[สัมภาษณ์] JYJ: “ในฐานะวงบอยแบนด์ JYJ…” (ตอนที่ 1)

[INTERVIEW] JYJ: “As boy band JYJ…” (Part 1)
[สัมภาษณ์] JYJ: “ในฐานะวงบอยแบนด์ JYJ…” (ตอนที่ 1)

(T/N: สัมภาษณ์ชุดนี้จะคล้ายๆกับที่ลงกันไปแล้วนะคะ แต่จะมีบางจุดที่แปลกันต่างไปบ้างและแบ่งค่อนข้างชัดเจนว่าใครเป็นคนพูดอะไรโดยเฉพาะในตอนที่ 2 และนี่เป็นสัมภาษณ์ชุดเดียวกันกับที่ลงใน viki.com แต่รบอจ.ไปหาต้นขั้วของคำแปลภาษาอังกฤษของสำนักข่าวเอง ซึ่งแบ่งเป็น 2 ตอนค่ะ)
JYJ กลับมาพร้อมกับอัลบั้มชุดใหม่ ซึ่งเป็นการออกอัลบั้มภาษาเกาหลีชุดแรกของพวกเขาในฐานะทรีโอ้ แต่ก็ยังไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนไปมากนักสำหรับอาชีพนักร้องของพวกเขานับตั้งแต่พวกเขาออกอัลบั้มภาษาอังกฤษที่ปล่อยไปทั่วโลกในฐานะ JYJ เมื่อปลายปีก่อน เนื่องจากความขัดแย้งกับบริษัทเก่าของพวกเขาในตอนที่พวกเขายังทำกิจกรรมในฐานะ TVXQ และเนื่องจากเพลงในอัลบั้มใหม่ของพวกเขาแต่ง และ/หรือ เขียน เกือบทั้งหมดโดยสมาชิกของวง คิมแจจุง ปาร์คยูชอน และคิมจุนซู มันจึงอัดแน่นไปด้วยความคิดและความรู้สึกอย่างตรงไปตรงมาของพวกเขาในช่วงปีที่ผ่านมา
10Asia ได้เข้าร่วมงานแถลงข่าวซึ่งจัดขึ้นพร้อมกับการออกอัลบั้ม “In Heaven” และได้รับฟังถึงการทำงานของพวกเขาทั้งในฐานะกลุ่มและเดี่ยว
Q: คุณได้แต่งเพลงมากมายในอัลบั้มนี้ คุณรู้สึกอย่างไรบ้าง?
แจจุง: เยี่ยมมากเลยครับ ก่อนอื่นคงต้องบอกว่าผมรักมันมาก และในอีกทาง ผมคิดว่านี่เป็นอัลบั้มที่รวบรวมความทรงจำและเรื่องราวเบื้องลึกเกี่ยวกับพวกเราเองในช่วงปีที่ผ่านมาไว้มากมาย ดังนั้นในขณะที่เรารู้สึกภูมิใจกับมันมาก มันก็เป็นอัลบั้มหนึ่งที่รวมความรู้สึกอาลัยอาวรณ์ไว้มากเช่นกัน ในขณะเดียวกัน เราไม่สามารถกล่าวได้ว่าเราทำเพลงแต่ละเพลงเพียงเพื่อมารวมในอัลบั้มนี้ เพราะอันที่จริงแล้วเราทำเพลงขึ้นมาทีละเพลงเพื่อคอนเสิร์ตของเราเนื่องจากเราไม่สามารถแสดงผลงานเพลงของเราเพื่อแฟนๆ ในที่สาธารณะอย่างโทรทัศน์ได้ด้วยเหตุผลบางประการ ดังนั้นมันจึงมีความหมายที่แตกต่างออกไปสำหรับเรา
Q: พวกคุณแต่ละคนทำเพลงของคุณร่วมกับสมาชิกในวงที่เหลืออย่างไร
แจจุง: เรามีเคมีที่เข้ากันได้เป็นอย่างดีเพราะเราอยู่ด้วยกันมานานจนเรารู้จุดแข็งและจุดอ่อนของแต่ละคน ดังนั้นเราต่างก็รู้ว่าท่อนไหนจะให้ใครและจะแบ่งท่อนไหนอย่างที่มันเป็นโดยไม่ต้องพูดอะไร
จุนซู: ผมมักจะถามความคิดเห็นของทุกคนและพยายามที่จะไตร่ตรองถึงสิ่งที่พวกเขาพูด เพราะเมื่อทำแบบนั้น เราจะได้สิ่งที่แม้แต่ผมก็ไม่ได้คิดมาก่อน และนั่นแสดงให้เห็นว่าเราเชื่อใจกันและกันขนาดไหนเมื่อพูดถึงเรื่องดนตรี นั่นคือสาเหตุว่าทำไมผมจึงคิดถึงความเห็นของพวกเขาในการตัดสินใจเลือกชื่อเพลงของผม
Q: เพลงแบบไหนที่คุณคิดถึงสำหรับเพลงของคุณ?
จุนซู: จริงๆแล้วผมทำเพลง “Mission” และ “Fallen Leaves” และกับ “Mission” นั้น ผมพยายามที่จะสร้างทำนองที่มีจังหวะเข้มแข็งและเสียงที่ให้ความรู้สึกยิ่งใหญ่ด้วยความคิดที่ว่าอัลบั้มนี้ควรจะมีเพลงที่เหมาะสำหรับการแสดงบนเวที และสำหรับ “Fallen Leaves” ผมเขียนทำนองก่อนและเขียนเนื้อเพลงให้มันประมาณตอนตีสองตีสามเมื่อตอนที่ผมอยู่ที่ไต้หวัน และผมอยากจะร้องในสิ่งที่ผมรู้สึกจากข้างในแต่ไม่สามารถอธิบายออกมาภายนอกได้ คำว่า “เริ่มต้นใหม่อีกครั้ง” ของคอรัสในช่วงท้ายเพลงนั้นควรจะมีร้องเพียงแค่ครั้งเดียว แต่ผมอยากให้สมาชิกในวงได้แสดงความรู้สึกออกมาเช่นเดียวกัน ดังนั้นจึงเป็นยูชอนร้องหนึ่งครั้ง แล้วก็แจจุง และผม…ทั้งหมดสามรอบ “เริ่มต้นใหม่อีกครั้ง” เป็นข้อความที่ผมอยากจะส่งออกไปถึงผู้คนมากที่สุด
Q: ดูเหมือนว่าคุณจะใช้เวลาและความพยายามในการแสดงโชว์ดังนั้นมันต้องเป็นเรื่องน่าเสียดายมากที่สถานีโทรทัศน์และวิทยุอย่าง KBS ประกาศว่ามันไม่เป็นไปตามกฎของสถานี
แจจุง: มันน่าผิดหวังแต่มันก็เกิดขึ้นบ่อยครั้ง แม้แต่สำหรับศิลปินคนอื่นๆก็เกิดขึ้นอย่างน้อยครั้งหรือสองครั้งเช่นกัน ดังนั้นเราจึงไม่ได้ผิดหวังในเรื่องนั้นในตอนแรก…มันเคยเกิดขึ้นกับเราเมื่อเราเป็น TVXQ เช่นกัน แต่ผมคาดว่าประเด็นในตอนนี้ก็คือ “ทำไม” มันจึงไม่ผ่านการตรวจสอบ ขั้นตอนที่ต้องผ่านซึ้งพวกเขาสร้างวลีนั้นโดยใช้การตัดสินตามอำเภอใจและจินตนาการของพวกเขาเอง โดยไม่ถามคนแต่งเพลงถึงความหมายแม้แต่เพียงครั้งเดียว และก็กล่าวว่ามันไม่เป็นไปตามมาตรฐานของพวกเขา นั่นคือสิ่งที่แปลกและน่าผิดหวังสำหรับเรา
Q: ถ้าอย่างนั้น จริงๆแล้วมันหมายความว่าอะไร
แจจุง: Performer Success Museum (T/N พิพิธภัณฑ์แห่งความสำเร็จของผู้แสดง) ทุกคนย่อมต้องการเห็นชีวิตของตัวเองประสบความสำเร็จ แต่ความสำเร็จนั้นจะเป็นไปได้ก็ด้วยการช่วยเหลือจากองค์กรใดองค์กรหนึ่งที่คนๆนั้นได้รับความช่วยเหลือหรือการฝึกฝนจากอีกคนหนึ่ง ยกตัวอย่างเช่น ถ้าหากโรงเรียนหรือสถาบันการศึกษาจัดเป็นพิพิธภัณฑ์ คนในองค์กรนั้นโกหกกับผู้คนที่กำลังค้นหาความหวัง พวกเขาแกล้งทำเป็นบอกกับคนเหล่านั้นว่า “เราเพียงแต่ต้องการช่วยเหลือคุณ โดยไม่สนว่าต้องการสิ่งชดเชยทางวัตถุอย่างไร” นั่นคือสิ่งที่เราพยายามจะบอก แต่การคิดเอาเองว่ามันหมายถึง President Soo-man (T/N ประธานซูมาน) และบอกอย่างนั้นกับผู้แต่งเพลงเองมันเป็นการไม่เคารพกัน
Q: เนื่องจากมันเป็นเรื่องยากสำหรับคุณที่จะโปรโมทดนตรีของคุณทางโทรทัศน์ คอนเสิร์ตอาจจะเป็นหนทางที่ดีที่สุดสำหรับคุณในการพบปะกับแฟนๆ ดังนั้นฉันจึงเดาว่าคุณคงพยายามทำให้มันพิเศษยิ่งกว่าเดิม
แจจุง: เมื่อเราจัดคอนเสิร์ต เรามักจะแบ่งเวลาพูดคุยกับแฟนๆของเราเยอะๆ ถึงขั้นที่คุณอาจจะบอกไม่ได้เลยว่ามันเป็นคอนเสิร์ตหรือแฟนมีทติ้ง เพราะเรามีทางให้สื่อสารกับแฟนๆ ได้น้อยมาก นั่นคือเหตุผลว่าทำไมเราจึงมุ่งเน้นงานด้านร้องเพลงของเราไปที่การแสดงคอนเสิร์ต และถึงว่ามันจะเป็นเรื่องยาก แต่เราก็พยายามที่จะแสดงทุกเพลงของเราและพูดคุยกับแฟนๆของเราให้มากที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ ถึงแม้เมื่อเรามีธีมเตรียมไว้แล้วในแต่ละคอนเสิร์ต เราก็มักจะจบลงด้วยการทิ้งมันและก็แค่เล่นไปเรื่อยๆ
Q: คุณจะมีธีมอะไรสำหรับคอนเสิร์ตในยุโรปที่กำลังจะมาถึงบ้างไหม
ยูชอน: เราไม่ได้พยายามที่จะเปลี่ยนแนวของเราให้เข้ากับสถานที่ที่เราแสดง เราอาจจะเปลี่ยนลำดับเพลงบ้างแต่โดยรวมแล้ว เราพยายามที่จะหลอมรวมแนวทางที่เป็นเอกลักษณ์ของเราเองกับวัฒนธรรมของประเทศที่เราไป
Q: มันไม่ยากหรือที่จะคาดเดาว่าจะมีคนมาเท่าใดในประเทศอย่างสเปน
จุนซู: ‘เราจะสามารถทำมันได้หรือเปล่านะ’ มันเป็นสิ่งเดียวกันที่เราพูดถึงทัวร์ในอเมริกาเหนือของปีนี้เพราะเราเคยไปลอสแองเจลิสมาก่อนแต่ไม่เคยไปแวนคูเวอร์ นิวยอร์ค และไม่ต้องคิดถึงนิวเจอร์ซีย์เลย แต่เราก็ได้รับรู้ว่าจริงๆแล้วมีแฟนๆ มากมายที่รอเราในเมืองเหล่านั้นมากกว่าที่เราคาดคิดไว้ ดังนั้นเราจึงรู้สึกกดดันและกังวลแต่เราก็พยายามที่จะคิดในแง่บวกครับ การที่พวกเรามาไกลถึงขนาดนี้เองก็นับเป็นปาฏิหาริย์แล้ว ดังนั้นเราจึงกำลังหวังไว้ว่าปาฏิหาริย์เหล่านั้นจะเกิดต่อไป และเรายังเพิ่งได้ยินมาว่าบัตรว่า 80 เปอร์เซนต์ของโชว์ที่สเปนขายออกไปแล้ว ดังนั้นเราจึงดีใจกับเรื่องนี้มาก
Q: แน่นอนว่าคอนเสิร์ตของคุณอาจจะทำได้ดีเช่นนี้เพราะคุณมีฐานแฟนๆ อยู่แล้ว แต่คุณก็ต้องหาแฟนเพลงใหม่ๆเพิ่งขึ้นเช่นกัน คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง
จุนซู: สิ่งหนึ่งที่ผมรู้สึกจริงๆ หลังจากยูชอนจบจากละคร “ซองกยุนกวาน แสกนดัล” …ผมยังไม่แน่ใจเกี่ยวกับแจจุงในตอนนี้เพราะ “Protect the Boss” เพิ่งจบลง…ก็คือว่าเราได้แฟนๆ เพิ่มขึ้นมาแบบชุดใหม่หมดเลย ผมเคยจดจำใบหน้าของแฟนส่วนใหญ่ได้ อย่างน้อยก็หน้าของพวกเขา ถึงจะจำชื่อไม่ได้ก็ตาม เพราะเราเคยเห็นพวกเขาบ่อยๆ แต่แฟนใหม่ๆที่เรามี….พวกเขาต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง ในแง่การแต่งตัวของพวกเขาหรือ..และดูเหมือนว่าพวกเขาบางคนจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจริงๆแล้วเขาเป็นนักร้อง พวกเขาคิดว่าเขาเป็นนักแสดงหน้าใหม่แต่เพิ่งมารู้ว่าเขาเป็นนักร้องและก็สงสัยว่าใครคือผู้ชายอีกสองคนที่อยู่ข้างเขากัน
แจจุง: พวกเราโชคดีมากจริงๆ ฐานแฟนของนักร้องนั้นปกติแล้วมักจะอยู่คงที่หรือเปลี่ยนไปแต่เรามีแฟนๆ ที่กำลังโตไปกับเราพร้อมๆกับได้แฟนใหม่ๆ และแฟนรุ่นอายุมากกว่า ผมจึงคิดว่าเราโชคดีมากเลยครับ (หัวเราะ)
No Copyright infringement intended
Source: 10asia
แปลไทย: 3rebelangels.wordpress
เรื่องนี้ถูกเขียนใน Interview, JYJ และติดป้ายกำกับ , , , , , , , , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

4 ตอบกลับที่ [สัมภาษณ์] JYJ: “ในฐานะวงบอยแบนด์ JYJ…” (ตอนที่ 1)

  1. junsang พูดว่า:

    แอบ งง อ่าค่ะ

    “เรามีเคมีที่เข้ากันได้เป็นอย่างดี”

    คือแปลออกมาอย่างนี้อยู๋แล้วหรือว่ายังไงอ่าค่ะ

    หนูอ่านแล้วหนูค่อนข้างที่จา งง อยู่อ่าค่ะ

    ( ‘ ‘ )?

    • 3rebelangels พูดว่า:

      จริงๆ อาจจะแปลว่า “เราเข้ากันได้ดี” เฉยๆก็ได้ค่ะ

      ต้องขออภัยที่ทำให้งงจ้า เพราะต้นฉบับอังกฤษใช้คำว่า chemistry ซึ่งจริงๆ ก็แปลได้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล แต่สำนวนนี้ที่ใช้กันมา มันมาจากความหมายว่าเหมือนสารเคมีที่เข้ากันได้ดีค่ะ

  2. karam พูดว่า:

    6 ปีแล้วที่เค้าอยู่ข้างกายพี่
    ปีต่อไป อีก1 ปี 20 ปี 100 ปี ก็จะอยู่ข้างพี่ตลอดปัย
    ถึงแม้ว่าพี่ๆจะมีครอบครัว แต่งงานแล้ว
    หรือเลิกที่อยู่ในวงการฉันก็จะยังคงรักและอยู่ข้างพวกพี่ๆเสมอ ^^

  3. Minsk* พูดว่า:

    ใครคือผู้ชายสองคนที่อยู่ข้างเขา..
    นึกฟีลออกเลยอ่ะ 5555

    ขอบคุณนะคะ ^^

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s