[แปลไทย] สัมภาษณ์คิม จุนซู จากนิตยสาร Singles

Singles
This is the only moment: Kim Junsu
ช่วงเวลาครั้งสำคัญ : คิม จุนซู

ฉันไปดูละครเพลงเรื่อง “Elisabeth” ในคืนก่อนที่จะสัมภาษณ์เขา คืนนั้นเป็นการแสดงรอบแรกของคิม จุนซู ผู้ซึ่งยืนหยัดอย่างภาคภูมิใจในฐานะ JYJ และนักแสดงละครมิวสิคัล เมื่อจุนซูปรากฏกายในฐานะ “ทอดด์” ผมสีบลอนด์ผู้เปี่ยมเสน่ห์ผู้ชมต่างพากันนิ่งไม่ไหวติงประหนึ่งจู่ๆ ก็ไม่มีอากาศให้หายใจ คิม จุนซูใช้เสน่ห์อันล้นเหลือและเสียงแหบห้าวพิสูจน์ตัวเองทุกวินาที นาที และทุกชั่วขณะ ตลอดการสัมภาษณ์พิเศษกับคิม จุนซู ฉันได้เห็นวัยเยาว์ที่เป็นอิสระเสรีแต่เปี่ยมด้วยอารมณ์ลึกซึ้ง จากบทสนทนาที่จริงใจระหว่างเขากับเรา เขาได้พิสูจน์แล้วว่าเขาเป็นชายหนุ่มที่เฉลียวฉลาดผู้เลือกชะตาชีวิตของเขาเอง
– เมื่อวานนี้เป็นการแสดงเรื่อง “Elisabeth” ครั้งแรกของคุณ คุณรู้สึกอย่างไรบ้าง?
มันค่อนข้างกดดันนะครับ เพราะว่าละครเวทีมิวสิคคัลของยุโรปนั้นไม่ค่อยเป็นที่คุ้นเคยในหมู่พวกเรา (คนเกาหลี) สักเท่าไหร่ และโดยเฉพาะเรื่อง “Elisabeth” มีส่วนที่เป็นโคลงกลอนค่อนข้างมาก ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องพิเศษเพราะว่ามันมีส่วนที่
เพ้อฝันด้วย ถึงแม้ความคาดหวังจากทุกคนจะสูงมากและผมก็รู้สึกกดดันมากขึ้นแต่เมื่อผมเสร็จสิ้นการแสดงครั้งแรกแล้วผมก็รู้สึกพึงพอใจ ผมรู้สึกดีใจที่ได้ทำละครร่วมกับนักแสดงชายและหญิงมากฝีมือครับ
-คุณรับรู้สึกถึงแฟนๆ ไหม? ปฏิกิริยาของผู้ชมดูรุนแรงที่สุดช่วงเปิดม่าน ให้ความรู้สึกประหนึ่งเป็นคอนเสิร์ต
ผมรู้สึกถึงพวกเขาได้ในช่วงเปิดม่านครับ แต่ไม่รู้สึกช่วงที่กำลังแสดง พวกเขาดูระมัดระวังตัวอย่างมากและประหม่าโดยคิดว่า “เราปรบมือได้หรือเปล่านะ?” ผมหวังว่าพวกเขาจะรู้สึกผ่อนคลายกว่านี้เพราะว่าพวกเขาไม่จำเป็นต้องยึดติดกับความ
เป็นทางการมากนักกับ(การชม)ละครเวทีมิวสิคัล
– ผู้คนที่ยุโรป สถานที่ที่เป็นแหล่งกำเนิดของละครเพลงเรื่องนี้ และคนที่ได้ไปชมละครเพลงเรื่องนี้ที่ยุโรปต่างก็ให้ความสนใจอย่างมากกับต้วละคร “Death” (ความตาย)
ผมได้ยินมาว่า ปกติแล้วคนที่แสดงเป็น ‘Death’ นั้น จะได้รับการโหวตเป็นที่หนึ่งเสมอเวลาที่คนที่ประเทศออสเตรียลงคะแนนนักแสดงมิวสิคัลยอดนิยม ดังนั้น นักแสดงที่นั่นจะมักจะแสดงเป็น “ทอดด์” ชัดเจนว่าผมถือโมซาร์ทเป็นตัวละครที่ยอดเยี่ยมที่สุด (เพราะผมเคยแสดงโมซาร์ท) เมื่อก่อนผมไม่ค่อยเข้าใจว่าทำไม “ทอดด์” จึงเป็นที่นิยมในขณะที่ อลิซาเบธคือตัวละครหลักของการแสดงนี้ ทอดด์นั่นน่าหลงใหลเพราะว่าเขาไม่ใช่มนุษย์ แต่เป็นเทพ และสามารถบอกเล่าสิ่งที่มนุษย์ไม่สามารถแสดงออกมาได้
– คุณคงจะตื่นเต้นมากสินะตอนที่ได้รับเสนอให้เล่น(เรื่องนี้)
ที่จริงผมลังเลมากเลยครับ เพราะว่าคำว่า ‘death’ ดูหนักเกินไปสำหรับผม ผมคิดว่า “มันควรจะต้องใช้ความสง่าผ่าเผยไม่ใช่หรือ ผมจะไม่เด็กเกินกว่าจะถ่ายทอดละครตัวนี้หรือ?” ถึงแม้ว่าผมรู้ว่าละครเรื่องนี้เป็นละครที่สุดยอดพร้อมกับตัวละครที่สุดยอด แต่ทีแรกผมก็กังวลว่ามันจะเหมาะกับผมหรือเปล่าเพราะว่ามันมีความแตกต่างระหว่างสิ่งที่ผมต้องการทำและสิ่งที่ผมสามารถทำได้จริงๆ ในอีกทางหนึ่ง ใครกันที่จะสามารถนิยาม “ความตาย” ได้? ผมคิดว่าไม่มีใครรู้ ความตายอาจจะเป็นคนแก่ เป็นเด็ก เป็นชายหนุ่มแสนเซ็กซี่ หรือ ชายวัยกลางคนพุงโต ถ้าอย่างนั้น ผมก็อยากจะถ่ายทอด Death ในแบบของผม ถือว่าโอกาสนี้เป็นโอกาสที่ดีของผมครับที่จะได้เป็นนักแสดงละครเวทีมิวสิคัลที่ดียิ่งขึ้นหลังที่ได้แสดงเรื่อง “Mozart” และ “Tears of Heaven” แล้ว
– ฉันประหลาดใจมากที่ Death ถูกถ่ายทอดออกมาให้เซ็กซี่ได้ด้วย
ผมได้รับเลือกให้แสดงบทนี้พร้อมกับ พี่ (ริว) จังฮัน และ พี่ (ซอง) ชานกุย พวกเราตัดสินใจกันว่าจะตีความตัวละครนี้กันอย่างอิสระ แต่ผมยังขาดความลุ่มลึกและสง่าผ่าเผยอย่างพี่ๆ เขา ผมจึงสงสัยว่าอะไรที่พอจะเทียบเท่าได้กับความลุ่มลึก และตัดสินใจที่จะใช้ความหนุ่มและเซ็กซี่แต่โหดเหี้ยมในเวลาเดียวกัน ดังนั้นผมเคยเดินแบบเทพมาก่อนแต่ผมได้เปลี่ยนแปลงและเดินอย่างแมวเพื่อให้ความรู้สึกเซ็กซี่มากขึ้น ผมรู้สึกดีใจที่ผู้ชมรู้สึกได้และซาบซึ้งกับรายละเอียดเหล่านี้ครับ
– ฉากที่เต้นเป็นกลุ่มสุดยอดมากเลย เหมือนดูคอนเสิร์ตอยู่
ผมเป็นคนเดี่ยวที่มีเต้นกลุ่มครับ (ในเราทั้งสามคน) ตอนแรกมันสั้นมากๆ แต่ผู้กำกับบอกเราว่าต้องการขยายออกไป มันก็เลยยาวขึ้น
– Death น่าดึงดูดใจเพราะว่าเป็นตัวละครที่มีบุคลิกซับซ้อน Death รัก Elisabeth โดยพยายามล่อลวงเธอให้ไปสู่ทางที่ไม่ดี ยั่วยวนเธอ แล้วไล่เธอไป
นั่นคือสิ่งที่ทำให้ผมแสดงบท Death อย่างยากลำบากแต่ก็เป็นสิ่งที่ทำให้ผมรักบทนี้ มันจำเป็นต้องถูกถ่ายทอดให้ดูเซ็กซี่แต่ชั่วร้ายและไร้อารมณ์ เพราะว่า Death คือความตาย มันนำพาผู้คนไปสู่ความตายประหนึ่งไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร
– เพราะอย่างนั้น มันจึงคงต้องใช้ความพยายามอย่างมากที่จะแสดงออกถึงความรัก ความรักแบบไหนที่ Death มีให้ Elisabeth?
มันคือความรักที่คุณจะถามว่า “โอ้ นั่นมันใช่ความรักจริงๆ หรือ?” ในตอนที่ Elisabeth เสียชีวิตและมาสู่อ้อมแขนของเขาในที่สุด ผู้กำกับบอกผมให้ถ่ายทอดความรู้สึกด้วยน้ำตาเพียงหยดเดียว มันคือน้ำตาที่เย้ยหยันและหยิ่งยะโสเพราะว่าคุณดีใจมากที่ได้เธอมาครอบครองแต่เธอก็จากไป(ตาย)ในเวลาเดียวกัน ผมคิดว่าการสั่นเทาเพียงเล็กน้อยตอนที่ Elisabeth เสียชีวิตน่าจะส่งผลอย่างมาก(ต่ออารมณ์/ผู้ชม) เพราะว่าผมถ่ายทอดเขาให้เป็นคนที่เย็นชาเวลาปลิดชีพคนอื่นๆ
– บอกตามตรง ฉันมองไม่เห็นน้ำตาเพราะว่าเวทีอยู่ไกลเกินไป แต่ว่า บทจูบ ให้ความประทับใจจดจำอย่างมาก
ส่วนของผมเข้มข้นที่สุดแล้วครับ (เมื่อเปรียบเทียบกับอีกสองคน) ฮ่าฮ่า ผมไม่ได้ตั้งใจว่าจะต้องจูบให้ดูดดื่มเกินไปนะครับ แม้กระทั่งตอนซ้อมผมก็ไม่ได้ทำแบบนั้นแต่ผมอินกับบทมากตอนที่อยู่บนเวทีน่ะครับ ผมคิดว่าผมควรทำแบบนั้นเพราะว่าในที่สุดผมก็ได้หญิงคนที่ผมโหยหาและต้องการครอบครองมาสักที ตอนงานเลี้ยงหลังแสดงเสร็จ พี่อคจูฮยุนบอกผมว่าผมเก่งมาก ผมคิดว่าฉากสุดท้ายมันสำคัญอย่างมากที่ควรแสดงความรักเพราะไม่ค่อยมีฉากที่ Elisabeth และ Death ได้พบกันมากนัก เพราะละครเรื่องนี้เป็นละครที่ถ่ายทอดชีวิตของ Elisabeth
– ฉันได้ยินมาว่าคุณต้องถ่ายทอดอารมณ์ด้วยการร้องเพลงในแทบทุกฉาก คุณรู้สึกอย่างไรบ้าง?
ตอนที่เล่น “โมซาร์ท” ในช่วงแรกๆ ผมรู้สึกว่าผมยังดีไม่พอ แต่พอแสดงไปเรื่อยๆ ผมก็ดีขึ้นตามลำดับ เมื่อวานนี้ก็เช่นเดียวกันครับ (เวลาอยู่)ต่อหน้าผู้ชมผมทำท่าทางและแสดงแตกต่างออกไปในสิ่งที่ผมไม่เคยทำตอนซ้อม ถึงแม้ว่าเรื่องเหล่านี้จะเป็นเรื่องเล็กๆ แต่มันก็ช่วยให้ผมถ่ายทอด “ความตาย” ได้อย่างละเอียดลออครบถ้วน เพราะว่ามีต้องแสดงสามสิบรอบ ผมจะตามล่า (หารายละเอียด) พวกมันอย่างน้อยสักสิบรอบ ฮ่าฮ่า
– อะไรคืออารมณ์ที่แตกต่างกันระหว่าคอนเสิร์ตและละครมิวสิคัล
ในคอนเสิร์ตคนจะปรบมือให้ผม คิม จุนซู ในขณะที่ในละครมิวสิคัลพวกเขาปรบมือให้ผมในฐานะตัวละคร ผมมีความสุขที่ผมสามารถใช้ชีวิตที่ต่างออกไปในช่วงเวลาสองสามชั่วโมงนั้น และผมรู้สึกปลื้มใจที่คนเข้าใจที่สิ่งผมต้องการถ่ายทอด ผมไม่
รู้ว่าอย่างไหนที่ดีกว่ากัน แต่ทั้งสองอย่างมันแตกต่างกัน ผมเป็นคนโชคดีที่ได้ลิ้มลองทั้งสองอย่างครับ
– เมื่อคืนปาร์ค ยูชอน ก็มาดูด้วยเขาว่าอย่างไรบ้าง?
ผมประหลาดใจมากเลยครับ เขาบอกว่า “ผมดูองก์แรกแล้ว” หลังจากที่องก์แรกจบลง เขาบอกว่าเขามาโดยไม่บอกผมก่อนเพราะไม่อย่างนั้นผมจะบอกไม่ให้เขามา (หันไปทางผู้จัดการ) เขาบอกว่าไงนะ? (ผู้จัดการตอบ-เขาบอกว่าเขาภูมิใจมากและเป็นบทที่มีแต่จุนซูเท่านั้นที่จะเล่นได้) หา? เขาบอกผมว่า “สาวๆ ต้องชอบแน่ๆ ใช่ไหม?” ฮ่าๆ
– ละครเวทีมิวสิคัลต้องอาศัยการแสดงด้วย คุณไม่อยากแสดงละครเวที หรือ ละครทีวีบ้างหรือ? ปาร์ค ยูชอน และคิม แจจุง ต่างก็เคยเล่นละครแล้ว
ผมอยากทำนะครับถ้าเป็นไปได้ ผมไม่อยากมาขีดเส้นว่าจะเป็นแค่นักแสดงละครมิวสิคัลเพียงเพราะว่าผมเริ่มต้นที่มิวสิคัล
– คุณน้ำหนักลดลงไปมากจากการเล่นฟุตบอล คุณเข้าร่วมกิจกรรมกับ ทีม FC MEN ทีมฟุตบอลดารา มากไหม?
ผมเล่นฟุตบอลแค่อาทิตย์ละหนครับเพราะว่าตอนนี้เป็นหน้าหนาว ช่วงหน้าร้อนและฤดูใบไม้ร่วง ผมจะเล่นถึงอาทิตย์ละสามครั้งเลย
– คุณสนิทสนมกับนักฟุตบอลอาชีพคนไหนบ้างหรือไม่?
ผมสนิทกับผู้รักษาประตู คุณจังซังยองครับ ผมเคยเล่นกับคุณปาร์คจีซอง คุณอีชังยอง และคุณยูซางชุลตอนเล่นนัดการกุศลที่เวียดนาม แต่ไม่กล้าโทรหาพวกเขาหรอกครับเพราะว่าพวกเขาน่าจะยุ่งมาก
– คุณชอบฟุตบอลที่ตรงไหน?
โอ้ว ถ้าผมเกิดใหม่ได้ผมอยากเกิดเป็นนักฟุตบอลครับ คุณรู้ไหมว่านักฟุตบอลสามารถมีแฟนได้ไม่มีใครว่าอะไรหรือแม้แต่สบถ(คำหยาบ) พวกเขาสามารถลงเล่นได้แม้จะเมาแล้วขับ นั่นคือสิ่งที่พวกเขาต่างจากศิลปินบันเทิง ศิลปินบันเทิงอยู่ได้ด้วยภาพลักษณ์และพวกเขา(นักฟุตบอล)อยู่ได้ด้วยทักษะความสามารถ ในกรณีอย่างที่ Suarez ปฏิเสธที่จะจับมือกับ Evra พวกเขาจะได้รับการให้อภัยเพราะพวกเขาเก่ง ในทางตรงข้ามกันศิลปินจะจบสิ้นถ้าภาพลักษณ์ของพวกเขาไม่ดีถึงแม้ว่าพวกเขาจะมีความสามารถก็ตาม นอกจากนั้นผมยังชอบเล่นฟุตบอลตั้งแต่ผมยังเด็ก พี่ชายของผมเล่นเบสบอลส่วนผมเล่นฟุตบอล แต่ครอบครัวของผมไม่สามารถสนับสนุนเราสองคนพร้อมกันได้ และเพราะว่าพี่ชายของผมมีรูปร่างที่ดีกว่า ผมจึงเลิกไปตอนที่เราคนใดคนหนึ่งต้องยอมเลิก
– จุนโฮพี่ชายฝาแฝดของคุณก็เป็นศิลปินเกาหลีอยู่ที่ญี่ปุ่น
พี่ชายของผมเล่นเบสบอลเก่งมากครับและเขาได้รับเสนอให้เล่นในทีมอาชีพด้วย เหมือนประชดน่ะครับ เขาสารภาพว่าเขาไม่ชอบเบสบอล เขาบอกว่าถึงแม้เขาจะประสบความสำเร็จและมีเงินทองมากมายเขาในฐานะนักเบสบอลมืออาชีพก็คงจะไม่มีความสุขอยู่ดี เรื่องนี้เกิดขึ้นตอนที่ผมเพิ่งเดบิ้วในฐานะ TVXQ พ่อของผมผู้ซึ่งคอยสนับสนุนพี่ชายผมรู้สึกเจ็บปวดและผมก็ระบายความโกรธของผมลงที่พี่ชาย แต่ผมรู้สึกดีมากเลยครับในฐานะน้องชายเพราะว่าเขาพยายามอย่างหนักและไปได้ดี
-คุณมีน้ำเสียงแหบห้าวตั้งแต่เมื่อไหร่
ผมคิดว่าน่าจะช่วงตั้งแต่ม.3 หรือ ม.4 ผมเริ่มร้องเพลงตั้งแต่อยู่ป. 5 ผมเสียงแตกตอนอยู่ม.ต้นและร้องเพลงไม่ได้ไปอีกสามสี่ปี ผมกรีดร้องบ่อยมากเพราะผมร้องเพลงไม่ได้ ตอนที่เสียงผมเปลี่ยนมันก็กลายเป็นเสียงแหบเลยครับ
– คุณชอบเสียงของคุณเองหรือไม่
ทีแรกผมไม่รู้นะครับ เมื่อไรก็ตามที่ผมพบคนที่รู้จักผมผ่านเพลงเท่านั้น พวกเขามักจะถามผมว่า “คุณเจ็บคออยู่หรอ?” “คุณคงฝึกหนักมากสินะ” มันเครียดมากครับ หลังจากนั้นวันหนึ่งขนาดผมเองยังตกใจตอนที่ได้ยินเสียงตัวเองทางวิทยุ มันแหบมากเกินและผมไม่กล้าจะฟังมัน ฮ่าฮ่า แต่ตอนนี้ผมโอเคกับมันแล้วครับ
– เพราะว่าเราพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องการร้องเพลงแล้ว คุณรู้ไหมว่าจุนซุกยองและปาร์คซุนนูชมเสียงของคุณด้วย คุณไม่อยากลองใช้เสียงคุณกับความท้าทายใหม่ๆ อย่างเข้าร่วมรายการ “I am a singer” หรือ?
เราเคยคุยกันเรื่องนี้แล้วครับ เซียจุนซูสามารถเข้าร่วมรายการ “I am a singer” ได้ แต่พวกเราไม่สามารถเข้าร่วมรายการบันเทิงไหนได้เลย
– แค่รายการบันเทิงเท่านั้นหรือที่โดนกีดกัน?
พวกเราสามารถเข้าร่วมได้ทุกด้านครับไม่ว่าจะเป็น ข่าว/เหตุการณ์ปัจจุบัน เศรษฐกิจ วัฒนธรรม ละคร ภาพยนต์ แต่ไม่ใช่ด้านบันเทิงครับ
– คุณคงรู้สึกอึดอัดมาก
เอ่อ ผมไม่ได้กระหายอยากออกรายการบันเทิง(ขนาดนั้น)หรอกครับ แต่มันมีความแตกต่างอย่างใหญ่หลวงระหว่าง “ไม่ได้เข้าร่วม” กับ “เข้าร่วมไม่ได้” ผมอยากได้ร่วมรายการเพลงดีๆ อย่าง “Music wave”, “Open Concert” “Love Request” และ “Sketchbook” มันเป็นเรื่องน่าเศร้านะครับที่พวกเราไม่สามารถเข้าร่วมได้แม้ว่าพวกเราจะเป็นนักร้องก็ตาม
-ทัวร์คอนเสิร์ตรอบโลกของ JYJ เป็นปรากฎการณ์(เข้าสู่ตลาดต่างประเทศ)ครั้งยิ่งใหญ่ที่ได้รับการตอบรับที่ดีมาก มันเป็นความคิดของใคร?
บริษัทตัวแทนของเราทำมันออกมาได้ดีครับ พวกเรา สามคน รู้สึกวิตกกังวลเหมือนกันครับ
– คุณรู้สึกอย่างไรบ้างเวลาที่ได้พบกับแฟนๆ ต่างชาติ?
ผมประหลาดใจมากครับ ผมประหลาดใจแม้กระทั่งตอนที่เรามีโชว์เคสแรกที่อเมริกา ผมมีความสุขมากจริงๆ และประหลาดใจที่มีแฟนๆ จาก แคนาดา สเปน เยอรมันนี และที่ต่างๆ ร้องเพลงร่วมไปพร้อมกับเราได้ และตะโกนชื่อของเรา พวกเขาทำให้ผมมีพลังทุกครั้งที่ผมรู้สึกอยากยอมแพ้ (เลิก)
– คุณยังคงอยากยอมแพ้อยู่หรือ?
บางครั้งครับ ผมนิ่งขึ้นเมื่อเทียบกับเมื่อก่อน พวกเราไม่สามารถทำ 10 จาก 10 ได้ แต่ตอนนี้อย่างน้อยเราก็สามารถพอจะทำได้สัก 2-3 อย่างจาก 10 พวกเราวางแผนงานไว้ 10 งานอย่างลับๆ เราแค่ไม่ประกาศออกมาจนกว่าเราจะแน่ใจ มีแฟนๆ หลายคนวิพากษ์วิจารณ์ว่าบริษัทต้นสังกัดของเราพยายามไม่มากพอ แต่พวกเราอยากบอกพวกเขา (แฟนๆ) ว่ามันไม่จริงเลย ถ้าสามารถวางแผนได้อย่างอิสระเราคงจะยุ่งกว่าตอนนี้อีกมากมายครับ
– มีรายงานว่า JYJ เป็นคนดังที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในทวิตเตอร์ โซเชียลเน็ตเวิร์ค ช่วยในการสื่อสารกับแฟนๆ ไหมคะ?
ครับ มันเป็นแค่ทางเดียวน่ะครับ ที่จริงแล้วบทความข่าวต่างๆ ไม่ใช่วิธีการสื่อสาร ผมสามารถแสดงความเห็นของผมได้ทางโซเชียลเน็ตเวิร์คเท่านั้น
– คุณเคยบอกครั้งหนึ่งว่าคุณอยากเป็นนักร้องหลังจากที่ได้เห็น Kangta มีคนอีกมากมายที่อยากเป็นนักร้องตามคุณ คุณมีอะไรจะบอกพวกเขาไหม?
อย่าเป็นนักร้องไอดอล? โลกของไอดอลที่เกาหลีมันช่าง… ฮ่าฮ่า
-ตอนนี้คุณรู้สึกอย่างไรบ้าง? คุณรู้สึกว่าการใช้ชีวิตเป็นดารามันยากลำบากไหม?
ก็.. ผมชอบความท้าทายและผมพยายามที่จะไม่เครียด เพราะว่าคนๆ หนึ่งจะต้องเสียงสิ่งหนึ่งไปเพื่อให้ได้อีกสิ่งหนึ่งมา คนดังทุกคนและไอดอลต้องตระหนักในสิ่งนี้เพื่อไม่ให้สุดโต่งเกินไป พวกเขาไม่ตะะหนักสิ่งนี้ในตอนแรกเริ่ม พวกเขามาเห็นสิ่งนี้ก็ต่อเมื่อตอนที่พวกเขาต้องเจ็บปวดและได้สูญเสียมันไปแล้ว
-ถึงแม้ว่าคุณจะทนทุกข์ทรมานมามากแล้ว แต่คุณก็ทำในสิ่งที่คนธรรมดาไม่สามารถทำได้ไม่ใช่หรือ? คุณมีชื่อเสียงในวัย 27 ปี
ในตอนแรกผมกลับคิดเป็นอีกอย่าง ผมมองโลกในแง่ร้าย ทำไมผมถึงมาเป็นศิลปิน? ผมไม่สามารถมีความรักได้ง่ายๆ (เหมือนคนอื่น) ผมไม่สามารถไปที่ต่างๆ อย่าง Lotteworld หรือ CarribeanBay ได้ ผมอิจฉาคนธรรมดามากๆ ไอดอลคนอื่นๆ อาจจะคิดแบบเดียวกันเพราะว่ามันมีข้อจำกัดมากมาย แต่ ผมก็ได้รู้ว่าผมมองดูแต่สิ่งที่ผมเสียไปแทนที่จะมองสิ่งที่ผมได้มา เวลาที่ผมฟังเพื่อนๆ พวกเขากังวลกับสิ่งที่ผมเคยคิดว่ามันเป็นเรื่องธรรมชาติ ผมเลยได้คิดว่า อะฮ่า พวกเราต่างก็เเหมือนๆ กัน ตอนที่ผมเริ่มเห็นค่าของสิ่งที่เราได้รับมา ผมมีความรู้สึกแตกต่างออกไปเลย แต่ถ้าผมเกิดใหม่ได้ผมจะไม่มาเป็นศิลปินบันเทิง ผมแน่ใจในเรื่องนั้นครับ ไม่ใช่เพราะว่าผมเกลียดชีวิตของผมตอนนี้ แต่ผมอยากมีความสุขกับสิ่งที่ผมได้เสียไป
– โอ้ คุณคงอยากไป Lotteworld มากเลยสิ ใช่ไหม?
ใช่ครับ ผมชอบมันมาก มันคือดินแดนแห่งความฝัน!
– อะไรบ้างที่คุณรู้สึกซาบซึ้ง?
ผมรู้สึกซาบซึ้งในสถานการณ์ที่ทุกคนสังเกตเห็นผม ปรบมือให้ผม และรักผม ผมรู้สึกขอบคุณที่ได้มีความสุขกับชีวิตเช่นนี้
– คุณเริ่มสร้างโรงเรียนที่กัมพูชาหลังจากที่คุณได้เห็นคุณค่าของสิ่งที่คุณได้มาแล้วใช่ไหม?
ตอนที่ผมออกมาจากบริษัทเก่าผมคิดว่าผมคงไม่สามารถทำงานในฐานะนักร้องได้นานนัก ถ้าผมไม่มีการตกลงใจที่แน่วแน่ ผมคงไม่กล้าที่จะออกมา มันเป็นช่วงเวลาที่พวกเราอยู่จุดสูงสุดขายบัตรคอนเสิร์ตทั้ง 6 รอบที่โตเกียวโดมญี่ปุ่นได้หมดเกลี้ยง มันคงดูเป็นเรื่องที่ไม่ฉลาดเอาเสียเลยที่จะทำลายทุกสิ่ง ผมหวาดกลัวและเกรงกลัวมากแต่ผมก็มั่นใจว่าผมคงจะไม่มีความสุขกับชีวิตแบบนั้น ผมคิดว่าผมจะสามารถใช้ชีวิตที่มีความสุขได้หรือไม่หลังจากหมดสัญญาสิบสามปีตอนที่ผมคงจะอายุสามสิบกว่าๆ? มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะทนทำงานไปจนหมดช่วงเวลาสัญญาที่เหลือด้วยการนอนเพียงวันละสองชั่วโมง แน่นอนว่าผมกังวลเกี่ยวกับทีมงานผู้ที่ดูแลผมและทำงานให้ผม แต่ผมคิดแล้วว่านี่ไม่ใช่ชีวิตสำหรับผม เราออกมาด้วยความเสี่ยงต่ออาชีพนักร้องของพวกเรา เราเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง ผมค้นพบชีวิตใหม่ในฐานะนักร้อง ดังนั้นผมจึงอยากที่จะแบ่งปันให้คนอื่น คนเราควรแบ่งปันในเวลาที่เราสามารถทำได้
– การมีความรักเป็นส่วนใหญ่ของสิ่งที่คุณสูญเสียไปหรือเปล่า?
ในฐานะคนดังมันก็มีข้อจำกัดมากมายครับ หนึ่งในนั้นก็คือการมีความรัก
– มีคนดังหลายๆ คนที่ประกาศเรื่องความสัมพันธ์ของพวกเขาออกมา คุณทำแบบนั้นบ้างไม่ได้หรือ?
มันก็เป็นไปได้ครับ ตามจริงแล้วมันก็น่าขันที่จะไม่เคยมีความรักเลยในเมื่อคุณอายุ 27 ปีแล้ว มันไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดหรือโรคภัย แต่แฟนๆมักจะบอกเราว่า “คุณจะมีก็ได้นะ แต่อย่าให้จับได้ล่ะ” ผมรู้ว่าพวกเขาหมายถึงอะไรเพราะว่ามันมีความแตกต่างอย่างมากระหว่างการ “ไม่รู้ไม่เห็น” และ “การรู้เห็น”
– มันเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของแฟนๆ หรือ?
ใช่ครับ แต่ตอนนี้พวกเราทั้งสามคนไม่คิดว่าพวกเราต้องปิดบังอะไร การมีความรักไม่ได้แปลว่าเราจะลงเอยด้วยการแต่งงาน มันไม่ใช่เรื่องเลวร้าย มันคือเรื่องสวยงาม
– คุณชอบผู้หญิงแบบไหน?
สุภาพสตรีที่ผมสามารถรักได้ คงจะดีถ้าผมได้พบกับสุภาพสตรีที่ผมรักแทนที่เป็นคนที่รักผม ในทางกลับกัน ผู้หญิงควรได้พบกับผู้ชายที่รักที่จะให้เธอมีชีวิตที่มีความสุข
– ขอรายละเอียดเพิ่มเติม
ผมไม่คิดว่ารูปลักษณ์ภายนอกเป็นเรื่องสำคัญ แต่ผมรักคนที่มีใจดีและเคารพผู้อาวุโส ผมไม่ชอบผู้หญิงสูบบุหรี่ ผมค่อนข้างหัวโบราณนะครับ ผมคิดว่าคงเป็นเพราะว่าผมไม่สูบบุหรี่ ผมไม่คงจะไม่ชอบใครก็ตามที่ไม่มีคุณสมบัติสองข้องนี้ถึงแม้ว่าเธอจะดังและน่ารัก
– คุณไม่อยากมีความรักบ้างหรือ?
ผมอยากครับ คนเราจะร้องเพลงเพราะขึ้นเวลาที่มีความรัก บทเพลงจากนักร้องที่มีอายุช่วง 30-40 จะลึกซึ้งกว่าเพราะว่านักร้องเหล่านั้นไม่ใช่แค่มีความสามารถด้านการร้องเพลงเท่านั้นแต่ยังมีอารมณ์ที่หลากหลายอีกด้วย เวลาที่คุณยิมแจบัมพูดว่า ‘how come, we are.’มันก็หมายถึง ‘how come, we are.’ จริงๆ นักร้องหลายๆ คนในวัน 20 กว่า สามารถร้องเพลงเสียงสูงได้ดีกว่า แต่พวกเราไม่ได้ไปตามอารมณ์และอ่อนไหวเพราะสิ่งเหล่านี้มาจากประสบการณ์และเวลา
– นั่นคือสาเหตุใช่ไหมที่ทำให้คุณบอกว่าอารมณ์ (ในการร้องเพลง) สำคัญกว่าเทคนิคฦ เทคนิคสามารถเรียนรู้กันได้ แล้วคุณจัดการกับอารมณ์อย่างไร?
คุณไม่สามารถฝึกมันได้ ทุกๆ เพลงประกอบด้วย ความสุข ความโกรธ ความเศร้า และความยินดี เราควรร้องเพลงด้วยอารมณ์เหล่านี้ จากนั้นพวกเขาก็จะเข้าถึงคนฟังได้ คนสามารถแยกแยะเพลงที่ถูกร้องโดยนักร้องที่มากเทคนิคแต่ไร้อารมณ์ได้อย่างง่ายดาย ดังนั้นผมถึงขนาดคิดก่อนเวลาที่ผมร้องเพลงสองสามส่วน ถ้าผมไม่มีประสบการณ์ตามที่เนื้อร้องกล่าว ผมจะจินตนาการประสบการณ์ที่คล้ายคลึงกันแล้วร้อง ถ้าเนื้อเพลงมีความสุข ผมจะยิ้มไปด้วย ถ้าเนื้อเพลงเศร้าผมจะทำหน้าเศร้า จากนั้นอารมณ์ก็จะถูกปล่อยมาทางเสียงของผม
-คิมจุนซูในวัยกลางสามสิบคงจะเป็นผู้ชายที่อ่อนไหว
ผมแค่อยากเป็นชายวัยกลางคนที่ยอดเยี่ยม ผมไม่กลัวที่จะแก่ขึ้น ผมรับได้ที่พุงจะใหญ่ขึ้นและมีรอยตีนกา แต่ผมอยากเป็นชายกลางคนที่มีบุคลิกที่วิเศษเหมือนอย่างพ่อของผมครับ
– คุณมีคุณพ่อเป็นต้นแบบหรือเปล่า?
ผมอยากทำให้ได้แบบพ่อเหมือนแบบที่พ่อปฏิบัติต่อแม่ครับ เขาดีต่อแม่มาก ผมเข้าใจพ่อของผมนะเพราะว่าแม่ผมเคยเป็นนางงามเกาหลีมาก่อน เขาคอยตามแม่อยู่ถึงห้าปีแต่แม่ผมไม่ชอบที่เขารักแม่ครับ ฮ่าฮ่า ตั้งแต่ตอนที่เรายังเด็กพ่อจะคอยย้ำเสมอว่า “ลูกสองคนอย่างน้อยควรช่วยล้างจานถ้าลูกอยากให้ภรรยาของลูกรัก” ในขณะที่เขากำลังซักรีดผ้าและล้างจาน พ่อไม่ใช่แนวที่เน้นพ่อเป็นใหญ่เลยครับ
-ครอบครัวของคุณดูสงบสุขและเข้ากันได้ดี
ใช่ครับ เราเป็นครอบครัวที่เข้ากันได้ดี พี่ชายผมก็เป็นคนตลก
-คุณซักรีดผ้าและล้างจานด้วยตัวเองจริงๆ หรือเปล่า
แน่นอนครับ ผมทำเป็นเพราะว่าผมทำมาตั้งแต่เด็กแล้วครับ
-อืม ช่างเป็นช่างหนุ่มที่ได้รับการเลี้ยงดูมาอย่างดีจริงๆ
Typed by ‘google’ from DC
Translated by @dlwpdldhkdlwp
Note:
-Because this is a rough translation, there might be many grammatical and spelling mistakes.
-No infringement of copyright intended.
-Please DO NOT post and/or modify my translation on any TVXQ5, TVXQ2, COUPLE SHIPPER, ACGAE, and/or ONLY-ONE-MEMBER SUPPORTING sites.
-Have a nice day!🙂
แปลไปปลาบปลื้มไป(มึนเพราะความยาวไป) โดย @3rebelangels
เรื่องนี้ถูกเขียนใน Interview, Junsu และติดป้ายกำกับ , , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

12 ตอบกลับที่ [แปลไทย] สัมภาษณ์คิม จุนซู จากนิตยสาร Singles

  1. Jessie พูดว่า:

    ขอบคุณนะคะ รบอจ
    หายมึนหรือยังคะ…บทความยาวจริงๆ

    ชอบเวลาน้องพูดถึงครอบครัว อัปป้าเป็นคุณพ่อที่น่ารักจริงๆ

  2. nok พูดว่า:

    จุนจัง…..นายแน่มากกกก
    สะใจกับประโยคที่ว่า..

    …อย่าเป็นนักร้องไอดอล? โลกของไอดอลที่เกาหลีมันช่าง… ฮ่าฮ่า…..
    มันช่างโหดร้าย และโสมมใช่มั้ย จุนจังน้อยที่รัก สะใจจริงๆๆ
    น้องออกมาเห็นโลกกว้างที่สวยงาม และอิสระที่โบยบิยด้วยปีกของตัวเอง

  3. meaw พูดว่า:

    น้องจุนเป็นผู้ใหญ่มากๆ ขอชมทุกครั้งที่สามแสบให้สัมภาษณ์ได้มุมมองแนวคิดดีๆเสมอ ^^

    ขอบคุณ รบอจ ด้วยค่า

  4. herojyj พูดว่า:

    จุนซู กดไลค์เลยลูก
    เจ๋งมาก กัดแบบเจ็บจี๊ดๆ
    อ่านแล้วสะเทือนรูหูมากมาย

  5. Ka-tay พูดว่า:

    ผมทรงนี้ของจุน…น่าร๊ากกกกกกกกก

  6. PeTCh พูดว่า:

    ชอบทั้งคำตอบและคำถาม จุนจังตอบคำถามได้ดีทำให้เข้าใจความคิดจุนมากขึ้น
    อ่านบทสัมภาษณ์นี้ทำให้เรามีความรู้สึก ทั้งสุข เศร้า สงสาร เข้าใจ หัวเราะ
    ได้มาอย่างแต่ก็ต้องแลกด้วยอีกอย่าง ถ้าชาติหน้ามีจริงก็อยากให้เธอเกิดใหม่โดยที่ไม่เป็นนักร้องนะอย่างทีเธอต้องการ เผื่อว่าเราอาจจะได้เจอกันเป็นเพื่อนกันอย่างคนธรรมดาก็ได้

    – คุณชอบผู้หญิงแบบไหน?
    สุภาพสตรีที่ผมสามารถรักได้ คงจะดีถ้าผมได้พบกับสุภาพสตรีที่ผมรักแทนที่เป็นคนที่รักผม ในทางกลับกัน ผู้หญิงควรได้พบกับผู้ชายที่รักที่จะให้เธอมีชีวิตที่มีความสุข —-> ชอบบบ ซึ้งมากอะ

  7. Bea3 พูดว่า:

    ตอบคำถามได้ ทั้งซื่อตรง แหลมคม ทว่าลุมลึกมากๆ ^^

    น้องจุนดูมีความสุขกับฟุตบอล และละครเวทีจัง

    • Bea3 พูดว่า:

      -อืม ช่างเป็นช่างหนุ่มที่ได้รับการเลี้ยงดูมาอย่างดีจริงๆ

      ู^
      พิมพ์ผิดนะคะ ชายหนุ่มรึเปล่า 555

  8. อุลจิมา พูดว่า:

    เราร้องไห้อะ เรารักผู้ชายคนนี้
    พี่พร้ว ขอให้พี่ได้เจอผู้หญิงที่ดี วันที่พี่แต่งงานเราจะยิ้มทั้งน้ำตา

  9. poojj พูดว่า:

    ขอบคุณมากค่ะ
    อ่านสัมภาษแล้วสงสัยว่าตอนเวลาที่ผ่านมา น้องโดนสั่งให้แสดงบุคลิกอย่างนั้นเหรอ
    พอเป็นอิสระน้องเลยฉลาดขึ้นกระทันหัน555

  10. sweet honey drop พูดว่า:

    Thank you a lot for this translation ka ^^

  11. Minsk* พูดว่า:

    อ่านแล้วรู้สึกหัวใจพองโต
    ทุกอย่างที่น้องตอบมันดูจริงใจแล้วก็เป็นตัวของตัวเองมากๆ
    ข้อ idol เกาหลีนี่แอบแรงนะคะ ฮ่าๆๆ

    ขอบคุณสำหรับคำแปลค่ะ 🙂

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s