต้องการใช้โอกาสนี้ในการแสดงออกถึงเพลงและเพิ่มเติมการแสดงที่เหมาะกับมันเข้าไปด้วย ในความเป็นจริงนั้นตอนช่วงแรก ๆ ของการทำเพลง Tarantallegra ทุก ๆ คนต่างก็พากันประหลาดใจ เพราะว่าการอัดเสียงนั้นเป็นการมิกซ์สด ๆ โดยไม่มีเครื่องดนตรีใด ๆ ดังนั้นปฏิกิริยาที่ได้จึงดูจืดชืดมาก (หัวเราะ) แต่ผมก็ขอผู้จัดการของผมให้เชื่อผมดูสักครั้ง “ถ้าเราเพิ่มมิวสิควิดีโอเข้ามาตอนนั้นมันจะดูดีเอง เพลงนี้ไม่ได้มีไว้ฟังอย่างเดียวนะครับ” ผมโน้มน้าวเขาแบบนั้น ถึงแม้จะเพื่อเป็นการโปรโมตพิเศษ แต่การที่เราปล่อยมิวสิควิดีโอก่อนปล่อยเพลงก็เพราะเหตุผลนี้ด้วยเช่นกัน
มิวสิควิดีโอเพลงนี้มีจังหวะที่แข็งแรงมากและยังมีแนวคิดแบบแฟนตาซีเพื่อที่จะเติมเต็มภาพลักษณ์
สำหรับมิวสิควิดีโอนั้น มันกดดันมากเลยครับ การเต้นเนี่ยตราบใดที่ผมเต้นดีก็เป็นอันใช้ได้แต่การสร้างภาพลักษณ์ภายนอกไม่ง่ายอย่างที่ผมต้องการเลยครับ ตอนแรกก็มีปัญหาเรื่องมุมกล้องในการถ่ายทำ เช่น เวลาที่ผมเต้นผมไม่ชอบการเคลื่อนไหวของกล้อง อันที่จริงมันเป็นเทคนิคสำหรับคนที่เต้นไม่เป็นเพราะมันจะเบี่ยงเบนความสนใจ (จากการเต้น) ฉากและการเปลี่ยนมุมนั้นโอเค แต่พอกล้องสั่น ณ เวลานั้นคุณจะไม่เห็นการเต้นและมองข้ามมันไป แต่ผู้กำกับเลย์จับภาพออกมากได้ดีมากครับ บริษัทเชื่อในตัวผมและลงทุนห้าล้านวอนโดยไม่สนใจว่าผลจะออกมายังไงแม้ว่ามันอาจจะไม่น่าพอใจก็ตาม
เกี่ยวกับเพลง “Tarantallegra” บางคนให้ความเห็นว่า “พอได้ยินเพลงนี้อาจทำให้คุณเต้นโดยไม่รู้ตัว” ในฐานะเพลงต้องมนตร์ ในมิวสิควิดีโอคุณต้องการถ่ายทอดว่าคุณเป็นสิ่งมีชีวิตแบบไหน?
ผมไม่ได้ต้องการให้คนคิดว่าผมคือพระเจ้า แต่ต้องการถ่ายทอดความไม่ชายและไม่หญิง เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีเพศกลาง ๆ ดังนั้นการแต่งหน้าจึงออกไปทางผู้หญิง ทรงผมก็ทำเป็นแนวผู้หญิง ซึ่งแน่นอนว่าเรื่องนี้ต้องขอบคุณไม่ใช่แค่ครั้งนี้ แต่รวมถึงดนตรีของผมในอนาคตด้วยที่จะได้รับอิทธิพลจากละครเวทีมิวสิคคัลครับ “Tarantallegra” มีแรงบันดาลใจมาจากบท “เดธ (ความตาย)” ที่มีภาพลักษณ์แฟนตาซีและลึกลับ

ตั้งแต่เดบิวต์เป็นศิลปิน ดูเหมือนคุณไม่ได้คิดถึงด้านภาพลักษณ์ภายนอกเท่าไหร่ ถึงตอนนี้คุณเติบโตขึ้นมาท้าทายสไตล์ที่แสนสง่างามแบบนี้ ฉันสงสัยว่าความคิดคุณเปลี่ยนไปได้อย่างไร
ที่จริงแล้วในฐานะไอดอลผมเป็นคนที่ไม่ค่อยสนใจเรื่องการดูแลตัวเอง (หัวเราะ) ผมเป็นแบบนั้นเพราะไม่ใช่ว่าผมต้องการทำลายภาพลักษณ์ตัวเอง แต่เพราะการเป็นนักร้องควรจะถ่ายทอดออกมาทางการร้องเพลง การเต้น และความสามารถมากกว่า ถ้ากล้องอยู่ใกล้เข้ามาอีกนิดผมก็ไม่รู้ตัว ช่วงสามปีที่ผ่านมาที่กิจกรรมไม่แน่นมากนักแม้กระทั่งทรงผมของผมยังไม่เปลี่ยนเลยครับ แต่พอมารับบท “เดธ” ผมเลยคิดว่าผมควรลดน้ำหนักลงหน่อย ผมอยากแสดงออกให้เหนือความเป็นเพศใดเพศหนึ่งและให้ความรู้สึกความเป็นเพศกลาง ๆ แต่ผมดูตัวกลมไปหน่อย (หัวเราะ) ดังนั้นเพื่อที่จะให้เข้ากับบทผมจึงเริ่มลดน้ำหนัก แม้กระทั่งแฟน ๆ ที่เคยชอบผมมาก่อนยังชอบสิ่งที่ผมเป็นหลังจากการเปลี่ยนแปลง ดังนั้นจากการตัดสินจากสิ่งเหล่านั้น แม้ว่าการร้องเพลงจะเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดของนักร้องแต่ผมก็ไม่สามารถมองข้ามความเป็นจริงที่ว่าแฟชั่นและภาพลักษณ์ภายนอกก็อาจเป็นสิ่งที่คนทั่วไปให้ความสำคัญ
เมื่อคิดดูให้ละเอียดแล้ว แม้ว่าคุณจะออกอัลบั้มเดี่ยวหลังจากเดบิวต์มาถึงแปดปี ฉันรู้สึกว่ามันช้าไปสักหน่อย แต่ในขณะเดียวกันก็ดูเหมือนว่ามันเป็นเพราะถ้าเป็นตอนนี้คุณสามารถสร้างผลงานแบบอัลบั้มนี้ขึ้นมาได้
ไม่ว่าเพลงแบบไหนก็ตามที่ผมอยากทำขึ้นมา ทุกอย่างตามที่ผมเข้าใจ มันเป็นการสร้างผลงานตามไอเดียของผม และเพราะอย่างนั้นผมจึงรู้สึกขอบคุณมากครับ
ตอนไหนที่คุณตัดสินใจเลือกเพลงโปรโมต และเริ่มซ้อมหลังจากได้รับแจ้งแล้ว
เพลงโปรโมตจะถูกร้องตามที่ผู้กำกับต้องการครับ แต่แน่นอนว่ามิวสิควิดีโอและสิ่งอื่น ๆ ทัั้งหมดมันแตกต่างจากเมื่อก่อนที่เคยตัดสินใจ (น่าจะหมายถึงการตัดสินใจเกี่ยวกับการมิวสิควิดีโอเมื่อก่อน) ผมคิดว่าแบบนี้มันดีนะครับ อ่า แต่มีอย่างนึงที่เราสามารถเลือกได้เองก็คือทรงผมครับ (หัวเราะ)
มีหลายครั้งที่คุณบอกว่า “ผมอยากทำอะไรที่เป็นตัวผม” แต่ในท้ายที่สุดมันก็ไม่ได้ถูกออกแบบให้เป็นแบบ “สิ่งที่เป็นผม” แต่เป็นการทำสิ่งที่คุณต้องการทำและแสดงมันออกมา ดังนั้นตอนนี้คุณจึงมีสไตล์ของคุณเอง
ครับ และแน่นอนว่าถ้าผมเอาแต่ทำตามสิ่งที่ผมอยากจะทำ เดินไปตามทางเพียงเส้นเดียว มันคงไม่ดี หลักจากนี้ผมอยากลองทำตามสไตล์ที่ผู้คนยอมรับ
คุณเคยคิดที่จะลองทำการแสดงอะไรที่แตกต่างไปโดยสิ้นเชิงบ้างไหม?
สักวันหนึ่งผมอยากจะจัดแสดงคอนเสิร์ตในโรงละครเพลงเป็นเวลาติดต่อกันสักหนึ่งเดือน คงต้องเตรียมตัวอย่างดี ไม่ใช่แค่เตรียมเพลงของผมเท่านั้น แต่ยังเพลงดัง ๆ และเพลงละครมิวสิคัลที่ผมยังไม่ได้ร้องในคอนเสิร์ตที่ควรจะนำมาร้อง ไม่เต้นแต่เป็นการแสดงกับวงดนตรีสด ๆ ไม่มีลูกเล่นหรูหราฟู่ฟ่า แค่ร้องเพลงสองชั่วโมงล้วน ๆ ถ้าผมได้มีคอนเสิร์ตแนวนี้ก็คงจะดีมากเลยครับ
สิ่งที่คุณอยากเป็นนั้นชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ และถึงจุดนี้ คุณไม่มีอึกอักตลอดการพูดคุย การได้ทำในสิ่งที่คุณเลือกเองและแสดงความรับผิดชอบ (ในสิ่งที่เลือก) นี่คือความแตกต่างระหว่างไอดอลกับศิลปินหรือเปล่า?
ที่จริงบุคลิกลักษณะนิสัยของผมค่อย ๆ เปลี่ยนไปอย่างช้า ๆ เริ่มมาจากการทำอัลบั้มนี้นะครับ เดิมทีผมเคยเป็นคนที่ไม่เคยพูดว่า “ไม่ชอบ” การไม่พูดเลยนั้นดูจะง่ายกว่า แต่เดี๋ยวนี้ผมรู้ว่าผมไม่สามารถซ่อนมันได้ หรือไม่เช่นนั้นผมจะไม่สามารถสร้างผลงานที่ดีและภาพลักษณ์ที่ดีขึ้นมาได้ แน่นอนว่าการไม่พูดจะทำให้เกิดภาพลักษณ์ที่ดีที่ไม่ทำให้ถูกดุ แต่ถ้าผมทำแบบนั้นผมจะไม่ได้สิ่งที่ผมต้องการสำหรับอัลบั้มนี้ได้เต็ม 100% ยกตัวอย่างเช่น ถึงแม้มันจะไม่ดีแต่การแก้ไขสักเล็กน้อยก็จะทำให้มันดีขึ้น เพราะว่าการทำแบบนั้น(แก้งาน) จะทำให้บางคนต้องอดนอนทั้งคืนสองสามคืน ในสถานการณ์อย่างนี้ถ้าเป็นผมคนก่อนผมคนไม่ปริปากเพื่อขอให้แก้ แต่เพื่อเป็นผลดีกับคนคนนั้นด้วยเช่นกัน ผมต้องการเป็นมืออาชีพที่สมบูรณ์แบบแม้ว่ามันจะทำให้เราเหนื่อยก็ตาม แม้ว่ามันจะทำให้ผมถูกว่า ผมไม่สามารถเงียบไม่พูดออกมาได้ สิ่งที่สำคัญก็คือการพูดให้ชัดเจน โน้มน้าวอย่างเหมาะสมเพื่อที่คนที่เป็นคนรับผิดชอบคนนั้นจะไม่โกรธ ในฐานะศิลปินย่อมรู้สึกว่านั่นคือแนวทางที่ถูกต้อง ไม่ว่าจะประสบความสำเร็จหรือไม่ ผมเข้าใจว่าการตัดสินใจหลังจากที่เข้าใจทุกอย่างดีแล้วและการตัดสินใจทั้งที่ยังไม่เข้าใจอะไรเลยนั้นจะให้ผลที่แตกต่างกันอย่างมากมาย
ได้ยินมาว่าเมื่อก่อนคุณมีปัญหาในการเลือกเสื้อผ้าให้เข้ากัน คุณจึงซื้อเสื้อผ้าจากหุ่นในตู้โชว์ทั้งหมดเลย (หัวเราะ)
แต่ผมก็ไม่ชอบซื้อเสื้อผ้าอยู่ดีครับ แต่เมื่อทุกคนบอกว่าผมควรจะต้องซื้อเสื้อผ้านะ บางทีผมก็ซื้อมาบ้าง ตั้งแต่ฤดูใบไม้ร่วงปีที่แล้ว ผมเริ่มซื้อมากขึ้น ก่อนนี้ที่สนามบินผมไม่ได้ไปร้านไหนเลย แต่ตอนนี้ผมไปบ่อยขึ้น เพราะว่าทีแรกผมเชื่อว่าในฐานะนักร้องการทำงานหนักเพื่อแฟน ๆ นั้นเป็นการตอบแทนอย่างดี แม้ว่ามันจะเป็นเรื่องของความรับผิดชอบแต่ผมไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้ในฐานะ “งาน” แต่เป็นทัศนคติที่ผมควรมีในฐานะของศิลปิน ไม่ว่ามันจะเป็นอะไรมันก็คือการแสดงที่เปี่ยมเสน่ห์ อันที่จริงนี่เป็นบางอย่างที่ผมไม่เคยทำจากนิสัยเดิมของผมเลย ดูนี่สิครับ ผมทาเล็บด้วยล่ะ…… (หัวเราะ)

แต่ถ้าคุณทำเล็บครั้งนึงแล้วก็เหมือนคุณโดนวางยาพิษเลยใช่ไหมเอ่ย? (หัวเราะ)
ใช่ฮะ มันเหมือนกับนิสัยการกินเปลี่ยนไปเพราะถ้าผมไม่ทำมันก็จะรู้สึกแปลก ๆ ครับ ที่จริงแล้วเพราะนี่เป็นสไตล์อีกแบบหนึ่ง แฟน ๆ ชาวต่างชาติบางคนอาจจะคิดว่าคาแรกเตอร์หลักใน “TARANTALLEGRA” นั้นไม่ใช่ผม บางคนอาจพูดว่า “หล่อจัง เขาเป็น’เกย์’ใช่ไหม?” (หัวเราะ) แม้ว่าผมจะไม่ใช่ ‘เกย์’ แต่ว่าผมชอบที่จะได้ยินความเห็นทำนองนี้ ตราบใดที่ผมสามารถแสดงด้านที่ต่างออกไปให้ทุกคนเห็น ไม่ว่าผมเป็น’เกย์’หรือไม่ ในฐานะศิลปินผมรู้สึกว่านี่เป็นเหตุผลสำคัญที่จะเพิ่มคะแนนให้ผมอย่างแน่นอน
ในแง่หนึ่งบนเวทีคุณสามารถที่จะเป็นบางคนที่ต่างออกไปจากตัวของคุณเองอย่างสิ้นเชิงเลย และในอีกด้านหนึ่งคุณรู้สึกอย่างไรที่ยืนอยู่บนเวทีเดี่ยวในฐานะ XIA?
เมื่อตอนที่ผมถ่ายมิวสิควีดีโอ ผมคิดอยู่ว่าการเป็นส่วนหนึ่งของละครเวทีนั้นเป็นทางเลือกที่ดีมากเลย เทียบกับเมื่อก่อนที่ผมเคยอยากแค่ให้ทุกคนเห็นผมในอิมเมจหล่อ ๆ ต่อหน้ากล้องและร้องลิปซิงค์นั้น ตอนนี้ผมเปลี่ยนไปแล้ว การตีความและการแสดงออกของผมนั้นดีขึ้น ผมแสดงละครเวทีไม่ใช่เพราะผมชอบละครเวทีเท่านั้น แต่เป็นเพราะว่าการเป็นส่วนหนึ่งของละครเวทีนั้นช่วยผมในการพัฒนาตัวเองด้วยครับ
นักร้อง โดยเฉพาะนักร้องชายที่มีเสน่ห์พร้อมกับความสำเร็จ และในที่สุดก็ตัดสินใจเลือกการแสดงออกและความช่ำชองบนเวที ฉันได้ดูการแสดงของคุณในโซล ฉันรู้สึกว่าคุณเป็นนักร้องเดี่ยวที่มีตัวตนสมบูรณ์ ซึ่งต่างจากการทำงานเป็นวงอย่างสิ้นเชิง ดูเหมือนว่าประสบการณ์ที่คุณได้รับจากการแสดงบทเทพเจ้าในละครเวทีนั้นช่วยให้คุณเติบโตขึ้น
แน่นอนครับ ละครเวทีไม่ใช่แค่คนเพียงคนเดียว แต่ทุก ๆ คนนั้นทำงานร่วมกัน ผมเรียนรู้แง่มุมเกี่ยวกับความกล้ามากมาย บนเวทีนั้นตราบเท่าที่คุณมั่นใจ ไม่ว่าจะคุณจะไม่ดีอย่างไรคุณก็ยังดีอยู่ดี แต่ถ้าคุณดีมากอยู่แล้วแต่ไม่มีความมั่นใจคุณก็จะดูงุ่มง่ามครับ แน่นอนว่าผมไม่ได้บอกว่าผมดีอย่างไร แต่เมื่อผมยืนอยู่บนเวทีมันจะไม่ดูว่างเปล่า ดังนั้นผมได้ความมั่นใจในระดับนี้ (หัวเราะ) แม้ว่าจะเป็นแบบนี้แต่ผมก็ยังกังวลนะครับเมื่อทำงานกับวง ในระหว่างคอนเสิร์ตในตอนที่เราแสดงเดี่ยวสมาชิกสามารถพักผ่อนได้ แต่ในสองชั่วโมงนี้ผมต้องทำให้สำเร็จด้วยตัวผมเอง จากการแบ่งความแข็งแกร่งของพลังกายไปสู่ช่วงพูดคุย มันไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ เลยครับ แถมอัลบั้มนี้ยังมีความเป็นศิลปะเป็นหลัก ดังนั้นก็เลยมีเพลงเต้นมากมาย และเสื้อผ้าก็จำเป็นต้องเปลี่ยนไปตามเพลง บวกกับต้องร้องเพลงสดและเรื่องอื่น ๆ อีกครับ มันมีความรับผิดชอบมากมายเลยทีเดียว……. แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ผมทำงานอย่างหนักเพื่อที่จะทำให้สำเร็จครับ (หัวเราะ)
การได้ดูการแสดงสดเพลง “TARANTALLEGRA” บนเวทีแล้ว ส่วนที่โดดเด่นต่างจากงานของวงไอดอลและนักร้องอื่น ๆ ในปัจจุบันนี้ ร่วมกับการแสดงบนเวทีในระดับสูงอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว เมื่อคิดว่ามีคนมากมายที่ไม่ได้ดูมันช่างน่าเสียดายอยู่นะ
ทุกครั้งที่ผมเต้นเพลง “TARANTALLEGRA” ผมก็คิดว่าถ้าผมได้เต้นเพลงนี้ออกโทรทัศน์สักครั้งมันคนจะดีมากเลยนะ ทุกครั้งที่ผมคิดเรื่องนี้ผมก็รู้สึกเสียดายฮะ มันไม่ใช่ว่าผมอยากจะได้ที่หนึ่ง แต่มันเป็นแค่ว่าผมรู้สึกว่าผมอาจจะสามารถ “ชนะ” ทุกคนผ่านสิ่งที่ผมอยากจะแสดง (ออกโทรทัศน์) ได้ ในความเป็นจริงเพราะเรื่องนี้ผมจึงอยากจะทำมิวสิควีดีโอที่สามารถชดเชยการออกอากาศทางโทรทัศน์ได้
ในคอนเสิร์ต การแสดงเพลง “INTOXICATION” นั้นสร้างความประทับใจให้ฉันมาก ใช้แดนเซอร์ 2 คน และกระจกบานใหญ่สำหรับการถ่ายทอดการแสดง เป็นการเพิ่มเสน่ห์บนเวทีได้อย่างเต็มที่ ความคิดในการทำแบบนี้มาได้อย่างไร?
ที่จริงแล้วกระจกบานนั้นถูกติดตั้งอย่างเร่งรีบใน 2 วันก่อนคอนเสิร์ต การแสดงเพลง “INTOXICATION” นั้นใช้การเต้นกลุ่มที่ผ่านมาและปรับให้ดีขึ้น แค่นั้นเจอร์รี่ผู้กำกับการเต้นบอกว่าเราควรมีแดนเซอร์สองคนบนเวที เราก็คิดว่าทำแบบนี้มันน่าจะดีกว่า นอกจากนั้นเราต้องการการสะท้อนจากหอคอย จึงเปิดไฟแค่ดวงเดียวในห้องซ้อม ในตอนนั้นผมก็ได้ความคิดนี้ครับ ผมก็เลยเสนอขึ้นมาทันที “ถ้าเราติดตั้งกระจกบนเวทีล่ะ?” เมื่อผมพูดออกไปผมรู้สึกถึงสีหน้าที่เปลี่ยนไปของนักเต้น พวกเขาบอกว่ามันมีเวลาไม่เยอะนัก ไม่ดีกว่า ผมก็เลยขอร้องโดยบอกว่า “เราทำได้ โปรดทำนี่ให้ผมเถอะนะครับ ได้โปรด” ที่จริงผมก็รู้ว่าทำแบบนี้มันยาก แต่ว่าในฐานะศิลปินแล้วผมไม่สามารถที่จะยอมแพ้เรื่องที่จะแสดงความเป็นผมไปง่าย ๆ ผมรู้ด้วยว่าถ้าเรื่องนี้แพร่ออกไปผมอาจจะโดนวิจารณ์ว่าเป็น “ศิลปินที่ไร้เหตุผล” (หัวเราะ) ในที่สุดผมซาบซึ้งมากที่พวกเขาทำให้ผมจริง ๆ การใช้กระจกเพื่อให้ผู้ชมเห็นด้านหน้า, ด้านหลัง และทุก ๆ มุมของการเต้น อารมณ์ผมดีมาก ๆ เลยครับ
ที่จริงการเต้นในเพลง “TARANTALLEGRA” บวกด้วยการเต้นหนัก ๆ ของเพลง “Set Me Free” “Mission” และเพลงอื่น ๆ และการแสดงสดคุณสามารถทำมันได้หมดเลย คุณเป็นคนประเภทที่ผ่านการซ้อมเต้นมาอย่างหนัก, ทำให้มันเป็นของตัวเองและหาความสนุกจากมันใช่ไหม?
โอ้~มันน่าสนใจมากฮะ ในตอนแรกถ้ามีอะไรที่ผมคิดไม่ออกท่าเต้นก็จะไม่ออกมา ผมไม่รู้ว่าตั้งแต่ตอนไหนที่ผมเริ่มไม่ต้องคิดและร่างกายของผมก็สามารถตอบสนองการเคลื่อนไหวท่าเต้นได้เลย ที่จริงแล้วการทำทัวร์ “TARANTALLEGRA” มันก็ค่อย ๆ ง่ายขึ้นทีละนิด ละครเวทีก็เช่นกัน ร่างกายของผมสามารถซึบซับมันได้อย่างสมบูรณ์และยังสามารถปรับปรุง การแสดงสีหน้าแบบใหม่ ภาษากายแบบใหม่ และด้านอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้อย่างต่อเนื่อง
เวลาที่ไม่อยู่ในห้องซ้อมหรือเวทีคอนเสิร์ตคุณเต้นไหม?
หลายครั้งที่ผมจะเริ่มเต้นในตอนที่ผมแต่งเพลง หลังจากแต่งไปได้ 8 บรรทัด ผมก็จะเริ่มเต้น มันไม่ได้เป็นการฝืนเต้น ผมก็ยังไม่รู้ว่าด้วยซ้ำว่าจะเริ่มเต้นกับจังหวะของมันอย่างไง ในตอนนี้ผมรู้สึก “อา~ดูเหมือนเพลงนี้ใกล้เสร็จแล้วนะ” และผมก็จะเพิ่มสิ่งที่จะแก้ไขลงไป ในสถานการณ์แบบนี้ผมแต่งเพลงได้ประมาณ 100 เพลงแล้วครับ

ให้พร 3 ประการแด่ผู้ชมในช่วง “จินนี่ไทม์” ทุก ๆ ครั้งพวกเขาจะขอให้ทำท่า “แองเจิ้ลเซีย” แต่ทุกครั้งคุณก็จะเขินอาย อะไรทำให้คุณอายเหรอ?
อา~ ถ้าอยู่ ๆ คุณขอให้ผมทำมันไม่ใช่ว่าผมไม่ชอบนะ มันน่าสนใจมากและดีมาก ๆ เลย ตราบเท่าที่มันอยู่ในคอนเสิร์ตผมยังสามารถทำต่อไปได้ครับ เพราะว่าคนที่จะเห็นนั้นเป็นแฟนคลับของผมทั้งนั้น มันก็เลยไม่เป็นไรฮะ แต่ว่าถ้าใน “ที่สาธารณะ” หรือ “งานเปิด” หรือ “งานประชุมใหญ่” ถ้าทำท่า “แองเจิ้ลเซีย” นั้นผมจะต้องรู้สึกเหมือนกำลังจะเป็นบ้าแน่เลย (หัวเราะ) การทำท่านี้ (“แองเจิ้ลเซีย”) ต่อหน้าคุณพ่อที่ให้ลูกขี่คออยู่ในฐานะผู้ชายด้วยกันผมจะต้องรู้สึกอายมาก ผมอายุ 25 แล้วนะครับ (ถอนใจ)
ในครั้งนี้อินโดนีเซียอยู่ในเอเชียทัวร์ของคุณ เห็นว่านี่เป็นครั้งแรกที่คุณไปที่นั่น ฉันรู้สึกแปลกใจมากเลย~
ผมก็แปลกใจฮะ ผมไม่เคยไปที่นั่นเลย ดังนั้นผมก็เลยรู้สึกแปลก ๆ ที่จริงแล้วมีหลายครั้งที่เราพูดกันถึงเรื่องที่จะไปอินโดนีเซียนะฮะ แต่ทุกครั้งจะมีเหตุที่ทำให้ผมไปไม่ได้ ผมรู้สึกเสียใจจริง ๆ ครับ ในครั้งนี้เพื่อคอนเสิร์ตเดี่ยวของผมแล้ว ผมถือโอกาสที่จะได้ความรู้สึกใหม่ ๆ ดังนั้นผมจึงมาประเทศนี้ด้วยตัวเอง แต่มีผู้คนมากมายมาให้กำลังผม ผมรู้สึกตื้นตันมากครับ ในทางตรงกันข้ามผมขอโทษที่ผมเพิ่งมาตอนนี้ แต่ผมก็ยังได้ความทรงจำดี ๆ ไปเยอะเลยครับ
ถ้าคุณมีโอกาสได้ไปอินโดนีเซียอีกครั้ง คุณมีอะไรที่อยากทำไหม?
ครั้งนี้ผมอยู่ในโรงแรม ดังนั้นจึงไม่มีเวลาไปชิมอาหารอร่อย ๆ ในอินโดนีเซีย ครั้งหน้าผมอยากจะไปชิมอาหารอร่อย ๆ ที่นั่นครับ ผมยังรู้มาว่าประเทศนี้มีรีสอร์ทมากมาย ดังนั้นครั้งต่อไปผมอยากจะไปหารีสอร์ทสวย ๆ ผมมีจินตนาการมากมายเกี่ยวกับมหาสมุทร ท้องฟ้าสีคราม และต้นมะพร้าว ดังนั้นผมอยากจะไปที่ไหนซักแห่งแบบนั้นครับ
credit: xiahbaidu
trans by: sharingyoochun.net
แปลไทย: 3rebelangels.wordpress
เรื่องนี้ถูกเขียนใน Interview, Junsu และติดป้ายกำกับ , , , , , , , , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

8 ตอบกลับที่ [แปล] สัมภาษณ์จุนซูวง JYJ ในนิตยสาร 10asia + Star Vol.14

  1. @25032547 พูดว่า:

    แทบไม่อยากละสายตา..หลงเสน่ห์ท่าน XIA TOD สวยยยยยยยย..มว๊ากกก..^^
    ปล.เดี๋ยวกลับมาอ่าน..ทำงานก่อน ^^

  2. Just*Yummy*Jam พูดว่า:

    มันยาวมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
    และมันแดงมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก😄

  3. Rebel Devils พูดว่า:

    มันยาวมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก😄

  4. Nesvevez พูดว่า:

    อ๊าายิ่งอ่านก็ยิ่งรักผู้ชายคนนี้ เลือกชื่นชมไม่ผิดคนจริงๆ อ่อนหวาน เข้มแข็ง มีจุดยืน กล้าท้าทาย มีพรสวรรค์และพรแสวงที่ไม่รู้จักจบสิ้น เรารักคุณ Kim Junsu

  5. Supatchaya (@amm_supatchaya) พูดว่า:

    “แต่เมื่อเปรียบเทียบกับศิลปินเกาหลีคนอื่น ๆ แล้ว ที่ผมสามารถทำสไตล์แรง ๆ นี้ได้ก็เพราะตอนนี้ผมไม่สามารถออกทีวีได้ อืมม… ผมควรพูดว่าไม่ร่วมรายการตอนนี้ (หัวเราะ) เพราะสถานการณ์เป็นแบบนั้น ผมเลยอยากลองฉีกไปทำอะไรที่มีภาพลักษณ์ที่น่าตื่นตกใจ ถ้าจะต้องออกอากาศมันจะต้องถูกประเมินก่อน และถ้ามันดูเกินเลยไปแม้แต่น้อยมันจะโดนแบนทันที แต่เพราะว่ายังไงมันก็ได้แค่อัพโหลดในยูทูปหรือบล็อก ผมก็เลยอยากทำอะไรที่ผมอยากทำ”

    การไม่ได้ออกทีวีก็มีข้อดีแบบนี้แหละค่ะ จะทำอะไรก็ทำได้ สร้างสรรค์ให้เต็มที่ ไม่ต้องพะวงว่า กบว มัยจะมาแบนเมื่อไหร่

  6. comet2522 พูดว่า:

    Oh……So hot and red but I really love it.
    Junsu fighting.

  7. poojj พูดว่า:

    ยิ่งอ่านยิ่งชอบอ่ะ
    รู้ว่าโตขึ้นนะแต่ไม่นึกว่าจะขนาดนี้

  8. hnay พูดว่า:

    เป็นตัวของตัวเอง มั่นใจ ในตัวเอง
    นายเป็นเพชรนะคิมจุนซู ไม่ว่ายังไงก็จะส่องแสง ออกมา
    เติบโตได้อีก

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s